วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568

แจ้งเตือน "รีเซ็ตรหัสผ่าน ใช้ iPhone เครื่องนี้เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่าน Apple ID"

ถ้าคุณไม่ใช่เป็นคนทำเองแปลว่ามีบุคคนอื่น ซื่งเดาว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพ จะล็อกอินเข้าบัญชีคุณ
(เห็นมีหลายเพจบอกวิธีแก้ แล้วแก้ไม่หาย ซักพักก็เป็นใหม่  (ก็แน่ละสิ) ผมเลยมาเขียนนี้ละ บล็อกผมน่าจะเป็นที่แรก  เพราะที่ผมค้น ไม่มีใคร บอกแบบผม มีแต่ให้เปลี่ยนพาส กับ ใช้ 2FA)

เอาละ  อย่างแรก ตั้งสติ อย่ากดอนญาต  ให้กดไม่อนุญาต ไป 

แต่ ผมเคยโดน แบบ กำลังกด มือถืออยู่แล้วมันเด้ง มาพอดี แล้วกดตรงนั้นโชคดีที่ไม่ได้ ตรงปุ่มอนุญาต
( มีกรณีที่ผู้ใช้บางคนเผลอกดปุ่มอนุญาตเพราะการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาขณะใช้งานมือถือ )
เอาละ ปัญหานี้จะ ดีกว่า ปัญหาที่ โดนล็อกอินจากที่อื่น  ในภาพที่2 ด้านขวา อย่ากด อนุญาต หรือ allow ให้กด ปฏิเสธ หรือ Don't Allow  ไป ซึ่งเคสนี้ มิจฉาชีพ จะรู้ พาส ของเรา ต้องเปลี่ยนพาส ทันที

ภาพที่ 2 เครดิต เพจตำรวจสอบสวนกลาง 

คือหลายคนบอก ทำตามเพจที่แนะนำแล้วก็ยังเป็นอีก ทั้งเปลี่ยนพาส หรือ ใช้ 2fa (การรับรองความถูกต้องด้วยสองปัจจัย)

เอาละเรากลับมาที่เคส แรก ที่แจ้ง รีเซ็ตรหัสผ่าน เคสนี้

คือมิจฉาชีพ  ยังไม่รู้ pass  เรา ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนพาส เพราะมิจฉาชีพยังไม่รู้พาสคุณ  เปลี่ยนไป ก็เหมือนเดิม เพราะเขาใช้วิธีลืมพาส

 

แล้ว ผมลอง ไปกดลืมดู ว่ามิจฉาชีพ ต้องรู้อะไรบ้าง? ในการ ทำ

สรุป มิจฉาชีพ รู้แค่สองอย่าง
1. mail icloud 

และ
2. เบอร์โทรศัพท์ ที่เอาไว้ กู้ หรือ 2fa แค่นั้นเอง ( 2fa ก็เช่นเบอร์ หรือ อีเมลสำรอง หรือที่เราตั้งไว้)

ซึ่งทั้งสองผมเอาไปสมัคร  The Stock Master
หลังจากนั้นไม่ถึงเดือน ผมก็โดนตลอด
ซึ่งไม่ได้กล่าวหา แต่ ผมจำได้แค่นี้ละ
การป้องกันก็อย่าเอาไปใช้ ร่วมกัน

วิธีแก้ อย่างแรก  คือการใช้ Security key  เป็น 2fa ( แต่ระวัง เพราะอาจจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่  )
คือจะล็อกอิน แต่ละครั้งต้องแตะ  Security key
ซึ่งผมลองใช้ ยี่ห้ออื่น ที่ไม่ใช่ Yubikey มันไม่รับนะครับ  ก็ไม่รู้ว่ารับยี่ห้อไหนบ้างแต่ Yubikey  นี้น่าจะ 100%
เอาละ แล้วจะซื้อมา ก็ต้องใช้ อย่างน้อย 2 อัน กัน อีกอันเสีย 

ซึ่งปกติมันจะไม่เสียพร้อมๆกันเว้นแต่ซวยจัด เช่น
ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหวรุนแรง พายุ หรือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ: ที่อาจนำไปสู่ความเสียหายทางกายภาพต่อสถานที่เก็บกุญแจ
หรือ
การสูญหายหรือถูกโจรกรรมพร้อมกัน หากคุณเก็บกุญแจทั้งสองอันไว้ในที่เดียวกัน
หรือ
เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในวงกว้าง: เช่น เหตุการณ์ที่เกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง (EMP) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในบริเวณนั้น

