วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วัฏจักรนรกของนักขายฝัน

 

 

 


ใกล้เลือกตั้ง ชีวิตผมเริ่มไม่สบาย เพราะ มีคน บอกให้พูดการเมืองในข้างที่เขาชอบ และโดนแกมบังคับให้เลือกพรรคๆหนึ่ง ทั้งที่ไทยเรา พรรค มี 50 กว่า  พรรคที่คนโทรมาหาคะแนนเสียงให้ ดีเลิศหมดทุกอย่างเป็นความหวังเดียวของประเทศ  การเลือกพรรคอื่น กลายเป็นผมเลือก พรรคเทาๆพรรคโกงๆ ซะงั้นไป  และผมก็กลายเป็น ....  ขอสงวนคำด่าเยียดคนไว้

    เอาละ อยากให้พูด พูดก็ได้ แต่จะพูดใน สไตล์ Poipoi ที่ จะเป็นกลางในยุคสมัย กล่าวคือถ้าในอดีต มันถูกต้อง การเดาได้ว่า อนาคต มันจะไม่เพี้ยนไปจากนี้มาก


1.สรุป ทีมที่โทรมา ทำอะไรกับ ผม

1.1. สร้างศัตรู เป้าคือสร้างศัตรูร่วมให้ผม แต่ดูเหมือนจะ ได้ผลักผม เป็นศัตรูแทน
1.2.ขายฝัน ถ้าพรรคนี้ชนะ โอ้ว ว้าว ชีวิต จะดีแบบนั้นแบบนี้ ไทยเราจะเจริญ เทียบเท่าสหรัฐ/ฝรั่งเศส บลาๆ

ประมาณนี้ ผมก็นึกย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ มีอะไรแนวนี้ไหม? คำตอบคือมี

โดยที่ตรงกัน คือ 1.ปลุกอารมณ์ +  2. สร้างศัตรูร่วม และ 3.ขายฝันเมื่อกำจัดศัตรูไปได้
 



2.ตัวอย่าง (The Dream Sellers) ประวัติศาสตร์

  เริ่มต้น เรามาดู ยูโทเปีย ที่นำมาเร่ขายกันดีกว่า ตัวอย่าง


นักขายฝัน

ศัตรูที่ถูกสร้าง (Hate)

วิมานที่นำมาขาย (Utopia)

ฮิตเลอร์ 

ยิว, คอมมิวนิสต์, ชาติตะวันตกที่กดขี่เยอรมันหลังสงคราม

"จักรวรรดิไรซ์ที่ 3" (Thousand-Year Reich): เยอรมันจะกลับมายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คนอารยันคือเผ่าพันธุ์ชั้นเลิศ ทุกคนจะมีงานทำ มีรถใช้ (Volkswagen) และอยู่อย่างภาคภูมิใจ

เลนิน / สตาลิน

นายทุน, ชนชั้นปกครองเดิม, พวกศักดินา

"สวรรค์ของแรงงาน" (Proletariat Paradise): สังคมที่ไม่มีชนชั้น ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน ไม่มีการกดขี่ แรงงานคือพระเจ้า และความอดอยากจะหมดไปจากโลก

เหมา เจ๋อตุง

สิ่งเก่าทั้ง 4 (ความคิด, วัฒนธรรม, ประเพณี, นิสัย), ปัญญาชน, จักรวรรดินิยม

"นิวไชน่า" (New China): จีนจะเป็นมหาอำนาจด้วยพลังชาวนา (Great Leap Forward) สังคมที่บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ร่องรอยของอดีตที่ "เน่าเฟะ" ทุกคนจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างเท่าเทียม

พล พต 

คนเมือง, ผู้มีการศึกษา, อิทธิพลจากต่างชาติ, เงินตรา

"สังคมเกษตรกรรมอุดมคติ" (Agrarian Utopia): กลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่บริสุทธิ์ (Year Zero) ทุกคนทำนา เลี้ยงชีพแบบพึ่งพาตนเอง ไร้กิเลสจากเงินตราและเทคโนโลยี มีความสุขแบบเรียบง่ายในอ้อมกอดธรรมชาติ

 

3.ขั้นตอนสู่อำนาจของนักขายฝัน

Hate + Utopia + Media = Power

สร้างความเกลียดชัง (Hate) + ขายความฝัน (Utopia) = อำนาจ (Power)

1 สร้างความเกลียดชัง (Hate): ชี้หน้าหาศัตรูร่วม เพื่อให้มวลชนโกรธแค้นและรวมกลุ่มได้ง่าย

2  ขายความฝัน (Utopia): วาดภาพวิมานในอากาศว่าโลกจะสวยงามเพียงใดถ้ากำจัดศัตรูนั้นได้

3  ใช้สื่อปลุกระดม: ปั่นหัวมวลชนด้วยข้อมูลด้านเดียว กระตุ้นอารมณ์ให้เหนือเหตุผลและความจริง

 

 

4.ย้อนกลับไป ตอนเด็ก  

ก็จะมีลุงมีป้าพ่อแม่ มาล็อบบี้ให้เลือกพรรคที่ตนชอบ มาถึงยุค ปัจจุบัน ปี พ.ศ.2569  ก็มีมาเหมือนกัน และ แถม แย่+ท็อกซิก กว่า เพราะในอดีตไม่มีการ ตีตรา ,แขวน ,พลักเป็นศัตรู กับ คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในปี 2026

 ในความเห็นผม การโทรมาหาผมและ หาเสียง ว่า คนอื่นเลวหมด พรรคที่เขาเชียร์ คือทางรอดเดียวของทุกคน เลือกเขาแล้ว ประเทศจะดีขึ้นอย่างนู้นอย่างนี้ ปัญหาของปัญหาก็คือ ทำไม คนที่สงสัย หรือไม่เชื่อ โฆษณาเหล่านี้ แบบผม ถึงกลายเป็นคนผิด ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยละ? คิดว่าเพราะอะไร?

