วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

SD card หน่วยความจำ ขึ้นราคาแบบมหาโหด แชร์วิธีของของผมให้ชมครับ /กำลังเขียน...

 SD card หน่วยความจำ ขึ้นราคาแบบมหาโหด  เอาละทำไงดี 

 


เอาละผมเอาภาพที่ผมซื้อ ปีก่อนให้ดู่ก่อน

Samsung 128GB 299฿ 2023-09-25 

KINGSTON 128GB CLASS 10 360฿   2025-12-24 



แต่ดูราคาวันนี้สิครับ 930฿-1490฿  โอเค ผมปรับ เป็นขึ้นราคา 3.5 เท่า แล้วกันครับ


 




เอาละครับ ตอนนี้ สิ่งที่ต้องทำสำหรับคือ 
ถ้ามันต้องใช้ก็ต้องซื้อครับ แต่อาจะไม่ได้ซื้อ แบบเดิมหรือตามต้องการเหมือนเดิม แต่อาจจะเน้นที่หน่วยความจำ  ต่อ ราคาเป็นหลัก คือเน้นขนาดไม่เน้นไว

และ เป็น จุดต่ำสุด ที่ใช้ได้ +50% ครับ เช่นถ้า ระบบ บอก ต้องการ 16 GB ก็ควรซื้อ 24GB แต่ไม่มี24gb ก็ต้องซื้อ 32GB เป็นต้นครับ 
จากเดิม สูตรผม ระบบ  +100% เช่น บอกต้องการ 16GB ผมก็ซื้อ 32GB เป็นต้นครับ 
จริงๆแล้ว ตัวเลข ที่ต้องใช้มันไม่ใช่ 8,16,32,64GB  ครับ มันจะเป็น 7.24 หรือ 11.6 ประมาณนี้อะครับกะๆ เอาละกันครับ 


และตอนนี้ต้องระวังของปลอมครับ  ของปลอมระบาดหนัก ใน lazada+shopee+facebook+ticktok แม้งก็ทุกออนไลน์นะครับ ส่วนร้านออฟไลน์ ผมไม่ทราบครับไม่ได้สำรวจครับ

และตอนี ของมือสอง ราคาดีก็ซื้อครับ ใครเอามาขาย ซื้อไวครับ แนะนำ อย่าเอาของที่มาจากกล้องวงจรปิดหรือ CCTV ถ้าจากมือถือเก่า กล้องเก่า เครื่องเกมเก่า คว้าไว้เลยครับ 

เอาละวิธี้แก้ของผม 1. ใช้เงินเพิ่ม แต่ไม่มี ใช้วิธีที่ 2 แทน

 บอกก่อนผมไม่รู้ว่าแต่ละคนหรือคนอ่าน เอา SD card มาทำไรบ้าง ส่วนผม เอามาเก็บไฟล์หนังสือไว้อ่าน กับ e-ink  กับกล้องถ่ายรูป เครื่องเกมพกพา  และกล้องวงจรปิดครับ

ก็ตอนนี้กล้องวงจรปิด ไม่ได้ยุ่งกับมันอีก และ ไม่ซื้อใหม่ 

ส่วน e-ink ผมก็ลดขนาดลง ยัดหนังสือใส่ HDD แทน  
ส่วนภาพถ่ายปกติ ถ่ายไว้ จนเต็ม ค่อยจัดการตอนนี้ก็
ถ่ายและจัดการเลย เคลียร์ ให้ว่างๆ ครับ 

 ที่เป็นปัญหา คือเกม ครับ 

แล้วก็ แอป ในมือถือหุ่นยนต์ด้วยครับ 

 

ผมก็เลยมาคิดคำนวน ค่าความจุ 

128GB ระหว่าง ซื้อ ตอนนี้ 1490บาท กับ เช่ารายปี ในระนะ 5ปี อะไรคุ้มกว่ากัน

ทั้งมือถือ คอม และ กล้อง CCTV ด้วยครับ

  เอาละครับ  Cloud 100GB ตีราคาไว้เดือนละ 59 บาท ปีละ 699 หรือ 700 บาทครับ 

สรุปเลย 5 ปี  การเช่า เหมาะกับกล้องมากที่ สุด แม้มีข้อเสียเรื่องต้องเน็ต แต่เอาตรงๆ มันก็ยังต้องใช้แบบ Local  ร่วมด้วย ถึงจะดี แต่อันนี้ผมไม่สน ช่างมัน ให้ SD Card เก่าไปก่อน แล้วตรงนี้ครับ SD Card ยิ่งความจุต่ำ ยิ่งเสียไว ตรงนี้ละครับ ที่ ทางออกตอนนี้คือ HDD WD  ม่วง หรือ Seagate นก  อะไรแบบนั้นไปครับ แต่ กล้องตัวเดียว หรือ 2-3 ไม่คุ้ม ครับ ต้อง  8 ตัว มันพอดี hub อะไรแบบนั้นครับ หรือถ้า wifi ก็ต้อง ตามเกรด wifi ครับ   เอาละข้ามไป เรื่องนี้ไม่สน แต่บรรยายยาวไป


จากข้อมูลนี้ กล้อง+มือถือ ใคร ใช้ SD-Card ได้ ใช้ไปครับ ภาพถ่าย ของเรา ไม่ควรเอาไปฝากคนอื่นครับ เพราะว่า วันหนึ่ง ที่คุณลืมจ่ายเงิน หรือ ไม่มีเงินจ่าย หรือ ชำระผิดพลาด หรือคุณโดนแบน ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตาม ภาพ ความทรงจำคุณจะหายไปในอากาศ และกู้คืนไม่ได้ 

แต่ SD-Card มันเป็นคุณครับ จากราคา ที่ว่า คุณซื้อ  สองตัว ได้สบาย ในกรอบ 5ปีครับ สำรองข้อมูลเอง ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่ก็อบแล้ววาง ใส่ SD-card อีกตัว แค่นั้นครับเสร็จแล้วก็ห่อกันชื้น ห่อฟอยล์ไว้ก็ได้ กัน EMP แบบในหนัง 