พูดง่ายๆก็ต้องเก็บแยกกัน ไม่ใช่ใส่ไว้ในตู้เซฟเดียวกัน

แล้วจะล็อกที่ก็วุ่นวาย แล้วมีโอกาส สูญได้ 

กันมิจฉาชีพได้ 99.99%  0.01% คือ เขาอยู่ในบ้านคุณ ( และ มันไม่สามารถปกป้องจากตัวคุณ หรือความผิดพลาด หรือความซวยของคุณได้)
วิธีนี้ ก็ต้องดูว่าเหมาะกับคุณไหม ส่วนผมจน ให้ซื้อ Yubikey  2ตัว 2800 บาท ยังไม่โดน
---
ต่อมา มาดูที้ต้นตอ คือมิฉาชีพรู้ e-mail icloud เรา พร้อมกับ เบอร์โทรศัพท์ ใน 2fa
ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง มิจฉาชีพ ก็จะมาใช้มุขเดิมไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าเปลี่ยน e-mail icloud มันคือการสมัคร ใหม่ นั่นละ  ก็ทิ้งอันเก่าแล้วไปเอาอันใหม่คลีนๆ ก็ว่าดี แต่ต้องไม่ให้หลุดอีก
หรือ จะเปลี่ยน เบอร์มือถือที่ผูกไว้  โดยที่ข้อดีของเบอร์มือถือกับ Security key คือมีชื่อเราแปะไว้ กับเบอร์ สำหรับ ใครที่ใช้ sim สองอันเต็มแล้ว ถ้าจะใช้วิธีนี้ต้องเปลี่ยนเบอร์ไม่ก็ซื้อโทรศัพท์ แยกต่างหาก แนะนำ ให้ใช้โทรศัพท์ถูกๆ แค่รับ sms ได้ แบต อึดๆ หรือโทรศัพท์บ้านใส่ซิม ก็ได้ หรือจะสลับซิมเอาก็ได้ตามงบ
ต่อมา ซิมใช้แบบไหนดี ระหว่าง รายเดือนกับเติมเงิน
แนะนำให้ใช้เติมเงิน จะถูกกว่า เติมเดือนละ 20-50บาท แถม ซื้อวัน เพิ่มได้ด้วย งั้น 50บาท จะได้หลายเดือน 


ลองมาเที่ยบราคากันกับ Yubikey  2ตัว  2800/50 = 4.6 ปี ก็ถ้าเติมเงินอย่างเดียว ก็ใช้ได้ 4.6ปี  นี้ยังไม่รวมซื้อวันนะ
แล้ว ยังมีความยืดหยุ่น ในการเปลี่ยนเบอร์ใหม่อีก ถ้าหลุด ส่วนเบอร์นี้ ก็ไม่ต้องรับสาย ไม่ต้องใช้กับอะไรทั้งนั้น และใช้กับมือถือ อีกเครื่อง จะได้ไม่หลุด ถ้าหลุดโทษผู้ให้บริการ เครื่อค่ายได้เลย ถ้าหลุดก็เปลี่ยนซิมใหม่

วิธีการคือ เพิ่มเบอร์ใหม่ แล้ว ค่อยลบ เบอร์เก่า

โดยระหว่างนั้นรอ 1ชั่วโมง

หรืออีกวิธีหนึ่งคือใช้พาสเวิร์ดเพียงอย่างเดียว
แล้วเอา 2fa ออกให้หมด แม้กระทั้งมือถือ ที่ใช้อยู่ด้วย นั่นคือความคิด แต่ในความเป็นจริง ลบเครื่องที่ใช้อยู่ไม่ได้ ดังนั้นต้องใช้ iphone อีกเครื่อง ดันนั้น วิธีนี้ตัดออก
 

อย่างไรก็ตาม ผมใช้วิธีนี้บ่อยมากและได้ผลดี แต่ก็มีโอกาสหลุดได้ เช่น กรณี Yahoo ถูกแฮก ซึ่งทำให้ข้อมูลรั่วไหล หรือ ลืมพาสเวิร์ดเอง หรือ ทำที่จดไว้หาย

ซึ่งก็มีวิธีแก้ไข ถ้ารหัสผ่านมีความสำคัญมาก สามารถ ตอกพาสเวิร์ดลงบนแผ่นโลหะกันไฟ เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือถ้ากรณี เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการถูกแฮก ควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ เช่น ทุกเดือนหรือทุกสัปดาห์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแบบสุ่มหรือมีรูปแบบเฉพาะก็ได้

แม้ว่าวิธีนี้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น เพราะข้อมูลที่ถูกขโมยมักถูกนำไปขายต่ออีกที ถ้าเราเปลี่ยนรหัสผ่านเร็วก่อนที่แฮกเกอร์จะนำไปใช้ เราก็อาจรอดพ้นจากการถูกเจาะระบบ

ช่องโหว่อีกอย่างของการใช้พาสเวิร์ดเพียงอย่างเดียว คือ ความเสี่ยงจากฝั่งเราเอง เช่น

  • ถูกโทรจัน (Trojan) หรือคีย์ล็อกเกอร์ (Keylogger) ดักข้อมูล

  • มีคนแอบมองหน้าจอขณะใส่รหัสผ่าน เช่น ตอนใช้งานในร้านกาแฟ แล้วมีกล้อง IP ซ่อนอยู่แอบถ่ายเรา

ดังนั้น แม้ว่าการใช้พาสเวิร์ดเพียงอย่างเดียวจะเป็นไปได้ แต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงเหล่านี้ด้วย

แล้ว ถ้าใช้ 2FA มันดีกว่าไหม ก็ต้องตอบว่าดีกว่า แต่หลายครั้งเองที่ มันนั่นละคือจุดอ่อน
ทำให้คนไม่รู้พาส สามารถ เข้าถึงได้

อย่างเบอร์มือถือที่มีชื่อเราแท้ๆ ก็ยังโดน เคสนี้มีชื่อ ทางการว่า Sim Swap Attack
คือ เขา ได้รับซิมใหม่ จากผู้ให้บริการ  ซึ่งวิธีการหลายหลายวิธี พอได้ซิมแล้ว ความฉิบหายก็บังเกิด จากเคสอ้างอิง  CEO ของ Twitter (Jack Dorsey) เคยถูกแฮกบัญชีผ่าน SIM Swap 