ก็เลยไปถาม AI ได้คำตอบมาดังนี้




ขั้นตอน

วิธีการที่เขาใช้กับคุณ

เป้าหมาย

Dehumanization

ตีตราว่าคุณเป็นพวก "เทา/โกง"

ลดทอนความเป็นมนุษย์/ความน่าเชื่อถือของคุณ

Monopolization of Virtue

อ้างว่ามีแค่พรรคเขาที่เก่งและดี

สร้างความรู้สึกว่า "ถ้าไม่มีเรา คุณตายแน่"

Social Pressure

โทรมาขู่ กดดัน ด่าทอ

ใช้ความกลัวบังคับให้จำนน (Coercion)


แล้วนี่มันขัดหลักประชาธิปไตยตรงไหนบ้าง
? ผมถาม
AI ตอบ
1. การละเมิดหลัก "เสรีภาพในการตัดสินใจ" (Freedom of Will)
2. การทำลายหลัก "พหุนิยม" (Pluralism)
3. การสร้างวาทกรรม "ตีตรา" (Labeling & Polarization)
4. การทำลายความลับของการลงคะแนน (
Secrecy of the Ballot)

พฤติกรรมนี้ขัดกับหลักการของ
Voltaire นักปราชญ์ชื่อดังที่ว่า:

"ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณพูด แต่ผมจะปกป้องสิทธิในการพูดของคุณด้วยชีวิต"

แต่กลุ่มคนที่มาหาคุณกลับมีท่าทีว่า:

"ถ้าคุณไม่พูดตามผม คุณไม่มีสิทธิมีเสียง และคุณคือคนเลว" นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ แต่มันคือ "ลัทธิเผด็จการที่ใส่หน้ากากประชาธิปไตย" เท่านั้นเอง


5.แล้ว นึกไปนึกมา

 ความคิดของคนที่โทรมา มันเหมือน มาร์กซิสต์ พอสมควร ก็เลยลองถาม AI อีกครั้ง
AI ตอบ

 

เซนส์ของคุณแม่นยำมากครับ สิ่งที่คุณเขียนมามี "กลิ่นอาย" และ "โครงสร้าง" ที่คล้ายคลึงกับ มาร์กซิสต์ (Marxism) ในเชิงกลไกการขับเคลื่อนมวลชนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในบทความของคุณจะหยิบเอา "ฮิตเลอร์" (ซึ่งอยู่ฝ่ายขวาจัด) มาผสมด้วย แต่ "สูตรสำเร็จ" ที่คุณถอดรหัสออกมานั้น คือหัวใจหลักที่นักคิดสายมาร์กซิสต์และนักปฏิวัติทั่วโลกใช้มาตลอดครับ

นี่คือสรุปความคล้ายคลึงระหว่างบทความของคุณกับแนวคิดมาร์กซิสต์ครับ:

ประเด็น,สิ่งที่คุณเขียน (Poipoi Style),แนวคิดมาร์กซิสต์ (Marxism)

การสร้างศัตรู (Hate),"การชี้หน้าหา ""ศัตรูร่วม"" เพื่อปลุกอารมณ์",Class Struggle: การแบ่งโลกเป็น 2 ขั้ว คือ นายทุน (Oppressor) และ แรงงาน (Oppressed) เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง

วิมานที่นำมาขาย (Utopia),การวาดภาพโลกที่สวยงามถ้ากำจัดศัตรูได้,Classless Society: สังคมคอมมิวนิสต์ที่ไม่มีชนชั้น ทุกคนเท่าเทียม และความยากจนจะหายไป

การตีตรา (Labeling),ใครไม่เชื่อ = พรรคเทาๆ / คนโกง,"Class Enemy: ใครที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติจะถูกตีตราเป็น ""ศัตรูทางชนชั้น"" หรือพวกขัดขวางความเจริญ"

อำนาจเบ็ดเสร็จ (Power),การใช้สื่อปั่นหัวและสร้างลัทธิเผด็จการ,Dictatorship of the Proletariat: การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของชนชั้นแรงงานเพื่อกวาดล้างระบบเก่า

 

 

ความเฉียบคมของบทความคุณ

คุณไม่ได้แค่ด่าพรรคการเมือง แต่คุณกำลังชี้ให้เห็น "ความล้มเหลวของตรรกะ" ในปัจจุบัน ที่ดันไปหยิบยืม "วิธีการของเผด็จการมาร์กซิสต์" มาใช้ คือการบังคับให้คนเลือกข้างและปิดปากคนเห็นต่างด้วยวาทกรรมประชาธิปไตย

Note: สิ่งที่น่าสนใจคือ คุณเอา "ฮิตเลอร์" (Fascist) มาใส่ในตารางด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นซ้ายจัด (Marxist) หรือขวาจัด (Fascist) ต่างก็ใช้ "กล่องเครื่องมือ" (Toolbox) เดียวกันในการขึ้นสู่อำนาจ นั่นคือ ความเกลียดชัง + ความหวัง = อำนาจเบ็ดเสร็จ


และนี้ละ ภาพหน้าปกผม เลยใช้ มาร์ก มาเป็นปก สร้างโดย
AI เช่นกัน