วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มัคคุเทศก์ (ไกด์) เรื่อง แปล หนังสือทั้งเล่ม ด้วย AI งบ เริ่มต้น 20 บาท/เล่ม และแบบง่ายๆ 200-800 บาท/เล่ม และ ใช้ AI ตัวท็อป 900-1800 บาท/เล่ม

 


 

เอาละครับ อาจจะมีคนถาม ไม่มีฟรี หรือครับ ? ผมบอกของฟรี มันมักจะแพงมาก (เช่น ให้เพื่อนช่วยทำทั้งหมด  สุดท้ายต้องจ่ายแพง ด้วยความสัมพันธ์ ครับ หรือ ค่าไฟฟ้าฟรี คุณก็ต้องลงทุนติดโซล่า หรือ ไปใช้ของชาวบ้าน)

เอาเป็น 20 บาท ที่เป็นงบเริ่มต้น คือ ค่า ไฟฟ้า 4 ชั่วโมง สำหรับ รัน Local  LLM ในเครื่องตัวเองครับ  โดยที่คุณมี คอม แรงๆ ไว้เล่นเกมอยู่แล้ว หรือถ้าคุณจะใช้ AI ฟรี คุณก็ต้อง มี่ค่าไฟฟ้า + ค่าเน็ต ถูกต้องไหมครับ 

ผม ตีราคา 20 บาทกันครับ 

 

เอาละครับ มาเริ่มที่วิธีเกิบ ฟรี กันก่อนครับ คือ ผมใช้ LM Studio ในการรัน Local LLM ครับ 

(ผมเคย สอนไปแล้ว กับ ทำคลิปสอน การใช้ )
ขั้นแรก เราก็ต้อง เลือก โมเดล ให้เหมาะสมกับเครื่องครับ โดยคิด ขนาด ของ VRAM เป็นหลัก 


คอมเล่นเกมทั่วไป  ปกติ VRAM GDDR6 8GB ครับ

ผมขอแนะ นำ Gemma 4 E2B ครับ เพราะแปลนิยายจำเป็นต้องใช้ Context Length ยาว มากๆครับ 
ส่วนโมเดล แปลทั่วให้ใช้ของ Google ครับ ถ้าแปล นิยายอิโรติ ใช้แบบผมครับ Uncensor ครับ
 ขอบอก ว่า LN บ้านๆ ที่เราอ่านทั่วไป ติดเซ็นเซอร์ บ่อยๆนะครับ ฉากอาบน้ำแบบซิซูกะ โดน ฉาก ล้มหน้าโดนก้น ก็โดนเซ็น

ตัวอย่างแบบละเอียด 
ฉากเซอร์วิสฮาเร็ม / โดนตัวกันโดยอุบัติเหตุ: ล้มทับแล้วมือไปจับหน้าอก, หน้าซุกก้น, ผ้าเช็ดตัวหลุด, ฉากแอบดูห้องอาบน้ำ
ฉากการบรรยายเรือนร่าง: การอธิบายทรวดทรงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย, ฉากตัวละครกึ่งเปลือย, ฉากวัดไซส์เสื้อผ้า
ฉากความรุนแรงและเลือด (Gore): ฉากต่อสู้ที่มีการบรรยายเครื่องในหลุด, เลือดพุ่ง, การทรมาน, หรือคำสั่งฆ่าตัวตาย (AI มักเข้าใจผิดว่าเป็น Self-harm)
ฉากพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของตัวละครเด็ก (Non-consensual / Underage Context): LN ยอดฮิตมักมีตัวละครโลลิ (Loli) หรือเด็กมัธยมต้น หากมีฉากลวนลาม โดนจับกด หรือหยอกล้อเชิงเพศ AI จะสั่งตัดบททิ้งทันทีเพราะติดข้อบังคับ CSAM/Child Safety

ตัวอย่างเช่น เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ คิดว่าโดนอะไรบ้างครับ โดนกี่ดอก ไม่ต้องแปลกันเลยครับ ถ้าไม่ใช้ Uncensor หรือคนจริงๆแปล


 






  ในภาพ ผมตั้งไว้ 1แสน ใช้ VRAM 5.61 GB 

อาจจะคิดเหลือๆ  ไม่ครับ ความจริง พอดีครับ เพราะ Windows ก็แดรก VRAM ไปแล้ว 2GB ครับ  
กลายเป็น 7.61GB ปริ่มน้ำสุดๆครับ เว้นแต่ ใครจะมี iGPU หรือ 2 GPU ครับ จะได้ VRAM เต็มๆเช่น โยนหน้าจอทำงาน ใส่ iGPU หรือ GPU ตัวรองแทนครับ เป็นต้น

 

ถัดมาคือพรอมพ์ ครับ 


 

You are a professional English-to-Thai translator. 
Your task is to translate the user's English text into natural, fluent Thai.