 


เคสนี้ ถ้า มีแต่พาส  ก็จะใช้วิธีนี้ไม่ได้

ส่วนถ้าเป็นเคส
Man-in-the-Middle Attack (MITM)
อันนี้ จะมี 2FA OTP ผ่านเบอร์ หรือแอป  ก็ไม่รอด เว้นแต่ใช้ Security Key 

จะบอกว่า Security Key  ดีสุดว่างั้น?
ตอบก็ใช่ แต่ห้ามพังห้ามหาย ห้ามโดนขโมยนะ ก็ซื้อมาเยอะๆ ไว้ในบ้าน 2-3อัน อีกอันฝากไว้อีกบ้าน หรือ ฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร ก็ได้ ตามกำลังทรัพย์ +ความสะดวก
ถ้าใครมีเงิน ซื้อแค่อันเดียว ไม่แนะนำอย่างยิ่ง อย่างน้อย 2อัน  เพราะโอกาสเสียพร้อมๆกันสองอัน มันยาก มาก เว้นแต่เกิดอาเพศ เช่นไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหวตึกถล่มทับ Security Key  อะไรแบบนี้ หรือโจรกวาดไปหมด หรือโดนเก็บทิ้งถังขยะ เป็นต้น
ดังนั้น ใช้เงินแก้ปัญหาได้ ตามที่กล่าวมา

เอาละ ย้อนกลับไป การไม่มี  2FA  มันอัตราย  สำหรับหลายๆคน แล้ว มิจฉาชีพ ก็สามารถ ใช้ 2FA ในการเข้า ถึง เมลเราด้วย จากการ แจ้งลืมรหัสผ่าน

ถาม ai ได้คำตอบดังนี้

2FA ถูกใช้เป็นเครื่องมือแฮกได้ยังไง?

🔹 1. รีเซ็ตรหัสผ่านผ่าน 2FA ที่แฮกเกอร์เข้าถึงได้

  • ถ้าใช้ SMS 2FA → โดน SIM Swap ได้

  • ถ้า 2FA ผูกกับ อีเมล → ถ้าอีเมลโดนแฮก = ทุกบัญชีก็โดนแฮก

🔹 2. หลอกให้เหยื่อกด "อนุญาต" บนอุปกรณ์ 2FA

  • ถ้าใช้ 2FA แบบ Push Notification (Google Prompt, Apple ID)

  • แฮกเกอร์สแปมแจ้งเตือนจนเหยื่อเผลอกด "อนุญาต" มันคือเคสที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ละ ผมก็เกิบไปแล้ว

🔹 3. รีเซ็ตรหัสผ่านของแอปผ่าน Social Engineering

  • ถ้าแฮกเกอร์รู้เบอร์โทร + อีเมล → เขาสามารถโทรไปหลอก Call Center ของบางบริการให้รีเซ็ตรหัสให้ได้

สรุปให้เพื่อความปลอดภัย จากมิจฉาชีพ ถ้าจะใช้ 2fa แนะนำให้ใช้ Security Key 

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568

security key กับปัญหาที่แก้ไม่ได้ หรือ วิธีแก้คือซื้อใหม่ อีกคู่

 



สรุปจากพาสผิดทำให้ คีย์ล็อก การแก้ปํญหา ที่บอกให้รีเซ็ต แต่ไม่ได้ 

ต้องใช้ yubi key fido manager แต่ใช้กับ ของพี่บิด ไม่ได้ 

คือ มันเปิด uni key ไม่ได้ แล้ว unikey ก็ไม่มีแอปจัดการ แล้ว จัดการรีเซ็ตบน วินโดวก็ไม่ได้ทั้ง วิน 11 และ วิน 10 ลองแล้วทั้งคู่ 

วิธีแก้สุดท้าย คือโยนทิ้ง ซื้ออันใหม่

https://www.tenforums.com/tutorials/123274-change-security-key-pin-log-into-apps-windows-10-a.html








วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567

นโยบายในช่วงรัฐบาลนี้ ล่าสุด 4อัน เอื้อคนรวยหรือไม่ ผม ถามกับChartGPT

ภาพวาดโดย Amorim 6 April 2024 cartoonmovement
 

 คำถาม มาตรการเหล่านี้ ทำให้คนจนเสียเปรียบคนรวยหรือไม่ เป็นการเอื้อชนชั้นคนรวยหรือไม่ อย่างไร
1.การเก็บภาษีรถติด
2.การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
3.การยกเลิกภาษีแบบก้าวหน้า 
4.การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 15%



วิเคราะห์ผลกระทบของมาตรการดังกล่าว


1. การเก็บภาษีรถติด

ผลกระทบ:

  • คนจนและชนชั้นกลาง:
    • ผู้มีรายได้น้อยที่ใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เพื่อการเดินทางจำเป็น อาจไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มได้ ส่งผลให้ถูกกีดกันออกจากการใช้ถนน
    • อาจต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะที่อาจยังไม่ครอบคลุมหรือมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  • คนรวย:
    • คนรวยสามารถจ่ายภาษีได้โดยไม่กระทบต่อการใช้รถยนต์ส่วนตัว
    • ได้ประโยชน์จากถนนที่รถน้อยลง ทำให้เดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น