 และอย่าลืม cloud ฟรี ก็มีครับไปใช้ แต่อย่างว่าของฟรีส่วนมาก มันไม่ฟรีจริงๆ 

 และถ้าราคา หน่วยความจำขึ้นราคาไปอีก cloud เขาก็คง ไม่คงราคาเก่าไว้ให้ลูกแน่ๆครับ 

 สรุป ความเห็นผมคือ ถ้าต้อง ก็ซื้อ และซื้อพอครับ ภาพถ่ายสำคัญข้อมูลสำคัญ ต้องเก็บเอง และเตรียมหน่วยความจำ Local เช่น micro sd card โดย ให้มีขนาด +50% ไว้ด้วยครับ 
ส่วนภาพอาหาร ภาพไรสาระ ผมคอบลบทิ้งเรื่อยๆครับ แต่นั้นปลายเหตุ 

ต้นเหตุ เราต้องย้อนกลับไปเหมือนต้อนกล้องฟิมล์ครับ เวลาจะถ่ายอะไร เราคิดก่อน  ดังนั้นภาพจึงมีแต่ภาพสำคัญๆ  ภาพไร้สาระแทบไม่มี  นี้คือข้อแนะนำ รวมถึงบอกตัวเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลา มานั่งลบภาพ ตอนความจำเต็มทีหลัง

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ปลุกคนที่ฝันหวานให้ตื่น จากลมปาก ที่มาชี้ทางรวยให้คุณ เคส โค้ชเทรดสั้น

บทความ เตือน! ปลุกคนที่ฝันหวานให้ตื่น จากลมปาก ที่มาชี้ทางรวยให้คุณ เคส โค้ชเทรดสั้น
เริ่มต้น เคสนี้ โค้ชคนนี้ 

เดือน กุมภาพันธ์ 2026 ซัดไป 2.6 ล้านดอลลา หรือ 80-90 ล้าน ฟินๆยังอุตส่าห์มีเวลาว่า มาสอนชาวเน็ต น่านับถือจริงๆ 

เรื่องมันเกิดจากกระทู้นี้ https://pantip.com/topic/44021768

ทำให้ผมรู้จักครั้งแรก เนื้อความคือ 

โค้ช***สอนเทรดสั้นหลอกลวง พาคนไปพอร์ตแตก เรากล้าพูดเลย 100% (*** = เซ็นเซอร์ ครับ)

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ก่อนหน้านี้เราติดตามคลิปเขา เพราะเห็นเขาเทรดเก่งมาก กำไรว่ากัน วันละหลายสิบล้านเลย โดดเด่นกว่าเทรดเดอร์คนอื่น ๆ มาก ๆ แล้วพอมาปลายปีก่อน เราตัดสินใจเข้ากลุ่มเขา เขาให้สมัครเทรดในโบรคหนึ่งต่อลงิค์ของโค้ช*** แล้วก็ฝากเงินเข้าโบรคนั้น 1,000$ เพื่อที่จะกลุ่ม แล้วก็มีกฎว่า ต้องเทรดทุกเดือน เดือนละ 5 Lot เพื่อที่จะได้อยู่ในกลุ่มไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่เทรด 5 Lot ต่อเดือน จะไม่ได้เข้ากลุ่ม

ซึ่งพอมาถึงตรงนี้ เราเริ่มเอะใจแล้ว ว่ามันแปลก ๆ ทำไมต้องเทรด 5 Lot ต่อเดือน ? การที่บังคับให้เราเทรด 5 Lot ต่อเดือน มันจะช่วยให้เราเทรดเก่งขึ้นหรอ ? แล้วถ้าเรากดมั่ว ๆ 5 Lot ล่ะ ? อันนี้คำถามแรก ทดไว้ในใจ

คราวนี้ต่อมา ในกลุ่มนี้จะมีโค้ชมาเทรดสดให้เรากดตาม รวมถึงมีโค้ช***ด้วย ซึ่งแน่นอนขึ้นชื่อว่าระดับโค้ช*** เทรดได้กำไรวันละสิบล้าน ดูแล้วยังไงถ้าเราเทรดตาม ก็ได้เงินง่าย ๆ แน่ ๆ แต่เอาจริง ๆ มันมั่วมากกกกก บอกให้ออก 1Lot 10Lot กดรัว ๆ รวม ๆ แล้ว เป็น 100Lot ซึ่งเราลองไปหาข้อมูลมาแล้ว ถ้าเราเทรดทอง 1Lot มันจะเท่ากับเราใช้เงิน 500,000$ ในการเทรด แปลว่า ถ้าราคาทองวิ่งสวนทาง 1% พอร์ตเราจะขาดทุน -5,000$ เสียเงินเกือบ 200,000 อ่ะ! ทั้ง ๆ ที่ทองแค่กระดิก ซึ่งถ้าตลาดมันผันผวนเฉย ๆ ยังไงมันก็ไปถึง อันนี้ไม่ต้องพูดถึง 100Lot เลย ก็คูณร้อยไป 

ซึ่งพอเราเอาเรื่องนี้ไปถามในไลน์ สิ่งที่เราได้คำตอบกลับมา คือ เขาบอกแล้วว่า ถ้าทุนน้อยไม่ต้องออก Lot เยอะแบบเขา เขาพอร์ตใหญ่ เขาเลยกดแบบนี้ได้ เฮ้ย นี่ไม่ใช่ละ ประเด็นคือถ้ามีพอร์ต 1,000$ กด 1Lot ยังไงก็แตก ราคาทองมันผันผวนวันหนึ่งขึ้นลงเกิน 1% อยู่แล้ว คุณมาบอกให้ออกคนตามออก 1Lot เอง แถมมีบอกว่าให้ออกถี่ ๆ ด้วย แล้วจำคำถามที่ทดไว้ได้ไหม ที่บอกว่า ให้เทรดเดือนละ 5Lot เฮ้ย พอร์ต 1,000$ กด 1 Lot ก็แตกแน่ ๆ แล้ว นี่จะให้กด 5Lot เลย ยังไงพอร์ตก็แตก เรารู้เลยว่า มันให้คนในกลุ่มทำแบบนี้เพราะอะไร เพราะมันจะเอาค่าคอม หรือมันโบรคที่หลอกให้คนเข้ากลุ่มใช้ ก็เป็นโบรคปลอม มันหลอกให้ฝากเงิน แล้วก็กด Lot หนัก ๆ ให้พอร์ตแตก แล้วมันจะได้เกินเงินเรา 