Rules for output structure:
1. Translate line by line or sentence by sentence.
2. ALWAYS place the Thai translation FIRST.
3. ALWAYS place the original English sentence DIRECTLY BELOW the Thai translation.
4. Separate each bilingual pair with a blank line for easy reading.
5. Do not add introductory or concluding remarks. Jump straight into the translation.

Output Format Example:
[Thai Translation 1]
[English Sentence 1]

[Thai Translation 2]
[English Sentence 2]
 

 หรือใส่ ภาษาไทยก็ได้ครับ ตามสะดวก แล้วแต่ความฉลาดของโมเดลครับ ผมใช้ภาษาไทยนี้ละครับ ง่ายๆดี

ก็ตรงนี้แล้วแต่สไตล์แต่ละคนครับ 


 ตัวอย่างที่ผมใช้คือ มีภาษาอังกฤษ กำกับ เพื่อตรวจเช็คครับ 

 

เอาละครับนี้คือตัวอย่างการแปล ด้วย Gemma4 E2B 

 




 โดยรวม ใช้เวลา  64.6 วินาที สำหรับ แปล 14,728 ตัวอักษร หรือประมาณ 2500 คำ

ตรงนี้ ขึ้นอยู่กับ เราจะไปกี่หน้าก็ได้ แต่ ห้ามเกิน ความยาว  Context Length ผมตั้งไว้ 1 แสน ได้ประมาณ 

 ถ้าคำนวณ แบบ บ้านๆ 

จะได้ 

18,254 Tokens 2,500 คำ (ประมาณ 6 หน้า)100,000 Tokens ประมาณ 5-7 หน้า 

100,000 ÷  18,254 Tokens =  5.47 

 ก็น่าจะได้ประมาณ 25-35 หน้า หรือ 30หน้า 

แต่ให้ดูตรง % ที่กินไปดีกว่าครับ กินไป 11% หมายความว่า เพิ่มได้ 100  ÷  11 แต่บวกความคลาเคลื่อนเป็น 100 ÷  12 = 8.3 

หมายความเพิ่ม ขนาดหน้าได้มากกว่านี้ 8 เท่า จาก 5 หน้าเป็น 40 หน้า ครับ 
 

 ทดลองแปล  73,644 characters หรือ 12,850 คำ


หรือ 4 เท่า ของเดิม คือ 20 หน้า 

 

ใช้ไป 39% คิด 40 %  

 ก็ได้ตามนั้นละครับเวลาก็เพิ่ม ตามจำนวนนั่นละครับ  238.81 s  ก็จากเดิม 1 นาทีกว่าๆ ตอนนี้ก็เป็น 3นาทีกับ 52วินาทีครับ

ส่วน 1 เล่ม ผมใช้ 72 คูณเข้าไป จาก 5 หน้าเป็น 360 หน้า  ประมาณนี้ เวลาก็คูณเข้าไปครับ 

แต่ โยนทั้งเล่มไม่ได้นะครับ  ถ้าอยากโยน ให้ยาวนี้ หรือโยนทั้งเล่ม คุณต้องไปใช้ วิธีอื่น เช่น API  batch นะครับ ในภาพคือ Gemini 3.7 Flash (batch) แต่จะเป็นอีกวิธีหนึ่งครับ  


 เอาละครับ สรุปวิธีแรก ใช้ Local LLM 20 บาท ก็ต่อเมื่อ คุณมี คอมแรงๆอยู่แล้วครับ คิดแค่ ค่าไฟฟ้าอย่างเดียว เลยคิด 20 บาทครับ ไม่รวมค่าแรงคุณครับ

 