เอื้อชนชั้นคนรวยหรือไม่:

  • มีแนวโน้มเอื้อคนรวยโดยทางอ้อม เพราะช่วยลดความแออัดบนถนนให้กับผู้ที่สามารถจ่ายภาษีได้

2. การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ผลกระทบ:

  • คนจนและชนชั้นกลาง:
    • ผู้ที่ถือครองที่ดินหรือทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยไม่ได้รับประโยชน์มากนัก
    • อาจเสียเปรียบในระยะยาว เพราะรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคหรือช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มนี้ได้
  • คนรวย:
    • ผู้ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์จำนวนมากจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดภาษี

เอื้อชนชั้นคนรวยหรือไม่:

  • เป็นการเอื้อชนชั้นคนรวยโดยตรง เพราะลดภาระภาษีสำหรับผู้มีทรัพย์สินมาก

3. การยกเลิกภาษีแบบก้าวหน้า

ผลกระทบ:

  • คนจนและชนชั้นกลาง:
    • คนรายได้น้อยหรือมนุษย์เงินเดือนจะเสียเปรียบ เพราะการยกเลิกภาษีแบบก้าวหน้าไม่สะท้อนความแตกต่างในความสามารถในการจ่าย
    • ภาระภาษีจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำและกลางมากขึ้น
  • คนรวย:
    • ผู้มีรายได้สูงมากจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะไม่ต้องจ่ายภาษีในอัตราสูง

เอื้อชนชั้นคนรวยหรือไม่:

  • เป็นการเอื้อชนชั้นคนรวยอย่างชัดเจน เพราะลดความรับผิดชอบทางภาษีของผู้มีรายได้สูง

4. การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 15%

ผลกระทบ:

  • คนจนและชนชั้นกลาง:
    • คนรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบหนัก เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการ ซึ่งมักเป็นสัดส่วนรายได้ที่สูงสำหรับคนกลุ่มนี้
    • การบริโภคจะลดลง เนื่องจากภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
  • คนรวย:
    • คนรวยอาจไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะรายได้ที่เหลือใช้หลังจ่ายภาษียังสูง

เอื้อชนชั้นคนรวยหรือไม่:

  • เอื้อคนรวยในทางอ้อม เพราะผลกระทบของภาษีนี้ตกหนักกับคนจนและชนชั้นกลางมากกว่า

สรุปภาพรวม

มาตรการทั้ง 4 ข้อมีแนวโน้มทำให้คนจนเสียเปรียบคนรวยในหลายมิติ:

  1. การเก็บภาษีรถติด: ช่วยลดความแออัดบนถนนให้คนรวย แต่เพิ่มภาระให้คนจน
  2. การลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ลดภาระภาษีให้คนรวยโดยตรง
  3. การยกเลิกภาษีแบบก้าวหน้า: ลดความเป็นธรรมในระบบภาษี ทำให้คนจนเสียเปรียบ
  4. การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม: กระทบคนจนและชนชั้นกลางหนักที่สุด

มาตรการเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มที่เอื้อชนชั้นคนรวยมากกว่าการสร้างความเป็นธรรมในสังคม.





วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567

จากปัญหา intel Crash สู่ Undervolt Underclock CPU ในวันนั้น สู่ผลวันนี้

Intel Crash 14th คือ คืออะไร

Intel Crash 14th นั้นหมายถึงปัญหาความไม่เสถียรที่เกิดขึ้นกับซีพียู Intel รุ่นที่ 13 และ 14 (หรือ Raptor Lake) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นที่ลงท้ายด้วยตัว K เช่น i9-13900K, i7-14700K เป็นต้น ปัญหานี้ทำให้คอมพิวเตอร์เกิดอาการค้าง, รีสตาร์ทเอง หรือเกมเกิดการ crash บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้เป็นอย่างมาก

สาเหตุของปัญหา

สาเหตุหลักของปัญหา Intel Crash 14th นี้ เกิดจากข้อผิดพลาดใน microcode ของ CPU ที่ทำให้มีการใช้แรงดันไฟฟ้า (Voltage) เกินกว่าที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ CPU ทำงานไม่เสถียรและเกิดอาการดังกล่าวข้างต้น

 Underclock CPU คืออะไร

Underclock CPU หมายถึงการตั้งค่าให้ซีพียูทำงานที่ความเร็วต่ำกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดมา โดยปกติแล้ว ซีพียูจะถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ความเร็วสูงสุดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่การ Underclock นั้นเป็นการลดความเร็วลงมา เพื่อแลกกับข้อดีอื่นๆ 

Undervolt CPU คืออะไร? 