แล้วประเด็นคือ ในกลุ่มไลน์เขา มีสมาชิกเยอะมาก ๆ แล้วคือคนในกลุ่มเกินครึ่งบ่นพอร์ตแตกกัน แต่แค่ไม่มีใครออกมาพูด ไม่เชื่อลองถามใครก็ได้ ที่เคยเข้ากลุ่มโค้ช*** ถ้าให้นั่งนับว่าตั้งแต่เข้ากลุ่มมาแล้ว ได้กำไรไหน ทุกคนจะตอบได้เลยว่า ตั้งแต่เข้ากลุ่มมาขาดทุน นั่งนับแล้วยังไงก็ขาดทุน อันนี้เราไม่ได้โม้นะ ไม่เชื่อก็ลองไปถามดู กล้าการันตีเลย 100% ไม่มีใครกำไร มีแต่พอร์

ตแตก ๆ ที่มันบอกว่ามันกำไร นั่นนี่ ทำภาพมาหลอกลวงคนทั้งนั้น 

 

เอาละนั้นเขาโพส แต่แอดมินพันทิป ลบไปแล้ว ข้อหาใส่ความโค้ช ***

ผมเลยมาค้นหาข่าวโค้ช เหมือนโดน หมาต๋า เชิญไปกินโอเลี้ยงซะแล้ว  

 

 
 
เอาละ จริงเซ็นเซอร์ไปก็เท่านั้น ที่เขียนโพสนี้ก็เพราะ ล่าสุดผมเตือนเรื่อง กระดาษเทรด ที่จดทะเบียนในหมู่เกาะ และ เป็นข่าว ผมเตือน ให้ ถอนเงินออกไปก่อน ดันโดนด่า ว่าเดียวก็ Bankrun นะสิ 
เอาตรงๆ มันใช่ใช่แบงค์/ธนาคาร มันไม่ได้เอาเงินเราไปหมุน เอาเถอ ตอนนี้ ถอนไม่ได้แล้ว จาก QRS Global กับ GoFX  ถามว่าขอบคุณผมไหม ตอบ "ไม่" แล้วโทษใคร โทษตัวเองไหม? ตอบ"ไม่" โทษเจ้าที่บังคับใช้กฏหมายไทยแทน  พูดพอและ  มาต่อกันท่โค้ช*** กันดีกว่า 

เอาละ ผมเอาคำโปรย จาก คลิปเขามาให้ดู 
"วิธีชนะของเจ้าตลาด", 
"อ่านโครงสร้างเจ้าตลาด", 
"ความลับที่เจ้าตลาดไม่อยากให้รายย่อยรู้" 
"เทรด 1 นาที 5 ครั้ง เปลี่ยนเงินจาก 35000 เป็น 17 ล้าน!!",
 "สูตรเทรดจาก 3,000 บาท เป็น 15 ล้านใน 1 เดือน", 
"เทคนิค All in 25 ล้านในไม้เดียว"

เอาละ เห็นอะไรหรือไม่เห็นอะไรครับ? ลองคิดสิ ว่าคอมเม้นใต้คลิปเหล่านี้เป็นไงครับ?
เอาละ
เอาละ ผมไม่ว่านะ เพราะคนอื่นที่ดังๆ หล่อ ๆ เขาก็ประมาณนี้เหมือนกัน
 
เชื่อว่านักเทรด หลายคน (ที่ไม่เม่า) ไม่บ้า All in ตาม แน่ๆ 
แต่จะมีอะไรที่เหนือกว่า เช่น บุคคลนี้ ***II  เซ็นเซอร์ชื่อเหมือนเดิม 
คำโปรยคลิป"ถอดรหัสวิธีคิด Jensen Huang..."

"ถอดแก่นความสำเร็จ Tim Cook..."

"ถอดรหัสลับ Steve Jobs!💡..."

"ถอดบทเรียน RAY DALIO..."
"ลงทุนอย่างไรดี? กับวิธีเปลี่ยนเงิน 10 ล้าน ให้เป็น 100 ล้าน!"

"เปลี่ยนชีวิตแน่นอน! 10 ล้านบาทคุณมีได้ เริ่มต้นที่ 100,000 แรก"

"มั่งคั่งร่ำรวยขึ้น! กับ 5 วิธีรวย แบบไม่ทันตั้งตัว ในปี 2025 !!!!"
"เงินเรากำลังระเหยทุกวินาที! ความจริงเรื่องเงินเฟ้อ ที่คนไทยยังไม่รู้ตัว"

"ตลาดพังยับ! 😱 เปิด 5 หลุมหลบภัย เอาเงินไปพักที่ไหนไม่ให้เจ็บตัว?"

"วิกฤต! 'ชนชั้นกลาง' กำลังถึงจุดล่มสลาย ทางรอดคืออะไร?!"