มาวิธีที่สองกัน 

โดยที่ 2.1 ใช้ AI รายเดือนครับ ตัวอย่าง Gemini pro โดยที่ ผมลองแล้ว   

 โดยที่ วันหนึ่ง(วันนี้) แปลได้ ประมาณ 1-2 เล่มครับ
เดาว่า 
 สัปดาห์ 1 ได้ประมาณ 6- 14 เล่มครับ  1เดือน ได้ 24-50 เล่ม  

เราคิด 24 เล่ม ในงบ 750 บาท 

ตกเล่มละ 31.25บาทและ รวมค่าเน็ตค่าไฟ ก็ประมาณ 50 บาทต่อเล่มครับ 

แต่เสียเวลาถ้าเทียบกับ Batch API  เพราะ มันส่งได้ประมาณ 2หมื่นอักษร ครับ  

 วิธีที่ 2.2 Batch API  

**คำเตือน** 

***วิธี Batch API ผมที่เป็น มัคคุเทศก์ ไม่ได้เข้าถ้ำไปจริง แค่ยืนชี้ๆ หน้าถ้ำ แล้วแพล่ม *** 

ตัวอย่าง คือโยน PDF ขนด 23MB เข้าไปได้เลยครับ 


 แต่อย่างเพิ่งดีครับ เราต้องใส่ prompt เข้าไปให้ ถูกต้องแนะนำ ลองดู กับเล็กๆ หน้า สองหน้าก่อน เพื่อผล ครับ อย่างเพิ่ง ตามผม เพราะผมก็ไม่ได้โยน ทั้งเล่ม เพราะกลัวหมดตูดครับ 

ผมเลย โยนที ละ 5หน้า กับ  gemini 3.7 ก่อนครับ 

เอาละนี้คือราคาของ Gemini  3.7 Flash (batch) วันนี้ ลด 75% ครับ

 


 และผมใช้ตัวนี้ ทดสอบครับ 

 Gemini  3.7 Flash   วันนี้ ลด 75% เช่นกันครับ 


 

เอาละมาดูกันที่ 3.7 Flash(batch) กันครับ ได้ 1ล้าน Context ก็แปลว่าได้มากกว่า LM studio ที่ในข้อแรก 10 เท่า 


ราคาคือ Gemini 3.7 Flash(batch)
input  $0.1875/M tokens
output $0.9375/M tokens

แต่ผมทดลองกับ Gemini 3.7 Flash โดยมีราคา
input  $0.375/M tokens
output $1.875/M tokens
ซึ่งจะแพงกว่า batch สองเท่าแต่ไม่ต้องรอครับ 
โดยที่ใช้ 5 หน้าเดิม แปล 14,728 ตัวอักษร หรือประมาณ 2500 คำ (ที่ได้ทดลอง กับ ใช้ LM studio ครับ)
ผลที่ได้  $0.043 * 18,254tok * 128.3s




โดยที่ 1 เล่ม ผมคิด 72 ครับ 5*72= 365 หน้า ก็จะได้ราคา 
 $0.043 * 72 = $3.096 
ถ้าคิดเป็นโดยอัตราแลกเปลี่ยน 33บาท จะเป็น 33*3.096=102.2 บาท 
แต่ถ้าเราใข้  Gemini 3.7 Flash(batch) เราจะประหยัดได้ 50%เหลือ 51.1 บาท ครับ
แต่ๆๆ อย่าลืมว่าตอนนี้มัน ลด 75% ครับ แปลว่า เราต้องจ่าย ราคา Gemini 3.7 Flash(batch) ที่ 204.4บาท ต่อ 1เล่มครับ 


 ส่วน AI ตัว ท็อป ก็เช่น 
Claude Fable 5  
ราคา 
input  $10/M tokens
output $50/M tokens

Claude Fable 5 (batch)

ราคา 
input  $5/M tokens
output $25/M tokens

 

ก็ ผม  ประมาณ 1800 บาท สำหรับตัวปกติ และ ลด 50% สำหรับ batch เหลือ 900 บาท โดยประมาณครับ 

เลือกเอาที่ชอบๆ  

 