 Underclock CPU หมายถึงการลดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับ CPU
 

การ UC และ ผล ที่ได้ ของ Poipoi

fan seting cpu-v-core bass clock performance ratio effciceacy ration Xmp M-power (watt) temp** Max-temp*** room temp
fan silent 1.165 93 53 39 5600 179.18
77 79 28

ได้อุณหภูมิ ตามเป้า แต่ ผล คะแนนไม่ค่อยดี 

จาก การลด ความถี่สัญญาณนาฬิกา กับตัวคูณ เหลือ 93*53=4929 ทำให้หายไป 10.38%

วิเคราะห์ ผลเทส จาก 3D mark

เอาละมาดูที่ผลเทส CPU อย่างเดียวในรุ่นเดียวกัน


Highest score: 28670 คะแนนสูงสุด 
Average score: 20691 คะแนนเฉลี่ย
Your best score: 19340  คะแนน Poipoi หลัง Under Clock ก็  ถือว่าด้อยกว่าคะแนนเฉลี่ยที่ 6.5%  ก็ไม่ได้ แย่เกินไป เพราะ ค่าความถี่สัญญานนาฬิกาเราหายไป  10%
ซึ่งจะได้ ข้อดีคือ Max-watt ไม่เกิน 180watt และ อุณหภูิ ไม่เกิน 79c โดยใช้ แค่ชุดลม 
แต่ถ้าไปเทียบกับอันดับหนึ่ง นี้ดูแย่ทันที เพราะคะแนนหายไป 32.5% หรือ หายไป 1ใน 3 เลย ทีเดียว
 
 

ซึ่งถ้าเอาผลคะแนนนี้ไปเทียบ กับ i7-14700 ก็พอกัน เหมือใช้ i7-14700 แต่ซื้อแพงกว่า ไม่น่าเลย

 ซึ่งเราก็อยากรู้ว่า ถ้าไปซื้อ i7-14700 ( none-k ) มาตั้งแต่แรก จะดีกว่า i7-14700k UC ไหม?

Highest score: 23358 Average score: 16692

โดยเราจะคำนวน จาก ชุด

1. i7-14700k +ชุดน้ำสามตอน ราคา คะแนนเฉลี่ย

2.i7-14700k+ชุดลม ของผม ราคา คะแนน ที่ผมได้

3.i7-14700 พัดลมแถม ราคา0 คะแนนเฉลี่ย 

ผมใช้ชุดลมตัวนี้ Thermalright Frost Commander 140 budget air cooler

ราคาจากร้าน computeandmore 2550บาท แต่ผมซื้อจาก แอป มันมีโค้ดลด กับ เอา coin ไปลดได้อีก

จริงๆ ราคา ต่างประเทศ มัน $49.9 หรือประมาณ 34*49.9=  1,696.6 บาท  แต่เขาเอามาขายก็ต้องเอากำไร มีค่านำเข้า  ค่า ภาษีศุลกากร + vat อีก ก็นะ 

case ใช้ corsair air 540 

ส่วนชุดน้ำ ที่ตอนแรกจะ เอามาเปรียบเทียบจะเป็น ARCTIC LIQUID FREEZER III 360 4,590 บาท

แต่มันก็จะมีตัวถูกกว่าอีกหลายตัว ปรับเป็นราคาเฉลี่ย ที่ราคา 3500

ส่วนชุดลมก็มีหลายราคาเหมือนกัน ถ้าเอาเฉลี่ย คงไม่ได้เพราะราคามันห่างเกินไป แล้ว ราคา 450บาทมันใช้ไม่พอ กับ i7-14700k

เอาเป็นเฉลี่ยราคา ที่ผมใช้แล้วกัน 1,696.6 กับ 2550  เป็น 2123.3 บาท



cpu cpu price cooler fan price sum score คะแนน/฿ คะแนน/฿
i7-14700k 13870 Thermalright FC140 CPU Cooler ราคาเฉลี่ย 2,123.30 15,993 19340 1.2 1.2093
i7-14700k 13870  ชุดน้ำสามตอนราคาเฉลี่ย 3,500 17,370 20691 1.2 1.1912
i7-14700 12,490 free in box  0 12,490 16692 1.3 1.3364


 จาก คะแนน/ราคา (บาท) เมื่อเราปัดเศษ คือเท่ากันเลย 

under clock i7-14700k ของผมแย่ สุด (ความร้อยสูงสุด 79 องศาเซลเซียส )

ส่วน i7-14700k ค่าเฉลี่ยชุดน้ำ ถือว่าคุ้มค่า กับราคาชุดน้ำ เพื่อได้คะแนนเพิ่มขึ้น (ไม่ทราบความร้อน)

ส่วนดีที่สุด คือ i7-14700 เดิมๆ ( แต่ 100 องศาแน่นอน ครับ )


สรุปจากผลเทสที่ คือ ถ้าอยากได้แรง จ่ายเงินค่าชุดน้ำดีๆ คุ้ม

ถ้าอยากได้ประหยัด หรือ คะแนน/ราคา ดีๆ ใช้ i7-14700 กับพัดลมแถม  แต่ถ้า เอา none k ไปใส่ชุดน้ำสามตอนนี้ ก็ เท่ ดี 

ตัวอย่างสองเจ้าใหญ่ ประกอบ i7-14700f ใส่ชุดน้ำมา สามตอนบ้าง สองตอนบ้างละ 

ก็เมืองไทยมันร้อน ไม่งั้น เสียค่าแอร์ ฉำๆ





ก็ มีคำถามขึ้นมาว่า i7-14700 ที่ oc ไม่ได้ จำเป็นต้องใส่ชุดน้ำไหม หรือพัดลมเดิมๆก็พอ จะว่า intel มันก็ต้องออกแบบมาพออยู่แล้วลองถาม gimini ดู

i7-14700F ใช้พัดลมเดิมพอไหม? ต้องใส่ชุดน้ำหรือเปล่า?

