(ภาพปกไม่ตรงใจกับเนื้อหาอีกละ ช่างเนอะ เจนอีก10 รอบก็ไม่ตรงเอานี้ละกัน ดูเหมือน เมืองก็อตแธมดีออก)
คืออย่างนี้ เรื่องนี้ โควิด 19 ตอนนั้นและตอนนี้ ใครเห็นต่างหรือออกมาคัดค้านหรือตั้งคำถาม กับสื่อกระแสหลัง และรัฐบาลโลก ถูกโยนให้กลายเป็นพวก สมคบคิดหรือ io ไป แต่ในความเป็นจริง เราทราบที่ว่ามีการทำ io จากสหรัฐ ไม่ให้ฉีดวัคซีนเชื้อตาย เช่น ในประเทศฟิลิปิน และอีกหลายๆประเทศ (เป็นข้อเท็จจริงที่มีการสืบสวนและเปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยสำนักข่าว Reuters แฉก่อนที่จะจำนนด้วยหลักฐานและออกมายอมรับ ซึ่งทางสหรัฐก็มีข้ออ้างดีๆให้ชาวโลกฟังโดยใช้วาทศิลป์ระดับโลก แต่เมื่อตัดวาทศิลป์ออกไป ผลที่ได้จริงๆ คือมีคนตายจริงเพราะการกระทำเช่นนี้ แต่นั่นคือความคุ้มค่าเพราะผลตอบแทนก็ยอมรับได้ที่จะมีคนเสียชีวิต (ในมุมผม:ใช่สิไม่ใช่ชีวิตเมิงนี่))
เอาละ มาเรื่องนี้เราจะเห็นผลประโยชน์มหาศาล และการใช้เงินไปกับล็อบบี้ยีสต์ไปจำนวนมาก จาก บริษัท mRNA นี้คือข้อเท็จจริง เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ผมแค่แยก ข้อเท็จจริงออกจากวาทศิลป์ของบริษัทยานั่น
และเรื่องนี้ก็จะมี คำถามว่า ไวรัส เกิดขึ้นเองตามทำธรรมชาติ หรือ คนสร้างขึ้นมา ?
และประเด็นที่สอง ถ้าสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธ ก็ต้องมียารักษาด้วย ตรงยานี้ละครับสำคัญ คือถ้ามียา หรือ มีวิธีรักษา แต่ไม่ใช้ คืออะไร?
จำที่ทรัมป์พูดได้ไหมครับ ไวรัสจีน กังฟูไวรัส จากจีน แล็บอู่ฮั่น แล้วแลปนั่น ดำเนินการโดยใครจากใคร ใครให้ทุน แล้วคนไทยลืมง่าย ยังจำข่าวแลปเก็บเชื้อโรคค้างคาวไทยในมหาลัยดังได้ไหมครับ ?