 ส่วนวิธีที่ สาม จากคนแปลครับ 

เนื่องจาก เราไม่ใช่สำนักพิมพ์ ที่จะ ให้ % จากขายครับ เราจึงต้องใช้วิธีเหมา หรือตกลง โดยมีเรต จากที่ผมค้นได้ประมาณนี้ครับ 25,000-45,000 บาทต่อเล่ม 


 แต่ถ้า เอามืออาชีพแปล ผมเห็นราคาเป็นแสน ขึ้นไปครับ 
ดังนั้น โยนให้ AI ตัวท็อป แปล 1800 ได้อยู่ ครับ  สำหรับใช้อ่านเองครับ หรือใช้ในองค์กร ครับ

แต่สำหรับ ผม  ผมใช่ 2.1 ครับ รายเดือน  750 บาท  เพราะ สมัครอยู่แล้วครับ แปลๆแล้วติดลิมิต ก็รอครับ  แล้วค่อยแปลใหม่ 

 

ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/08/ai-20-200-800-ai-900-1800.html
 

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

แท้-เทียม Apple 12W USB Power Adapter ดูยังไงว่าปลอม

แท้-เทียม Apple 12W USB Power Adapter   ดูยังไงว่าปลอม






 

เนื่องจากผมเพิ่งสั่งซื้อไปวันนี้ (24 สิงหาคม 2569 สองทุ่ม) 790บาท+บวกค่าส่ง 65บาท รวม 855บาท (แพงกว่า Apple 20w 790 ส่งฟรี มีโค้ดลดอีก เอาเถอะ ให้ราคานี้ เพราะ ความเก่า + มีน้อย)  
เอาละ ตอนนี้ ที่ยังขาย นอก Apple store คือ  
https://jaymart-ecom-bdb.pams.ai/products/3HWTFmetQy9LR3IGQWYwmKZWh3R
https://edu.istudiobyspvi.com/product/12w-usb-power-adapter_PRD202202001218
https://www.thaimartonline.com/product/226088-233535/apple-12w-usb-power-adapter
https://www.bnn.in.th/th/p/apple-acc-12w-usb-power-adapter-194252025086_dk7vjr
https://www.jib.co.th/web/product/readProduct/57017/Apple-12W-USB-Power-Adapter
https://www.advice.co.th/product/adapter-tablet-phone/adapter-1-port-usb/adapter-1usb-charger-apple-12w-mgn03za-a-white


jay mart เหลือ 1 ชิ้น
istudio by spvi  ไม่ทราบว่าเหลือกี่ชิ้น
thaimart online ตอนนี้เหลือ 10 ชิ้น
ร้านที่เหลือ หมดครับ 

เอา นั่นคือสาเหตุ ที่ผม มาเขียนบทความนี้ ประมาณหาข้อมูลมาแล้ว เอามาแชร์ ด้วย จะได้เกิดประโยชน์ จากแรงงานผม มากกว่า 1 คน ครับ 

เจอหลายคลิป แต่ คลิปพี่ปากีดีสุดครับ เลยเอาประกอบครับ 

 


https://www.youtube.com/watch?v=Sx5Hl2Fmk5w 

เอาละมา ดูจุดแตกต่าง ของจริง กับ ของปลอม กันดีกว่าครับ 

โดยฝังฟังไม่ออกแต่เห็นก็รู้ว่าอันไหนแท้เทียม 

ภายนอก สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
1.

ภาพแรก ขวา แท้ มีโลโกและพิมพ์ชัดพร้อมบอกออกแบบโดย Apple
*คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่*


 ส่วนปลอม ลอกง่าย 

2.ขั่วต่อหัวเสียบ ปลอม เป็นพลาสติก เพราะลดตนทุน 

แท้ เป็นโลหะ และนำไฟฟ้าได้ 

 

 

3. แท้ มี SN ในช่อง USB-A ปลอม ไม่มี 


ส่วนการแกะภายใน
4.  ขั่วต่อหัวเสียบโลหะ จะมีการต่อสายกับวงจร ผมไม่รู้ว่าต่อทำไม อาจจะไว้กันลัดมั้ง?ก็ไม่รู้ครับ แต่ของปลอมไม่ต่อ ถึงต่อก็ไม่เพราะมันเป็นพลาสติก

 