คำตอบสั้นๆ: สำหรับ i7-14700F ที่ไม่สามารถโอเวอร์คล็อกได้ พัดลมเดิมที่มากับ CPU ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้วครับ แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพสูงสุด หรือใช้งานหนักๆ อย่างต่อเนื่อง การอัปเกรดเป็นชุดน้ำก็เป็นตัวเลือกที่ดี

มาดูเหตุผลกันละเอียดๆ นะครับ

ทำไมพัดลมเดิมถึงอาจไม่พอ?

  • การใช้งานหนัก: หากคุณเล่นเกมหนักๆ หรือทำงานที่ต้องใช้ CPU หนักๆ เป็นเวลานาน พัดลมเดิมอาจระบายความร้อนไม่ทัน ทำให้ CPU ร้อนเกินไป และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน หรือแม้แต่ทำให้ระบบค้างได้
  • สภาพแวดล้อม: อุณหภูมิห้องที่สูง หรือเคสคอมพิวเตอร์ที่ระบายอากาศไม่ดี ก็ส่งผลให้พัดลมเดิมทำงานหนักขึ้น และอาจไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องใช้ชุดน้ำ?

  • ระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม: ชุดน้ำมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนสูงกว่าพัดลมทั่วไปมาก ทำให้ CPU สามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ต่ำลง และมีความเสถียรมากขึ้น
  • เงียบ: ชุดน้ำทำงานเงียบกว่าพัดลม โดยเฉพาะในขณะที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
  • ปรับแต่งได้: ชุดน้ำสามารถปรับแต่งได้หลายอย่าง เช่น ความเร็วของปั๊ม ความเร็วของพัดลม เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

เมื่อไหร่ควรใช้ชุดน้ำ?

  • โอเวอร์คล็อก: หากคุณต้องการโอเวอร์คล็อก CPU ชุดน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการระบายความร้อนที่เพิ่มขึ้น
  • ใช้งานหนักต่อเนื่อง: หากคุณทำงานที่ต้องใช้ CPU หนักๆ เป็นเวลานาน เช่น การเรนเดอร์วิดีโอ หรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
  • ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด: หากคุณต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วและเสถียรที่สุด ชุดน้ำจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สรุป

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป: พัดลมเดิมที่มากับ CPU ก็เพียงพอแล้ว

สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด หรือใช้งานหนัก: ชุดน้ำเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณา:

  • งบประมาณ: ชุดน้ำมีราคาสูงกว่าพัดลมเดิม
  • ความซับซ้อนในการติดตั้ง: ชุดน้ำต้องใช้ความรู้และความระมัดระวังในการติดตั้งมากกว่าพัดลมเดิม
  • ขนาดของเคส: ชุดน้ำบางรุ่นอาจไม่เหมาะกับเคสคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบอุณหภูมิ CPU: หากคุณสังเกตว่า CPU ร้อนเกินไป หรือระบบค้างบ่อยๆ อาจต้องพิจารณาอัปเกรดคูลเลอร์
  • เลือกชุดน้ำที่เหมาะสม: หากคุณตัดสินใจเลือกใช้ชุดน้ำ ควรเลือกชุดน้ำที่มีขนาดและประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับเคสคอมพิวเตอร์ของคุณ

ก็ เขาบอกมาแบบนี้ ก็ต้องดู ว่าห้องร้อนไหม เคส ร้อนไหม อะไรด้วย พูดง่ายๆถ้าเคสดีห้องติดแอร์+มีเงินจ่ายค่าไฟ ก็ไม่จำเป็น ประมาณนั้น

จริงๆ เอาไปถาม พนักงานร้าน เขาเชียวชาญมากกว่า poipoi แต่ poipoi  ไม่ได้อยากจะขายชุดน้ำ หรือไม่มีผลประโยชน์ ทางการค้าใดๆ  

ส่วน ผม ไม่ได้ใช้ชุดน้ำ แต่ ใช้อีกวิธี คือการ underclock แทน เย็น เหมือนกัน แล้วประหยัดไฟด้วย 


แล้วก็มาย้อนถามตัวเองว่าทำไม (ให้ ai ตอบ)

ทำไมถึงเลือก Underclock i7-14700K แทนที่จะซื้อ i7-14700?

การตัดสินใจเลือก Underclock i7-14700K แทนที่จะซื้อ i7-14700 นั้น มีเหตุผลที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและปัจจัยต่างๆ ของผู้ใช้งาน แต่โดยทั่วไปแล้ว สามารถสรุปเหตุผลหลักๆ ได้ดังนี้ครับ

เหตุผลที่เลือก Underclock i7-14700K

  • ต้องการความเสถียรสูง: ผู้ที่ทำงานที่ต้องการความเสถียรสูง เช่น การเรนเดอร์วิดีโอ การตัดต่อวิดีโอ หรือการใช้งานโปรแกรมที่ต้องการทรัพยากร CPU อย่างต่อเนื่อง การ Underclock จะช่วยลดความร้อนและความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆ เช่น การค้าง หรือการรีสตาร์ท
  • ต้องการประหยัดพลังงาน: สำหรับผู้ที่เน้นการประหยัดพลังงาน การลดความเร็วของ CPU จะช่วยลดการใช้พลังงานของระบบได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ต้องการลดความร้อน: ผู้ที่ต้องการลดความร้อนภายในเคสคอมพิวเตอร์ การ Underclock จะช่วยลดการผลิตความร้อนของ CPU ทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ ในเครื่องเย็นลง อายุการใช้งานยาวนานขึ้น
  • มี CPU i7-14700K อยู่แล้ว: บางคนอาจมี CPU i7-14700K อยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านอื่นๆ เช่น ความเสถียร หรือการประหยัดพลังงาน การ Underclock จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
  • ต้องการทดลอง: บางคนอาจต้องการทดลองปรับแต่งระบบคอมพิวเตอร์ของตนเอง การ Underclock ก็เป็นหนึ่งในวิธีการปรับแต่งที่สามารถทำได้

ทำไมไม่ซื้อ i7-14700?