แล้วก็ สหรัฐ มีการปกปิดข้อมูลหรือไม่ กับ ทำหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ แลปที่ว่าในรายการ มีเส้นทางการเงินอยู่นะครับ
เอาละ ผมจะแบบเป็น 3 ส่วน ส่วนที่1 บทนำของผมเอง ผ่านไปแล้ว ต่อไปส่วนที่ 2เป็น ข้อเท็จจริงที่ผมกรองมาแล้วว่าชัวร์ ที่ไม่ชัวร์ แบบ 9/10 ผมไม่เอามาเข้า8ข้อนี้ครับ ส่วนที่3 เป็นโพสของหมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑาอย่างยาว
เอาละผมเริ่มจาก Major Joseph Murphy: The Snowden of SARS-CoV-2
The U.S. biodefense project that escaped in Wuhan but was buried in Washington
นี้ก่อนละกัน ผมคัดมาแล้ว 8เรื่อง จากบทความตั้งต้น ว่าจริงเป็นจริงมีจริง หรือเรื่องจริงแบบมีหลักฐาน
1.พันตรี Joseph Murphy: เขาคือเจ้าหน้าที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่เข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย (Fellow) ในหน่วยงาน DARPA ในปี 2021 จริง และเป็นผู้เขียนรายงานแจ้งเบาะแสไปยังผู้ตรวจการทั่วไปกระทรวงกลาโหม (DoD IG)
2.โครงการ DEFUSE (2018): มีการยื่นขอทุนโครงการชื่อ "DEFUSE" ต่อ DARPA จริงในปี 2018 นำโดย Peter Daszak (EcoHealth Alliance) ร่วมกับ Ralph Baric (ม.นอร์ธแคโรไลนา - UNC), Zhengli Shi (สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น - WIV) และ Linfa Wang (ม.ดุ๊ก - Duke)
3.รายละเอียดในร่างข้อเสนอ DEFUSE: ในเอกสารข้อเสนอมีการระบุถึง:
การนำไวรัสโคโรนาในค้างคาวมาดัดแปลงพันธุกรรม
การเสนอให้เพิ่มตำแหน่งตัดโปรตีน Furin Cleavage Site เข้าไปในไวรัส
การแบ่งจีโนม (Genome) ของไวรัสออกเป็น 6 ส่วนเพื่อความง่ายในการตัดต่อ (เทคนิคของ Ralph Baric)
แผนการนำไวรัส/วัคซีน ไปพ่นในถ้ำค้างคาวในประเทศจีน
4.การปฏิเสธของ DARPA: DARPA ปฏิเสธการให้ทุน 14 ล้านดอลลาร์แก่โครงการ DEFUSE ในปี 2018
5.ความแตกต่างทางพันธุกรรมของไวรัส: ไวรัสโคโรนาจากค้างคาวที่ใกล้เคียงกับโควิดที่สุด (RaTG13) ไม่มีตำแหน่ง Furin Cleavage Site (PRRAR) แต่ไวรัส SARS-CoV-2 (โควิด-19) มีตำแหน่งนี้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ไวรัสระบาดในคนได้ดี
6.การให้ทุนของ NIAID: แม้ DARPA จะปฏิเสธข้อเสนอ แต่หน่วยงาน NIAID (ภายใต้ ดร. Fauci) ได้ให้ทุนวิจัยแก่องค์กร EcoHealth Alliance ในปี 2019 (รวมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์) ในหัวข้อที่เกี่ยวกับการวิจัยไวรัสโคโรนาในค้างคาว
7. สถานที่ทดลอง: มีการทดลองเกี่ยวกับค้างคาวในสหรัฐฯ จริง เช่น การใช้ค้างคาวผลไม้อียิปต์ที่ศูนย์วิจัย Rocky Mountain Laboratory (RML) ในรัฐมอนแทนา ซึ่งเป็นศูนย์ของ NIAID
8.สถานะของเอกสาร DEFUSE: เอกสารโครงการ DEFUSE ถูกจัดเก็บในโฟลเดอร์ของระบบเครือข่ายความมั่นคงจริงในปี 2021 โดยไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผยต่อสภาคองเกรสในตอนแรก
ส่วนนี้คือภาพประกอบของบทความตั้งต้น ที่ผมเอามากรองเหลือ 8 ข้อ
*****************
ส่วนของคุณหมอ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha
https://www.facebook.com/share/p/1DVUXN9FFP/
เอกสารฉบับเต็ม โครงการ สร้าง โควิด ยาที่ใช้รักษาได้ แต่ปกปิด
DARPA defuse Preempt
เอกสารดังกล่าวมีที่มาจากรายงานของสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านการป้องกันประเทศ (Defense Advanced Research Projects Agency) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ DARPA ซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในไดรฟ์ข้อมูลที่มีระดับความลับสูงสุด (top secret shared drive)