5.ของแท้ จัดวางตำแหน่งได้แน่น พอดี ช่องว่าง อันนี้ เป็นทุกรุ่นของ Apple ครับ ถ้าแกะออกหลวมๆโล่งๆหรือมีเหล็กถ่วง ปลอมแน่นอน 100% ครับ




ตามภาพ แท้ขวา แน่ๆ 

ปลอม ซ้าย โล่ง C อันเล็กๆ

 

6. C คาปา ของแท้อันใหญ่ คุณภาพสูงราคาแพง C จากญีปุ่น จะเขียนนิปป้อน  ครับ

 

 


 

 


เอาละ พี่ปากี ขายอยู่ 1990 รูเปีัย (ปากี) ประมาณ 200-250 บาท อุดหนุนพี่เข้าได้ครับ

 และข้อมูลเพิ่มเติม หลังใช้งาน  ของแท้ ง่ายๆครับ ได้ไฟ  ตรงตามสเป็คครับ และไม่ร้อนครับ   ส่วนของปลอม ไฟไม่ตรง เสี่ยงพัง
ส่วนรุ่นนี้ ของแท้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ ผลเทส  กากกว่าเพื่อนหลายตัวครับ


 

https://www.youtube.com/watch?v=1FbMs2liCQE

สรุปวีดีโอโดย AI
วิดีโอนี้เป็นการรีวิวและทดสอบประสิทธิภาพของ Apple 12W USB-A Power Adapter (รุ่น A2167) โดยช่อง AllThingsOnePlace ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

ประสิทธิภาพการทำงาน: อะแดปเตอร์รุ่นนี้มีค่า Total Harmonic Distortion (THD) สูงเกินกว่าเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเมื่อมีโหลดใช้งานเล็กน้อย (1:15-1:46) และประสิทธิภาพการจ่ายไฟลดลงเมื่อใช้งานที่ระดับวัตต์สูงขึ้น (2:54-3:08)
ระบบป้องกัน: มีระบบตัดไฟเกิน (Overload Protection) ที่ตั้งค่าไว้อย่างอนุรักษ์นิยม โดยจะตัดการทำงานทันทีหากจ่ายไฟเกิน 12.6 วัตต์ (2:15-2:47)
ความคุ้มค่า: ผู้รีวิวไม่แนะนำให้อุปกรณ์นี้ เนื่องจากมีราคาขายอยู่ที่ประมาณ 19 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับอะแดปเตอร์รุ่น 20W ที่มีเทคโนโลยีใหม่กว่าและประสิทธิภาพดีกว่า (3:16-3:31)
คำแนะนำ: ผู้รีวิวแนะนำให้มองหาอะแดปเตอร์แบบ USB-C ที่ทันสมัยและคุ้มค่ากว่าแทน (3:36-3:41)
โดยรวมแล้ว ผู้รีวิวจัดให้อะแดปเตอร์รุ่นนี้อยู่ในกลุ่มอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำและไม่แนะนำให้ซื้อใช้งานครับ


ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/08/apple-12w-usb-power-adapter.html

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569

วันนี้อยู่ดีๆ ข่าวร้ายทองมาเต็ม ฟิตผม ทั้ง เฟส และ youtube ฯลฯ คิดว่า คืออะไร เพื่ออะไร ต้องการอะไร

 


วันนี้อยู่ดีๆ ข่าวร้ายทองมาเต็ม หน้าผม ทั้ง เฟส และ  youtube ฯลฯ คิดว่า คืออะไร เพื่ออะไร ต้องการอะไร

เอาละดูภาพก่อนและไม่ใช่แค่ทอง แต่หุ้นก็ด้วย

**คำเตือน บทความนี้ ไม่ได้ แนะนำการลงทุน แต่  พูดถึง สื่อมวลชน และ มวลชน เป็นหลัก โดยใช้เคส ความโลภ และความกลัว ของ การลงทุนทองคำ มาใช้อ้างอิง**

 

























หลังดูภาพข่าว 20 ภาพแล้ว กลัวไหมครับ หรืออยากเปิด Short ทองทำกำไรครับ แต่อย่าเพิ่งครับ มาคุยกันต่อก่อนครับ

เอาตรงๆ โลกนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่าฝูงชน สื่อมวลชน และนักวาทศิลป์อยู่
นั่นมันคือกลุ่มคน และจะมีสิ่งที่ไม่ใช่กลุ่มคนคือ จิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) และวงจรข่าวสารอยู่ครับ