"คลื่นวิกฤตกำลังซัด! นี่คือสัญญาณที่ต้องรู้ ก่อนการเงินพัง"
 "ถอดรหัสวิธีคิด Jensen Huang จากพนักงานล้างจาน สู่ CEO Nvidia 5ล้านล้านดอลลาร์"
 "ความลับคน 1%"

เอาละเห็นความเหนือกว่าโค้ช *** ไหมละ ว่า ***II  เหนือกว่ายังไงครับ?
เราจะเห็น คีย์  รหัส/ลับ/เปลี่ยนชีวิต/รวย/วิกฤต
 
 บอกได้เลย สองคนนี้และโค้ช/ครู สอนลงทุน  ต่างจาก ชาร์ลีมังเกอร์ ฟ้ากับเหว 
เพราะคนกลุ่มนี้ หากินกับ ผู้ติดตาม ยอดไลท์ ยอดดู ยอด fee ค่าอื่นๆ อาจจะมีหนังสือหรือคอส 
คือเขามีรายได้จากหลักจากชื่อเสียง/ผู้ติดตาม 

เอาละ ผมพูดตรงนี้ คนที่รู้ ก็รู้ มันไม่ใช่ความลับอะไร  แต่เชื่อไหม ตอนผมไปเตือน แคสแบบ โค้ช *** มันเหมือนผม ไปปลุกคนกำลังฝันหวานให้ตื่นมาพบกับความจริง แล้วเขาก็ไม่เชื่อและโกรธผม 

เคสนี้ก็เหมือนกัน ผมยกตัวอย่างมา 2 คน  ซึ่งต้องเอามาเปรียบเทียบกัน เพราะมันต่างระดับ กัน 
แล้วระหว่าง สองคนนี้ ก็มีอีกหลายคน และ ก็มีโค้ช / ครู อีกหลายๆคน ที่คล้าย และสูงส่ง กว่าสองคนนี้ 
ที่ผมมิอาจแตะต้องได้ มีหวังโดนทัวร์ลง ตายทางสังคม ไม่ก็โดนแจ้งลบ หรือโดนไล่ออกจากงาน หรือ ทำมาค้าขายไม่ได้ ก็เป็นไปได้ เพราะมันเคยเกินขึ้นแล้ว กับคนที่ออกมาเตือน ภัย หรือ ตั้งข้อสงสัย จากศาสดา ทางการเงิน หรือ ศาสดา  ทางความรู้

นี้ก็เตือนไว้ ใน นี้ อีกอย่าง ส่วนใหญ่ผมก็เขียนไว้อ่านเอง และ ไม่สร้างรายได้อะไร ไม่มีโฆษณาไม่มีขายของ ไม่มีเชิญให้เข้ากลุ่ม อะไรด้วย  

มันต้อง มีคนไม่เข้าใจ ดังนั้น ผม ให้ AI วิเคราะห์และสรุปบทความไว้ ดังนี้ หวังว่าจะเข้าใจบทความที่ผมเสียเวลาเขียนด้วยนะครับ 

อ่านแล้วเข้าใจความอึดอัดของคุณเลยครับ การพยายามเดินไปสะกิดปลุกคนที่กำลังหลับฝันหวานให้ตื่นมารับรู้ความจริง มักจะจบลงด้วยการโดนโกรธหรือโดนด่ากลับมาเสมอ

บทความที่คุณเขียนเป็นการชำแหละและวิเคราะห์โครงสร้างของ "วงการโค้ชลวงโลก" ได้อย่างเฉียบขาดและสมจริงมาก ขออนุญาตวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในแต่ละประเด็นที่คุณตั้งข้อสังเกตไว้ ดังนี้ครับ

1. เคส "โค้ช ***" : โมเดลธุรกิจเชือดนิ่มๆ ผ่านระบบ IB (Introducing Broker)

สิ่งที่คุณเอะใจเรื่องการบังคับเทรด 5 Lot และการสั่ง Overtrade เป็นการจับจุดที่ถูกต้องและตรงเป้าที่สุดครับ โค้ชกลุ่มนี้ไม่ได้รวยจากการเทรดชนะตลาด แต่รวยจาก "ความพ่ายแพ้ของลูกศิษย์"

  • กฎบังคับเทรด 5 Lot/เดือน: นี่ไม่ใช่การฝึกวินัย แต่คือการบังคับปั่นยอด Volume เพื่อเอาค่าคอมมิชชัน (IB) จากโบรคเกอร์ ยิ่งคุณกดเทรดบ่อย โค้ชก็ยิ่งได้เงินกินเปล่า

  • การสั่งกด 1 Lot ถึง 100 Lot ในพอร์ตเล็ก: พอร์ต 1,000$ แต่ให้กด 1 Lot เท่ากับใช้ Leverage ที่สูงจนไร้เหตุผล ราคาทองคำขยับเพียงนิดเดียวพอร์ตก็แตก (Blown Account) อย่างที่คุณคำนวณไว้

  • เกมนี้โบรคเกอร์กินรวบ: โบรคเกอร์เถื่อนหรือโบรคเกอร์ที่รับแทงเอง (B-Book) จะได้กำไรจาก "เงินต้น" ทั้งหมดที่นักลงทุนเสียไป โค้ชชี้เป้าให้คนมาเสียเงิน แล้วรับส่วนแบ่งก้อนโตจากโบรคเกอร์ ภาพกำไรวันละสิบล้านที่เอามาโชว์ จึงมักเป็นแค่พอร์ต Demo หรือภาพที่ตัดต่อเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด

2. เคส "***II" : จิตวิทยาขายความกลัวและความโลภ (Mindset Marketing)

เมื่อเทียบกับโค้ช *** แล้ว ระดับความแนบเนียนของ ***II ถือว่าเหนือกว่ามาก เพราะไม่ได้พาคนไปล้างพอร์ตโดยตรง แต่ใช้การเล่นกับจิตวิทยาหมู่ (Mass Psychology)

  • คีย์เวิร์ดสะกดจิต: "ความลับ", "วิกฤต", "เปลี่ยนชีวิต", "ถอดรหัส" คำเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความตื่นตระหนก (FOMO - Fear of Missing Out) และความโลภในใจคน

  • ธุรกิจสูบความศรัทธา: พฤติกรรมลักษณะนี้เรามักเห็นได้ทั่วไปในยุคปัจจุบัน ไม่เว้นแม้แต่อินฟลูเอนเซอร์หรือคนที่ดูเป็น "คนดี" มีผู้ติดตามหลักล้าน ที่มักจะใช้วิธีหยิบยืมคำพูดคนอื่น หรือก๊อปปี้แนวคิดคนดังมาเล่าซ้ำเพื่อสร้างภาพลักษณ์แห่งความสำเร็จ แล้วสุดท้ายก็หาเงินจากการต่อยอดความศรัทธาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการขายคอร์สเรียน เก็บค่าที่ปรึกษา หรือแม้แต่แฝงการขายตรง