DARPA เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่ส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีซึ่งอาจนำไปประยุกต์ใช้ทางการทหารได้
Project Veritas ได้รับรายงานอีกฉบับหนึ่งที่ส่งถึงผู้ตรวจการทั่วไป (Inspector General) ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเขียนโดยพันตรี Joseph Murphy แห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ และอดีตนักวิจัยของ DARPA (DARPA Fellow)
รายงานระบุว่า EcoHealth Alliance ได้ติดต่อ DARPA ในเดือนมีนาคม 2018 เพื่อขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยแบบ "gain-of-function" (การวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถหรือปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของเชื้อโรค) กับเชื้อไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาว ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า "Project Defuse" ถูก DARPA ปฏิเสธเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยและมุมมองที่ว่าโครงการนี้ละเมิดหลักเกณฑ์การระงับการวิจัยประเภท gain-of-function
ข้อมูลในเอกสารระบุว่า NIAID ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร. Fauci ได้เดินหน้าทำการวิจัยดังกล่าวต่อในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และในสถานที่หลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา
ดร. Fauci ยืนยันมาโดยตลอดภายใต้การสาบานตนว่า NIH และ NIAID ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยแบบ gain-of-function ร่วมกับโครงการของ EcoHealth Alliance
แต่จากเอกสารที่ Project Veritas ได้รับมา ซึ่งระบุเหตุผลที่ข้อเสนอของ EcoHealth Alliance ถูกปฏิเสธนั้น พบว่า DARPA จัดประเภทงานวิจัยนี้ว่าเป็นแบบ gain-of-function อย่างชัดเจน
"ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงหรือประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการวิจัยแบบ Gain of Function (GoF)" นี่คือข้อความที่ยกมาจากจดหมายปฏิเสธของ DARPA
รายงานของพันตรี Murphy ยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความกังวลอย่างยิ่งต่อโครงการ gain-of-function ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 การปกปิดเอกสาร การปิดกั้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่เป็นไปได้ เช่น ยา Ivermectin และ Hydroxychloroquine รวมถึงประเด็นเรื่องวัคซีน mRNA
Project Veritas ได้ติดต่อไปยัง DARPA เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเอกสารที่ถูกซ่อนไว้ และได้พูดคุยกับ Jared Adams หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร ซึ่งกล่าวว่า "ฟังดูไม่ปกติเลย" เมื่อถูกถามถึงวิธีการเก็บเอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับ
Adams กล่าวว่า "หากสิ่งใดถูกจัดเก็บในพื้นที่ที่มีระดับความลับ สิ่งนั้นควรได้รับการระบุสถานะความลับไว้อย่างเหมาะสม ผมไม่เคยเห็นกรณีที่มีเอกสารไม่มีการระบุสถานะความลับถูกเก็บไว้ในพื้นที่ที่มีระดับความลับมาก่อนเลย" ในวิดีโอที่เปิดเผยเรื่องราวนี้ซึ่งเผยแพร่ โดย James O’Keefe ซีอีโอของ Project Veritas ได้ตั้งคำถามสำคัญไปยัง DARPA ว่า:
“ใครใน DARPA เป็นผู้ตัดสินใจเก็บงำรายงานฉบับดั้งเดิมเอาไว้? พวกเขาสามารถแจ้งเตือนไปยังเพนตากอน ทำเนียบขาว หรือสภาคองเกรสได้ ซึ่งอาจช่วยป้องกันการระบาดใหญ่ครั้งนี้ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 5.4 ล้านคนทั่วโลก และก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอีกหลายล้านคน”