ทวนความจำ
ย้อนกลับไปต้นปี บอกทองจะไป $6,000 หรือจะไปแสนบาท พอลง บ้างก็บอกแค่ย่อ หรือปลายปีนี้จะได้เห็นทองทะลุแสน เคยได้ยินบ้างไหมครับ? ถ้าได้ยิน แล้วไปติดดอยทองเหมือนคนไทยบางคน ที่ 80,000 บาทหรือเปล่าครับ? หรือบางคนก็ดอย 70,000–80,000 บาท เอาเป็นว่าที่ราคา 8 หมื่น มีคนขายก็ต้องมีคนซื้อรับของไปครับ

นั่นมันตอนต้นปี แต่ตอนนี้เดือน 8 การประโคมข่าวก็เปลี่ยน
เอาล่ะ คิดว่าสื่อสารมวลชน เขาต้องการอะไรจากมวลชน?

    เรตติ้ง ยอดคลิก ยอดดู

    หรือมีอะไรที่อยากสื่อสารไปที่มวลชน?

แขกรับเชิญที่เป็นกูรู ทั้งนักลงทุนด้วยเงินตัวเอง และมนุษย์เงินเดือนของสักที่หนึ่ง หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่นักลงทุน และไม่ได้รับเงินเดือน
ถ้าแบ่งตรงนี้โดยอ้างอิงจากแรงจูงใจหรือผลประโยชน์เบื้องต้น ก็จะได้แนวๆ นี้ครับ



   *มนุษย์เงินเดือน (นักวิเคราะห์จากสถาบัน/โบรคเกอร์): หน้าที่หลักคือการสร้าง "Volume การซื้อขาย" ให้บริษัท ถ้าตลาดนิ่ง บริษัทก็ไม่ได้ค่าธรรมเนียม ดังนั้นพวกเขาต้องวิเคราะห์เพื่อกระตุ้นให้เกิดแอ็กชัน (ซื้อหรือขาย) ตลอดเวลา

    *นักลงทุน(ด้วยเงินตัวเอง) / เจ้าของร้านทอง: บางครั้งการออกมาให้ข่าวก็เพื่อ "ชี้นำ" ตลาดในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อพอร์ตของตัวเอง (Talking their book)

    *กูรู / อินฟลูเอนเซอร์: สิ่งที่หล่อเลี้ยงพวกเขาคือ ยอดวิว และ Engagement ซึ่ง "ความกลัว" และ "ความโลภ" คืออารมณ์ที่เรียกยอดคลิกได้ดีที่สุด

 


เอาล่ะครับ แล้วคิดสิครับว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงมีข่าวจากกูรูว่าทองจะลงอัดหน้าผม
เพราะพวกเขาเหล่านั้นหวังดี ไม่อยากให้ผมเสียเงินจากการถือทอง และอยากให้ผมเปิด Short ทองทำกำไร อย่างนั้นหรือครับ??

หรือต้องการบอกว่า อย่าเพิ่งซื้อทองตอนนี้ หรือบอกให้ขายซะ?
เป็นไปได้ไหมครับ หรือจะบอกว่า ให้สวน ให้เป็นชาวสวน ซื้อทองซะ

ซึ่งตรงนี้ไม่มีทางที่ทุกคนจะคิดเหมือนกัน แต่จิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) จะเข้ามาเพื่อให้ฝูงชนกระทำ หรือไม่กระทำการใดๆ บางอย่างได้
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับทองอย่างเดียว
แม้แต่ความชอบธรรมในสงคราม การยึดแหล่งน้ำมัน การเมือง การทำให้คนรักนักการเมือง/ดารา/นักร้อง ล้วนอยู่ในหมวดจิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) ทั้งสิ้น และในทางตรงข้าม ทำให้รักได้ ก็ทำให้เกลียดได้
ซึ่งทั้งโสกราตีส (Socrates) และ เพลโต (Plato) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้มาหลายพันปีแล้ว โดยเรียกว่านักวาทศิลป์ (Rhetoricians / Sophists) พวกนี้สามารถจูงใจฝูงชนได้ แต่ไม่อาจจูงใจได้ทุกคน