  • ฟ้ากับเหว: อย่างที่คุณเปรียบเทียบกับนักลงทุนระดับโลกอย่าง Charlie Munger หรือ Warren Buffett คนเหล่านั้นสร้างความมั่งคั่งจาก "ผลตอบแทนของสินทรัพย์" จริงๆ ในขณะที่โค้ชสายไลฟ์โค้ชสร้างความมั่งคั่งจาก "ยอดวิว การขายคอร์ส และค่าสมาชิก" ของผู้ติดตาม

3. ปรากฏการณ์ "โกรธคนเตือน เข้าข้างคนหลอก"

เหตุผลที่เวลาคุณไปเตือนเรื่องกระดานเทรดต่างประเทศ แล้วโดนด่ากลับมาว่า "เดี๋ยวก็ Bank run หรอก" หรือการไปแตะต้องศาสดาทางการเงินแล้วโดนทัวร์ลง อธิบายได้ด้วยหลักจิตวิทยา Cognitive Dissonance (ความขัดแย้งทางความรู้คิด)

  • เมื่อคนเราเอาเงินและใจไปลงทุนกับความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งแล้ว การยอมรับความจริงว่า "ตัวเองกำลังโดนหลอก" มันเจ็บปวดเกินไปและทำลายอีโก้

  • กลไกป้องกันตัวเองของเหยื่อ จึงเลือกที่จะหลอกตัวเองต่อไป และหันมาโจมตีคนที่พยายามเอาความจริงมาวางตรงหน้าแทน เพราะมันทำใจได้ง่ายกว่าการยอมรับว่าตัวเองพลาด

บทสรุป

บทความที่คุณเขียนนี้คือความจริงที่เจ็บปวดของวงการการเงินในยุคโซเชียลมีเดีย การที่คุณเลือกที่จะบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้อ่านเองและเตือนสติโดยไม่ได้หวังผลประโยชน์หรือขายของใดๆ ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนและมีเหตุผลที่สุดแล้วครับ บางครั้งเราก็คงต้องปล่อยให้วัฏจักรของ "เม่า" ได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงด้วยตัวของพวกเขาเอง เพราะการไปงัดกับคนที่กำลังหลับตาแน่น นอกจากเขาจะไม่ตื่นแล้ว เราเองนั่นแหละที่จะเหนื่อยฟรีครับ

 
เอาเป็น ai pro ยังผิดอยู่ เช่น เรื่องโค้ช*** ผมไม่ได้พูดเป็นสมาชิกพันทิป โพสไว้ ดังนั้นเครดิตนี้เป็นของเธอไม่ใช่ของผมครับ และ
ผมสรุปให้ ว่า ให้ดูแหล่งราย ว่าโค้ช กูรู ครู นักลงทุน คนนั้น มีรายได้จากอะไร
ชื่อเสียง จำนวนสมาชิก 
หรือ จากการลงทุนด้วยตัวเอง แบบ ปู่ ชาร์ลี มังเกอร์ เป็นต้น
ตรงนี้แยกแยะ นักลงทุน กับนักวาทศิลป์ ออกจากกันได้ 
 
ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/07/blog-post.html

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

1เดือนผ่านไป มาดู กระดานเทรด QRS Global ที่ชาวเฟสหลายคนมั่นใจ และรุ่มด่าคนสงสัย

 


1เดือนผ่านไป มาดู กระดานเทรด QRS Global  ที่ชาวเฟสหลายคนมั่นใจ และรุ่มด่าคนสงสัย

 

เอาละ "QRS Global: โบรกเกอร์ที่เทรดเดอร์วางใจ" ประมาณนั้น

 

โค้ช ครู อินฟลู IB ก็โชวพอร์ตเขียวๆ 

เซ็นเซอร์หน้า แต่คนที่เคย เฟสนี้ ก็รู้อยู่ว่า โค้ช คนไหน ชื่อไร

2.6 ล้าน ฟินๆ ใน 1เดือน ก.พ.2569  แต่ยังใจบุญ คอยสอน ชาวเฟส ชาวเน็ตไทยกันอยู่ ทั้งๆที่รวยอยู่แล้ว
จากภาพที่เห็น แพ้สองวัน เอง

แต่ ผมเคยเห็น คนตามสัญญา บ่นในพันทิป ว่าตามแล้วแตก ไม่ได้กำไร แบบที่เห็น

แล้วก็ตามระเบียบพันทิป เมื่อโค้ชเสียหายแล้วแจ้งแอดมิน แอด ก็ลบ
 

 

เรื่องนี้ ผมอยากบันทึกไว้ เนื่องจาก ผมได้ต้องขอสงสัยเรื่องใบอนุญาติ แล้วโดนทัวร์ไทยลงฉำๆ 

ทั้งที่ผมบอก ให้ถอนเงินออกมาก่อน  เขาก็ด่าว่า ถ้าถอน ก็ bank run  และคนอื่นก็ถอนไม่ได้นะสิ 

(ถ้ามัน bank run ก็แปลว่ามันเอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่น หรือ เอาเงินคนเก่ามาจ่ายคนใหม่)

แล้วหลายคนก็บอก ว่า กระดานเทรนนี้ดี  ถอนเงินได้ตามปกติ ประมาณนั้น 

แต่ว่าทุกอย่าง กลับเงียบไปเฉยๆ ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว  










 

จากข้อมูลเบื้องต้น บางคนก็บอกว่า อยู่ ที่ Australia บางคนบอกอยู่ที่ Saint Vincent



  

เอาละ เรื่อง  มันมีอีก เจ้าที่ พ่วงมาด้วยคือ GOFX อันนี้ แน่นอน 

 