ขณะนี้ ดร. Anthony Fauci ยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าว
ข้อมูลจากเอกสารยืนยันว่ารายงานดังกล่าวมีที่มาจาก พันตรี Joseph Murphy แห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนักวิจัยของ DARPA (DARPA Fellow) โดยเขาได้ส่งบันทึกวิจัยและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ SARS-CoV-2 ไปยังผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหม (IG), เนื้อหาในแหล่งข้อมูลสนับสนุนข้อเท็จจริงหลายประการตามที่ระบุไว้ดังนี้:
• ข้อเสนอโครงการ DEFUSE: EcoHealth Alliance โดย Peter Daszak ได้ส่งข้อเสนอชื่อ "Project DEFUSE" ไปยัง DARPA เมื่อเดือนมีนาคม 2018 ภายใต้โปรแกรม PREEMPT เพื่อขอทุนสนับสนุนจำนวน 14,209,245 ดอลลาร์ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยเชื้อไวรัสโคโรนาที่มาจากค้างคาวในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในเอเชีย โดยเฉพาะในถ้ำที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน,,
• การปฏิเสธของ DARPA เนื่องจากความกังวลด้าน Gain-of-Function: DARPA ปฏิเสธข้อเสนอนี้เนื่องจากมองว่างานวิจัยดังกล่าว "เข้าใกล้การละเมิดเกณฑ์ระงับการวิจัยแบบ gain-of-function (GoF)" รายงานระบุว่าข้อเสนอของ EcoHealth Alliance ไม่ได้ประเมินความเสี่ยงของการวิจัย GoF อย่างเหมาะสม และขาดรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผนความปลอดภัย
• การดำเนินงานต่อโดย NIAID/NIH: แม้ DARPA จะปฏิเสธข้อเสนอ แต่รายงานของพันตรี Murphy ระบุว่า NIAID (ภายใต้การดูแลของ ดร. Fauci) ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ และงานวิจัยดังกล่าวได้ดำเนินต่อไปในสถานที่หลายแห่ง รวมถึงที่ สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology - WIV) และสถานที่ในสหรัฐฯ
• การปกปิดเอกสารในระบบความลับสูงสุด: พันตรี Murphy ระบุว่าเขาพบเอกสารเหล่านี้ในโฟลเดอร์ของโปรแกรม PREEMPT บน ไดรฟ์ข้อมูลร่วม JWICS ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายความลับสูงสุด (top secret shared drive) ของสำนักงานเทคโนโลยีชีวภาพ DARPA เขาตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารเหล่านี้ไม่มีการระบุสถานะความลับอย่างเหมาะสม และถูกนำมาวางไว้ในโฟลเดอร์นี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2021 ซึ่งดูเหมือนเป็นการ จงใจซ่อนข้อมูล จากสาธารณะและการตรวจสอบของสภาคองเกรส
• ประเด็นเรื่องวิธีการรักษาและวัคซีน: รายงานของพันตรี Murphy ระบุว่าไวรัส SARS-CoV-2 มีคุณลักษณะเป็นวัคซีนที่ถูกสร้างขึ้นจากการตัดต่อพันธุกรรม (recombinant bat vaccine) เขายังอ้างข้อมูลจากเอกสารว่ามีตัวยาที่สามารถยับยั้งการจำลองตัวของไวรัสได้ เช่น Ivermectin, Hydroxychloroquine และ Interferon ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกมองข้ามหรือปิดกั้นโดยหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้เขายังวิจารณ์ว่า วัคซีน mRNA ทำงานได้ไม่ดีนักเนื่องจากเป็นการเลียนแบบเฉพาะโปรตีนส่วนหนาม (spike protein) ซึ่งอาจมีความเป็นพิษและไม่สามารถป้องกันเชื้อที่เกิดจากการแพร่กระจายทางอากาศได้ดีเท่าที่ควร
James O’Keefe และ Project Veritas ได้เผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐในการจัดการข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อการระบาดใหญ่ทั่วโลก
ข้อมูลสรุปจาก Jim Haslam. reverse engineering the origin of SAR-CoV 2