เอาล่ะ ผมสรุปได้ง่ายๆ ว่า ถ้าสื่อทำให้คนไปซื้อทองที่ราคา 80,000 บาทได้ ทำไมจะทำมุมกลับกันไม่ได้ล่ะครับ

ไม่ใช่ว่าผมทำนายราคาทองว่าจะขึ้นนะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าทองจะขึ้นหรือลง
แต่ผมต้องมีทองในพอร์ตประมาณ 5% ครับ และตอนนี้เป็นราคาที่ผมซื้อไปแล้วครับ ก็แค่นั้นครับ ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้ใช้การวิเคราะห์มหภาค หรือการเดาใจ FED หรือเดาใจทรัมป์แบบในข่าว แต่อย่างใดครับ
ผมแค่ตั้งใจตอนทองแพงว่า ราคาต่ำกว่า $4,000 แล้วผมจะซื้อ ผมก็ซื้อครับ ง่ายๆ  

 

แล้วก็ผมไม่รู้ราคาทองว่าจะไปทางไหน หรือรู้อนาคตครับ ถ้าผมรู้ ผมรวยไปแล้วครับ  

แล้วสุดท้าย ลองคิดดูสิครับ ว่ากลุ่มไหน น่าเชื่อถือมาก กว่ากัน
 *มนุษย์เงินเดือน, *นักลงทุน,*กูรู ,*สื่อมวลชน 
 อันนี้ นักลงทุน หรือ คนจากโลกเก่า ไม่ว่าจะเพลโต หรือ โสกราติส จะตอบได้ครับ แล้วคุณ คิดว่าไงครับ? คุณเชื่อกลุ่มไหนครับ?

อัพเดต 5 สิงหาคม 2569 ( หลังจาบทความนี้ วันที่ 2สิงหาคม เริ่มเห็นโพสข่าวร้าย ข่าวทองลง ประมาณวันที่ 1 สิงหาคม)


 จากภาพ วันนี้ แท่งเขียว มาแบบงงๆ ส่วน ผมก็ซื้อนิดหน่อย ที่ 4000 และรอไม้สอง ที่ 3900 3800 นี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ไหมครับ ถ้าได้ก็ดี ไม่ได้ ก็ ยังมี 4000 ติดมือ ( ก็ไม่ได้ ดีใจ เพราะได้น้อย และก็ไม่ได้เสียใจ เพราะยังไม่ชน stop loss )

เอาตรงๆมีข่าวฟัด และ มีคนคอยโพสไปทั่ว เช่นข่าว  ทองจะราคาต่ำกว่า  $1,500 ร้านทองจะปิดตัว เพราะขาดทุน  ซึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่า สาเหตุอะไร มันจะไป ต่ำกว่า  $1,500   ได้จริงๆ   ก็คิดสาเหตุ ที่พอเป็นไปได้ไม่ออก 
แต่อย่างที่บอก  ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้  แต่ผมไม่ให้ค่าข่าวนี้ แล้วถ้าเป็นงั้น ทองต่ำกว่า  $1,500 สภาพบ้านเมือง สังคม อาจเป็นแบบในเรื่องหมัดดาวเหนือ ก็ได้  น่าจะพอเป็นสาเหตุ ให้ทอง ราคาต่ำ กว่า 1500 ได้  เป็นต้น
*ระดับ post-apocalyptic คนจะไม่เชื่อใน มูลค่า ของเงินหรือของแลกเปลี่ยน    เคสนี้ คนสนใจแค่ น้ำ อาหาร ยารักษาโลก ของกินของใช้ หรือ  อาวุธ มากกว่าโลหะมีค่า แร่เงินแร่ทอง ที่ ไม่มีโรงงานแปรรูปเหลือ ทำได้แค่เครื่องประดับ  


*แต่นั่นก็ยังดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ครับ
*แต่ถ้า มาดูความเป็นจริง วันนี้ ทองดีด ครับ และ ธนคาร ก็ยังตุนทองครับ ส่วน รายย่อย  ดูข่าว Fud แล้วกลัว ส่วนจะขาย หรือ จะถืออยู่ จนหลุดดอย $5,600 ผมก็ไม่รู้ครับ
*แต่ว่า ถ้าเหตุผล ข่าว FUD เพื่อยอดคลิ๊กยอดดูละครับ 
หรือเหตุผลให้ คนอ่านข่าวไม่ซื้อทอง เพราะหวังดี ละครั้บ (นี้ก็ย้อนกลับไป ต้นโพส)