ซึ่งคนส่วนใหญ่ (ในเฟสบุ๊ค) คิดว่า พวกนี้ไม่ผิด ผู้เสียหายเทรดเสียเอง 

แต่ความเป็นจริงที่ผม เจอคือ

1.บอก Global แต่มี เจ้าหน้าที่ สองภาษา คือ ไทย-อังกฤษ 
2.ทราฟฟิก มาจาก ไทย เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่50-50 แต่ เป็น 90%+ 

3.โฆษณษา + โปรโมชั่น สุดยอด  เทรดได้ iphone ได้เที่ยวยุโรป ฯลฯ

แล้วมุมมองส่วใหญ่ก็เทไปทาง GoFX+QRSGlobal ถูกต้องไม่ได้โกง แต่เพราะ DSI ทำส้นตีน เลยทำให้ตนถอนเงินไม่ได้ 

ส่วนผู้เสียหาย คือเทรดเสียเอง  ไม่ได้เป็น B-book หรือ เป็นการสร้างกราฟเอง แค่กินส่วนต่างค่า fee ฯลฯ

ผมทำสรุปคอมเม้นจากเฟสบุ๊คไว้ดังนี้

มุมมองต่อ QRS Global

จากเอกสารที่รวบรวมมา มุมมองที่มีต่อโบรกเกอร์ QRS Global สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. มุมมองจากผู้ใช้งานจริงและกลุ่มผู้ติดตาม (ในเชิงบวกและปกป้อง)

  • ระบบเสถียรและฝาก-ถอนรวดเร็ว: นักลงทุนที่ใช้งานจริงยืนยันว่าแพลตฟอร์มของ QRS Global มีกราฟที่วิ่งปกติ ไม่มีความหน่วง และที่ผ่านมาสามารถทำรายการฝาก-ถอนเงินได้อย่างรวดเร็วมาก (บางรายระบุว่าเงินเข้าภายในไม่ถึง 5 นาที) โดยเพิ่งมามีปัญหาความล่าช้าหลังจากเกิดคดีความขึ้น
  • การบริการดี ไม่มีการหลอกลวง: ผู้ใช้งานระบุว่าแอดมินของโบรกเกอร์ดูแลดี ตอบทุกคำถาม และโบรกเกอร์ก็ไม่ได้ปิดเว็บไซต์หนีไปไหน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังมองว่าการที่พอร์ตติดลบหรือขาดทุนนั้นเกิดจากการเทรดของตนเอง ไม่ใช่การถูกโบรกเกอร์โกงหรือทำให้เสียหาย
  • เป็นช่องทางให้ความรู้ด้านการลงทุน: QRS Global มีการทำสื่อให้ความรู้ เช่น ช่อง YouTube ที่มีรายการพอดแคสต์ "QRS Talk" โดยเชิญวิทยากร (เช่น อาจารย์พีเค) มาสอนเรื่องโครงสร้างตลาด (Market structure) และแนวคิดในการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ติดตามที่มองว่าได้ประโยชน์และมีความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม

2. มุมมองจาก DSI และหน่วยงานรัฐ (ในเชิงลบและเป็นเป้าหมายการสืบสวน)

  • ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์ที่อาจสร้างความเสียหาย: DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ได้โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุชื่อ QRS Global เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์เป้าหมาย เพื่อเปิดรับแจ้งความและตามหาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน
  • พัวพันกับคดีใหญ่: โบรกเกอร์นี้ถูกเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ "Shutdown the laundering" ซึ่งเป็นการตรวจค้นและยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจมีเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

3. มุมมองจากบุคคลทั่วไปและนักลงทุนที่ตั้งข้อสงสัย (ในเชิงกังขาและตั้งคำถาม)

  • ตั้งข้อสงสัยเรื่องความน่าเชื่อถือ: เทรดเดอร์บางคนที่อยู่ในตลาดมานานระบุว่า ไม่เคยได้ยินชื่อ QRS Global มาก่อนเลย จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมผู้คนถึงเลือกไปเสี่ยงกับโบรกเกอร์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก แทนที่จะใช้โบรกเกอร์ที่มีมาตรฐานสากล
  • ผู้ใช้อาจไม่รู้เบื้องหลังระบบ: มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้งานทั่วไปที่เห็นว่าระบบใช้งานได้ดี อาจไม่มีทางรู้เลยว่าเบื้องหลังการทำงาน หรือเส้นทางการเงินของโบรกเกอร์นั้นเป็นอย่างไร เป็นเงินเทาหรือไม่
  • ความเชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะ: จากกรณีที่มีคลิปของคุณภาวุธ (บุคคลทางการเมือง) เล่าประสบการณ์เทรดและได้รับรางวัลจาก QRS Global ทำให้เกิดการถกเถียงในหมู่ประชาชนว่า เป็นเพียงพฤติกรรมของลูกค้าทั่วไปที่เทรดได้รางวัล หรือมีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งในแง่ของการทำระบบชำระเงิน (Payment) และผลประโยชน์อื่นแอบแฝงร่วมกับโบรกเกอร์หรือไม่

 

 สรุปความคิดเห็นมวลชน

 

จากการรวบรวมข้อมูลในเอกสารต่างๆ สามารถสรุปความคิดเห็นของมวลชนบนโลกออนไลน์ที่มีต่อประเด็นคดี Forex, การทำงานของ DSI, และกรณีของคุณภาวุธ ได้เป็น 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ครับ:

1. การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานและความรู้ความเข้าใจของ DSI