เปิดดู เอกสาร ฉบับเต็มได้จากลิ้งค์นี้ครับ
https://jimhaslam.substack.com/p/major-joseph-murphy-the-snowden-of
ขณะเดียวกันทั้งโลกรับทราบข้อมูลเหล่านี้จากการเปิดโปงของ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองของสหรัฐ
Tulsi Gabbard ในเดือนมิถุนายน 2026 โดยเปิดเผยเอกสารที่ปกปิดเป็นความลับ declassify 400 หน้า ระบุต้นตอของการวิจัยชีวภาพสร้างไวรัสที่มีความร้ายแรง ในตระกูลโคโรนา ซึ่งกลายเป็นไวรัสโควิด และการให้ทุนในและนอกประเทศ รวมทั้งยูเครน มากกว่า 100 แห่ง รวมทั้งสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น การหลุดรั่วของไวรัสโควิดจากห้องแล็บ กระบวนการปกปิดและป้ายสีผู้ที่ให้ข้อมูลว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด และการโกหกในการให้คำให้การต่อรัฐสภาสหรัฐของ ดร เฟาซี ที่ปฏิเสธโครงการตัดต่อพันธุกรรมสร้างไวรัสใหม่ การเชื่อมโยงกับ ดร บาริค (UNC) ลินฟา หวัง (Duke university)
ดาสแซค (EcoHealth alliance) การผ่านทุนมาทาง USAID CDC DARPA …..และมาที่ไทยเช่นกัน
Tulsi เอกสาร 400 หน้า เปิดโปง Fauci Covid origin
https://www.youtube.com/watch?v=-E8u4ChBlhk
หน้าประวัติศาสตร์การเมืองและวงการข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาต้องสั่นสะเทือน เมื่อ ทัลซี แกบบาร์ด (Tulsi Gabbard) ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ตัดสินใจเปิดเผย "เอกสารลับสุดยอด" ความยาวกว่า 400 หน้าสู่สาธารณชนในวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง
วิดีโอนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกเนื้อหาในแฟ้มลับดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยอีเมล บันทึกข้อความ และรายงานการประชุมระดับสูงจาก FBI, CIA และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงข้อมูลความเชื่อมโยงของอดีตผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ เอกสารชุดนี้ตั้งข้อสังเกตถึงกลไกการทำงานของสิ่งที่เรียกว่า "ดีพสเตท" (Deep State) ในการจัดการข้อมูล ขัดขวางการสืบสวน และสร้างกระแสข่าวเพื่อบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับจุดกำเนิดของวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยของเรา
ร่วมติดตามไทม์ไลน์เหตุการณ์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 การค้นพบความผิดปกติทางพันธุกรรมของไวรัส งานวิจัยดัดแปลงพันธุกรรม (Gain of Function) การอัดฉีดเงินทุนวิจัยข้ามประเทศ โครงการ DEFUSE ตลอดจนคำสั่งอภัยโทษล่วงหน้าที่ทิ้งปริศนาครั้งใหญ่เอาไว้
ข้อสังเกต: เนื้อหาในวิดีโอนี้เป็นการอ้างอิงและวิเคราะห์จากเอกสารข่าวกรองที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองและกลไกความมั่นคงของรัฐ
******************
เอาละ นี้เป็นบันทึก ผม(Poipoi) ไม่ได้ สรุป หรือตัดสิน ว่า ที่พูดๆกันมาจริงหรือเท็จ ผมไม่ได้บอกว่าโควิด มีคนทำหรือบอกว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นะครับ เอาตรงๆผมไม่รู้ ผมไม่ใช่คนทำนี่ครับ ผมมีแค่เชื่อกับไม่เชื่อ
*เข้าใจว่ายาว คำเตือนถ้าจะใช้ AI กากๆสรุป ต้องแยกเป็นข้อๆ เพราะ ผมลองใช้ตัวเสียเงินแต่ก็ยังกากๆ มันเอาคำพูดที่ผมไม่ได้พูดใส่ปากผม กับใส่ปากหมอ และ จะมั่ว ว่าผม(poipoi) เป็นหมอธีระ และเอาคำพูดของต้นทางมามั่วกับหมอธีระ แล้วก็จะเอียงไปทางรัฐบาลโลก พอทักมันมันก็ขอโทษและบอกไม่ได้ตั้งใจโกหก และ AI ไม่มีเจตนา จึงไม่ใช่การโกหก นั่นและ ไม่เรียกว่า AI ใช้วาทศิลป์เป็นได้ไงละ

