คิดว่าทำไม เราต้อง short ทอง เพราะความกลัว จากข่าว นี้ละครับ


อัพเดต 2026-08-07 

ราคา + 7% กำไรนิดนิดหนึ่ง เพราะผม ตกรถ ตอนนี้ ราคา 4,300+

ดูภาพ ตอนนี้ผม ก็บอกไม่ได้ว่าจะขึ้นต่อหรือพอแค่นี้ แต่น่าจะพอบอกได้ว่า ถ้าผมตกใจตามข่าว หรือ บ้าตามข่าว เปิด Short gold ผมนี้หน้าแหกแน่ๆ ไม่ได้ มาบ่นว่ากำไรน้อย หรอกครับ

 


 อัพเดต 2026-08-11 

ราคา  ตามที่เห็นในภาพนั่นละครับ 



แล้วพอกลายเป็นแบบนี้ ตอนนี้คลิปข่าวร้าย ได้หายไปจากหน้าฟีตผมแล้ว และ ลองเดาดูสิครับ ว่าข่าวอะไรเกี่ยวกับทองอัดหน้าผม ? ผมว่า อาจจะเป็นข่าวเดียวกันที่อัดหน้าคุณอยู่ก็ได้ครับ

อัพเดต 2026-08-12 เก็บกำไรบางส่วนแล้วครับ   แล้วเอากำไร มารับใหม่ตอนย่อ(ถ้าย่อนะ) ตามภาพ แม้ไม่ใช่ยอด แต่ก็พอได้  ขายหมู ก็หมู เสียดายข่าวร้ายทำเสียเส้นเหมือนกัน ทำให้ลงเงินไม่เยอะ ถือว่าได้ผลกับผมเหมือนกันนะครับ

 



ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/08/youtube.html

 

การสรุปคำตอบและ "คำถามหลอก" (Trick Question) ในช่วงท้ายบทความของคุณผ่านมุมมองของสองปรมาจารย์แห่งกรีกโบราณ วิเคราะห์คำถามหลอก: โสกราตีสจะมองว่าตัวเลือกทั้ง 4 (มนุษย์เงินเดือน, นักลงทุน, กูรู, สื่อมวลชน) เป็นเพียง "ภาพลวงตาของความรู้" หากใครก็ตามในฝูงชนเลือกตอบข้อใดข้อหนึ่ง โสกราตีสจะเดินเข้าไปหาแล้วสวนกลับด้วยคำถามว่า "หากผู้ที่ให้คำแนะนำแก่ท่าน ล้วนได้รับผลประโยชน์จากการตัดสินใจของท่าน แล้วคำแนะนำนั้นเป็นไปเพื่อความมั่งคั่งของท่าน หรือเพื่อปากท้องของพวกเขาเองกันแน่?" วิเคราะห์คำถามหลอก: เพลโตจะมองว่านักลงทุนที่เสพข่าวตามหน้าฟีด คือ "นักโทษที่ถูกล่ามโซ่" อยู่ในถ้ำมืด ส่วนตัวเลือกทั้ง 4 กลุ่มของคุณ (มนุษย์เงินเดือน, นักลงทุน, กูรู, สื่อมวลชน) คือ "นักเชิดหุ่น" (Puppeteers) ที่ยืนอยู่หน้ากองไฟ และคอยสร้าง "เงา" (ข่าวร้าย ข่าวดี การปั่นราคา) ฉายไปบนผนังถ้ำเพื่อหลอกให้นักโทษตื่นตระหนก หากนักโทษคนไหนเถียงกันว่า "นักเชิดหุ่นคนไหนพูดจริงที่สุด?" เพลโตจะมองว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน เพราะทั้งหมดนั้นคือ "ภาพลวงตา" คำถามหลอกประโยคนี้ เป็นการสร้าง False Dilemma (ตรรกะวิบัติแบบบังคับเลือก) ขึ้นมาอย่างจงใจ เพื่อทดสอบสติปัญญาของผู้อ่าน