  • งบประมาณจำกัด: i7-14700K อาจมีราคาสูงกว่า i7-14700 ทำให้ผู้ที่มีงบประมาณจำกัดเลือกที่จะซื้อ i7-14700K ที่มีอยู่แล้วมาปรับแต่งแทน
  • ไม่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด: สำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด การใช้ i7-14700 ก็เพียงพอแล้ว การซื้อ i7-14700K แล้วมา Underclock อาจไม่คุ้มค่า
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง: การมี CPU ที่แรงกว่า แล้วค่อยมาปรับลดความเร็ว จะทำให้มีพื้นที่ในการปรับแต่งได้มากกว่า

สรุป

การเลือก Underclock i7-14700K หรือซื้อ i7-14700 ขึ้นอยู่กับความต้องการและปัจจัยต่างๆ ของแต่ละบุคคล หากคุณต้องการความเสถียรสูง ประหยัดพลังงาน หรือมี CPU i7-14700K อยู่แล้ว การ Underclock อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณต้องการประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ต้องการปรับแต่งระบบมากนัก การซื้อ i7-14700 อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

คำแนะนำ:

  • ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด: ก่อนตัดสินใจ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ CPU ทั้งสองรุ่น รวมถึงวิธีการ Underclock ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากไม่มั่นใจ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เพื่อขอคำแนะนำ

คำถามเพิ่มเติม:

  • คุณมีเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้สนใจการ Underclock i7-14700K หรือไม่?
  • คุณมีงบประมาณในการอัปเกรดคอมพิวเตอร์เท่าไหร่?
  • งานที่คุณทำประจำวันคืออะไร?

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป การปรับแต่งคอมพิวเตอร์ควรทำด้วยความระมัดระวัง และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากไม่มั่นใจ

ข้อดีและข้อเสียของการ Underclock CPU i7-14700K

การ Underclock CPU i7-14700K คือการลดความเร็วในการทำงานของ CPU ลงจากค่าที่ตั้งโรงงานมา เพื่อให้ CPU ทำงานที่ความเร็วที่ต่ำลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ครับ

ข้อดีของการ Underclock

  • ลดอุณหภูมิ: การทำงานที่ความเร็วต่ำลงจะทำให้ CPU สร้างความร้อนน้อยลง ทำให้อุณหภูมิของ CPU ลดลง ส่งผลให้ระบบมีความเสถียรมากขึ้น
  • ประหยัดพลังงาน: การลดความเร็วของ CPU จะช่วยลดการใช้พลังงานของระบบ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว
  • เพิ่มอายุการใช้งาน: การทำงานที่อุณหภูมิต่ำลงจะช่วยยืดอายุการใช้งานของ CPU ได้มากขึ้น
  • ลดเสียงรบกวน: พัดลมระบายความร้อนจะทำงานช้าลง ทำให้เกิดเสียงรบกวนน้อยลง

ข้อเสียของการ Underclock

  • ประสิทธิภาพลดลง: การลดความเร็วของ CPU จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมลดลง เช่น การเล่นเกม การเรนเดอร์วิดีโอ หรือการทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรของ CPU สูงๆ จะช้าลง
  • สูญเสียศักยภาพของ CPU: i7-14700K เป็น CPU ที่มีประสิทธิภาพสูง การ Underclock จะทำให้สูญเสียศักยภาพของ CPU ไปโดยเปล่าประโยชน์
  • ต้องใช้เวลาในการปรับแต่ง: การหาค่าที่เหมาะสมในการ Underclock ต้องใช้เวลาและความรู้พอสมควร

ควร Underclock หรือไม่?

การตัดสินใจว่าจะ Underclock CPU หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของคุณ หากคุณเน้นเรื่องความเสถียรของระบบ และไม่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด การ Underclock อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการเล่นเกม หรือทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรของ CPU สูงๆ การ Underclock อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

กรณีที่ควรพิจารณา Underclock:

  • ระบบมีปัญหาความร้อนสูง: หาก CPU ของคุณมีอุณหภูมิสูงเกินไปจนทำให้ระบบไม่เสถียร การ Underclock อาจช่วยแก้ปัญหาได้
  • ต้องการเพิ่มอายุการใช้งานของ CPU: หากคุณต้องการให้ CPU ของคุณใช้งานได้นานขึ้น การ Underclock อาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง
  • ต้องการลดเสียงรบกวน: หากคุณต้องการให้ระบบทำงานเงียบขึ้น การ Underclock อาจช่วยลดเสียงรบกวนจากพัดลมระบายความร้อนได้

สรุป

การ Underclock CPU i7-14700K มีทั้งข้อดีและข้อเสีย คุณควรพิจารณาถึงความต้องการในการใช้งานของคุณก่อนตัดสินใจ หากคุณไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ได้

คำถามเพิ่มเติม:

  • คุณมีปัญหาเรื่องความร้อนของ CPU หรือไม่?
  • คุณต้องการให้ระบบทำงานเงียบขึ้นหรือไม่?
  • คุณใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่ออะไรเป็นหลัก? (เช่น เล่นเกม, ทำงานกราฟิก, ทำงานเอกสาร)

คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้จะช่วยให้ผมสามารถให้คำแนะนำที่ตรงกับความต้องการของคุณได้มากขึ้นครับ

 

โห มันด่าได้แทงใจดำ ตรง  สูญเสียศักยภาพของ CPU: i7-14700K

มาทางนี้แล้ว ก็เลยตามเลย จะให้ ซื้อชุดน้ำสามตอนมาใส่ใหม่ ก็ไม่มีเงิน 

 

https://www.3dmark.com/3dm/122311195?


วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567

การเปลี่ยนแปลงของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยหลังการปิดตัวของ JD Central และ Weloveshopping และการเข้ามาของ TikTok Shop และ Temu

 


การปิดตัวของ JD Central และ Weloveshopping ในปีที่แล้ว (พ.ศ. 2566 ) ทำให้ภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเปลี่ยนแปลงไป  โดยเหลือเพียง Lazada และ Shopee เป็นผู้เล่นรายใหญ่สองรายที่ครองตลาด และการเข้ามาของ TikTok Shop และ Temu

 หลังจากที่ JD Central และ Weloveshopping ตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2566 ทำให้ Lazada และ Shopee กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และแอปพลิเคชันช้อปปิ้งข้ามพรมแดนอย่าง Temu เข้ามาแข่งขันในตลาดไทย

 

 

JD Central ปิดในวันที่ 3 มี.ค. 2566 

Weloveshopping ปิดไปตอนปี 30 มิถุนายน 2566

ตอนนี้ เหลือ คู่แข่งหลัก 2เจ้าคือ Lazada และ  Shoppee

เหมือนช่วงแรก ลาซาด้า กินส่วนแบ่งเยอะกว่า 

แต่ตอนนี้ ช็อปปี้ กำไรมากกกว่า 

เอาละสำหรับผู้บริโภค ที่อยากให้มีการแข่งขัน ไม่อยากให้มีเจ้าเดียวผูกขาดต้องทำยังไง?
ตอบโดย poipoi
อย่าให้เจ้าที่ด้อยกว่าเจ๊ง อุดหนุน เจ้าที่เป็นมวยรองบ้าง มวยรองตอนนี้ อาจจะเป็นเจ้าเล็กๆที่ไม่ใช่ ทั้งลาซาด้าหรือช็อบปี้ ก็ได้

ตอบโดย Gimini

ผู้บริโภคควรทำอย่างไรเพื่อให้มีการแข่งขัน

  1. เปรียบเทียบราคาและคุณภาพสินค้า: ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ควรเปรียบเทียบราคาและคุณภาพจากหลายๆ แพลตฟอร์ม รวมถึงร้านค้าออนไลน์อื่นๆ ที่อาจมีราคาที่น่าสนใจกว่า
  2. ใช้บริการเปรียบเทียบราคา: มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันหลายตัวที่ช่วยเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลากหลายร้านค้า
  3. สนับสนุนร้านค้าเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย: การซื้อสินค้าจากร้านค้าเล็กหรือผู้ประกอบการรายย่อยผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยกระจายอำนาจทางการตลาด และสร้างความหลากหลายให้กับตลาด
  4. ให้ความสำคัญกับรีวิวจากผู้บริโภคคนอื่น: การอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยซื้อสินค้าจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น
  5. แจ้งปัญหาและข้อเสนอแนะไปยังแพลตฟอร์ม: หากพบปัญหาในการใช้งานหรือไม่พอใจกับบริการ ควรแจ้งไปยังแพลตฟอร์มเพื่อให้มีการปรับปรุง
  6. แบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน: การบอกต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณให้กับคนอื่นๆ จะช่วยให้ผู้บริโภคคนอื่นๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และอาจส่งผลให้แพลตฟอร์มต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของผู้บริโภคมากขึ้น
  7. สนับสนุนให้มีการแข่งขันในตลาด: ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญที่ส่งเสริมการแข่งขันในตลาด เช่น การลงชื่อในแคมเปญเรียกร้องให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม
  8. พิจารณาใช้บริการตลาดกลางอื่นๆ: หากมีตลาดกลางอื่นๆ เกิดขึ้นมา ควรลองใช้บริการเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มตัวเลือกให้กับตัวเอง

สิ่งที่ภาครัฐควรทำ

  • ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม: ภาครัฐควรมีกฎหมายและมาตรการที่ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดอีคอมเมิร์ซ
  • ปกป้องสิทธิของผู้บริโภค: ภาครัฐควรมีหน่วยงานที่ดูแลและปกป้องสิทธิของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์
  • สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย: ภาครัฐควรมีนโยบายที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีและช่องทางการขายออนไลน์

สรุป

แม้ว่าปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจะมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงสองราย แต่ผู้บริโภคยังมีอำนาจในการเลือกและตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยให้ตลาดมีความหลากหลายและมีการแข่งขันมากขึ้น การที่ผู้บริโภคตระหนักถึงสิทธิของตนเองและร่วมมือกันสร้างแรงกดดัน จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น