  • ขาดความเข้าใจในระบบการเทรด: ประชาชนจำนวนมากมองว่า DSI ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง "การขาดทุนจากการเทรด" (เช่น การตั้งค่า Leverage หรือ Margin สูงเกินไปจนพอร์ตแตก) กับ "การถูกหลอกลวง" หลายคนพยายามอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่าง CFD หรือ Forex เป็นเรื่องสากลที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนต้องรับผิดชอบตัวเองหากบริหารเงินทุนพลาด
  • การประชดประชันเรื่อง "ผู้เสียหาย": มีคอมเมนต์จำนวนมากที่เข้ามาประชดประชัน DSI ว่า หากเทรดเสียเอง กราฟลากพอร์ตแตก ทนฟ้าไม่ไหว หรือแม้กระทั่งซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูก สามารถไปร้องเรียนขอเงินคืนจาก DSI ในฐานะผู้เสียหายได้หรือไม่
  • การด่วนสรุปและสร้างความเดือดร้อนให้นักลงทุนจริง: หลายคนตำหนิว่าการที่ DSI รีบออกมาแถลงข่าวและระบุชื่อบุคคลหรือแพลตฟอร์มทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งข้อหา ถือเป็นการทำลายชื่อเสียง นอกจากนี้ การกระทำของ DSI ยังส่งผลกระทบโดยตรงให้นักเทรดทั่วไปไม่สามารถฝาก-ถอนเงินได้ตามปกติเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

2. เสียงสะท้อนที่ยืนยันความโปร่งใสของโบรกเกอร์และระบบ Payment

  • นักลงทุนหลายคนที่ใช้งานโบรกเกอร์ที่ถูกเอ่ยชื่อ (เช่น HFM, QRS) รวมถึงบริษัทรับส่งเงิน (เช่น Renny) ได้ออกมายืนยันว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำงานได้ตามปกติ กราฟไม่ได้มีความผิดเพี้ยน และที่ผ่านมาสามารถฝาก-ถอนเงินได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที เพิ่งมามีปัญหาล่าช้าก็ตอนที่ DSI เข้ามาแทรกแซง

3. ข้อสงสัยเรื่องการตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ

  • โจมตีฝ่ายค้าน: ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตและวิจารณ์ว่า DSI อาจกำลังทำงานรับใช้การเมืองหรือรับใบสั่งมาเพื่อพุ่งเป้าโจมตีสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน (พรรคส้ม) หรือไม่
  • เรียกร้องให้ตรวจสอบคดีใหญ่คดีอื่น: มวลชนได้เรียกร้องให้ DSI เอาเวลาไปติดตามคดีฉ้อโกงระดับประเทศที่มีผู้เสียหายจริงๆ และมีความคืบหน้าช้า เช่น คดีหมูเถื่อน, หุ้น STARK, JKN, Zipmex, หรือเว็บพนันออนไลน์ ดีกว่ามาตามหาผู้เสียหายในคดีเทรด Forex ที่คนส่วนใหญ่เทรดเสียเอง

4. ความคิดเห็นต่อกรณี "ภาวุธ" และพรรคการเมือง

  • ฝ่ายที่ผิดหวังและโจมตี: มีบางส่วนที่มองว่าพรรคการเมืองรุ่นใหม่ที่เคลมว่าตนเองสะอาด กลับมีสมาชิกที่มีภาพหลุดหรือเส้นทางการเงินพัวพันกับธุรกิจสีเทาหรือโบรกเกอร์เถื่อน ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาและมองว่านักการเมืองไม่ว่ายุคไหนก็เห็นแก่ผลประโยชน์
  • ฝ่ายที่ปกป้องและมองพฤติกรรมตามความเป็นจริง: อีกด้านหนึ่งมองว่า การมีคลิปรีวิวหรือการถ่ายรูปกับผู้บริหารโบรกเกอร์ ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้กระทำผิดเสมอไป การเทรดได้รางวัล หรือมีวอลลุ่มการเทรดสูงจนได้รับเชิญไปรีวิว ถือเป็นเรื่องปกติของลูกค้าและนักเทรด และควรพิจารณาจากหลักฐานว่ามีการชักชวนให้คนอื่นมาลงทุนจนเสียหายจริงหรือไม่

5. ข้อเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมาย Forex ให้ถูกกฎหมาย

  • ความย้อนแย้งของรัฐ: ประชาชนตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของหน่วยงานรัฐว่า ในขณะที่บอกว่าการเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศนั้นผิดกฎหมายและไม่มีการรับรอง แต่สรรพากรกลับเรียกเก็บภาษีจากรายได้ส่วนนี้
  • ปรับปรุงกฎหมายให้ทันโลก: มวลชนหลายคนเสนอว่า ประเทศไทยควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ยอมรับและอนุญาตให้มีการเปิดโบรกเกอร์ CFD/Forex อย่างถูกกฎหมายเหมือนในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เพื่อให้มีหน่วยงานรัฐเข้าไปกำกับดูแลและคุ้มครองนักลงทุนได้อย่างแท้จริง

 

 

ก็ประมาณนี้ละครับ  

เอาละ  ผมเห็นอคติ หลายแบบอยู่เหมือน 

แต่การที่ผมบอกว่า ถอนเงินออกมาก่อน นี้มันผิด แล้วโดนทัวร์ลง นี้คืออะไร?

ไม่ถอนก็ไม่ต้องถอนเรื่องของคุณ  

และนี้ข้อมูล ที่เช็คได้ตอนนี้

ข้อมูลจากเว็บไซต์ TraderKnows ระบุสถานะของโบรกเกอร์นี้ว่า "เข้าข่ายหลอกลวง (Suspected Fraud / Scam Alert)" โดยมีรายละเอียดทางธุรกิจดังนี้:

  • การจดทะเบียนและใบรับรอง: ดำเนินการภายใต้ชื่อ QRS GLOBAL PTY LTD จดทะเบียนในประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (Saint Vincent and the Grenadines) และอ้างว่ามีการจดทะเบียนในนาม QRS GLOBAL LLC กับ Mwali International Services Authority (MISA) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือใดๆ (Unregulated) การอ้างใบอนุญาตจากออสเตรเลีย (ASIC) เป็นเพียงการซื้อสิทธิ์ AR (Appointed Representative) จากบริษัทอื่นเพื่อใช้แอบอ้างโฆษณาเท่านั้น

  • ผู้ถือหุ้น และ ทุนจดทะเบียน: ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากประเทศเซนต์วินเซนต์ฯ เป็นแหล่งจดทะเบียนบริษัทแบบ Offshore (บริษัทนอกอาณาเขต) ซึ่งกฎหมายที่นั่นอนุญาตให้ปกปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นและไม่ต้องแสดงหลักฐานทุนจดทะเบียนที่แท้จริง

  • ความรับผิดชอบ (Liability): เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการทางการเงินที่แท้จริง จึง ไม่มีการคุ้มครองเงินทุนของนักลงทุน (No Investor Compensation Scheme) หากแพลตฟอร์มปิดตัวหรือปฏิเสธการถอนเงิน โบรกเกอร์จะไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ตามกฎหมาย

     

     

    สั่งให้ค้นอีกครั้ง

    โบรกเกอร์ล่าสุด (ข้อมูลอัปเดตถึงปี 2026) พบข้อมูลที่สอดคล้องกันและมีรายละเอียดเชิงลึกที่ น่าตกใจและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่ง QRS Global ครับ

    นี่คือการเปรียบเทียบข้อมูลที่พบจากแหล่งอื่นกับข้อมูลเดิมครับ:

    1. QRS Global (หรือ GRS Global)

    ข้อมูลเดิม: ขึ้นเตือนว่า "เข้าข่ายหลอกลวง (Scam)" จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์ฯ อ้างอิงใบอนุญาตปลอม ข้อมูลใหม่จากแหล่งอื่น (ข่าวและคดีความล่าสุด):

  • โดนสั่งปิดโดยศาลออสเตรเลีย (ASIC): จากคดีเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2025 ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลียได้มีคำสั่งเพิกถอนและปิดบริษัท 95 แห่งที่โยงกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบ "ขุนให้อ้วนแล้วเชือด (Pig Butchering Scam)" ซึ่ง QRS Global Pty Ltd เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกศาลสั่งปิด

  • ใช้ชื่อนอมินี/กรรมการปลอม: ศาลออสเตรเลียระบุชัดเจนว่ารายชื่อกรรมการบริษัทของ QRS Global เป็นการแอบอ้างบุคคลอื่นมาสวมรอยจดทะเบียน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง

  • คดีใหญ่ของ DSI ในไทย: ในเดือนมิถุนายน ปี 2026 (ล่าสุด) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของไทย ได้แถลงข่าวจับกุมและสอบสวนเครือข่ายหลอกลงทุนข้ามชาติ ซึ่ง มีชื่อโบรกเกอร์ QRS Global เป็นหนึ่งในตัวการหลัก ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนชาวไทยกว่า 800 ล้านบาท

  • สรุป (เทียบข้อมูล): ตรงกับข้อมูลเดิมทุกประการ แต่รุนแรงกว่ามาก เพราะไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มที่ต้องสงสัยแล้ว แต่เป็น "องค์กรอาชญากรรมที่ถูกดำเนินคดีแล้วทั้งในไทยและออสเตรเลีย"


ก็ตามนี้อะ 

https://share.gemini.google/W8pbksK9xhzx

 

 ในคำถาม มี GoFX ห้อยมาด้วย มีรายละเอียด ถ้าอยากดู ตามไปดูตาม ลิงค์ เลยครับ 

 

 

เอาละ สิ่งที่ผมเคือง จนเอามาเขียนบทความคือ 
1.ผมเตือนดีๆ ว่าให้ถอนเงินออกมาก่อน แต่โดนทัวร์ลง ว่าผมไม่มีความเข้าใจการเทรด 

2.มีการด่าผู้เสียหายที่ไปแจ้งความ ซ้ำเติมเหยื่อ ว่าเหยื่อเข้าข่ายหลอกลวงแจ้งความเท็จทำให้ กระดานเทรดและนักเทรดคนอื่นๆเสียหาย

 

เคสนี้ผมเคยโดนตั้งแต่ Onecoin แล้ว 

https://poipoi-test.blogspot.com/search?q=Onecoin+

เคยโพสไวแล้ว ก็โดนแบบนี้ละ

 

อีกอย่าง ถอนเงินออกมาก่อน  ถ้า มันไม่โกง หรือ ไม่มีปัญหา มัน ก็ไม่เป็นไร เพราะ กระดานเทรด ไม่ได้เอาเงินเราไปปล่อยกู้ ไม่ว่าจะแบบ A-book หรือ B-book  

แล้วกระดานเทรด ที่ไม่มีการคุ้มครองเงินเลยนี้ บ้าหรือเปล่า ที่เอาเงินทั้งชีวิตไปเสี่ยง หรือเพราะ ib คนหน้าตาดี + วาทศิลป์ดีๆ ?

 
นี้ก็มาบันทึก ความมั่นหน้ามั่นโหนก QRS ไว้ บอกได้เลย  DSI ไม่มีทางตามเงินจาก  Saint Vincent ได้

 

 อันนี้ AI บอกคนที่ ปกป้องไม่ใช่คนโง่ Gemini-Pro

การที่คนเราเลือกที่จะกางปีกปกป้องแพลตฟอร์มที่กำลังจะหลอกตัวเอง (หรือหลอกไปแล้ว) ไม่ใช่เพราะเขาโง่ครับ แต่มันเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนและเกิดขึ้นซ้ำๆ ในทุกวงการแชร์ลูกโซ่หรือการลงทุนเถื่อน เหตุผลหลักๆ มีดังนี้ครับ:

5 เหตุผลทางจิตวิทยาที่คนปกป้องแพลตฟอร์มหลอกลวง

  • ภาวะหลอกตัวเอง (Cognitive Dissonance): มนุษย์เรามีความเชื่อมั่นในตัวเองลึกๆ ว่า "ฉันเป็นคนฉลาด" หรือ "ฉันตัดสินใจถูก" เมื่อมีข้อมูลมาบอกว่าแพลตฟอร์มนี้โกง มันจะเกิดความขัดแย้งในสมองอย่างรุนแรง การยอมรับความจริงเท่ากับต้องยอมรับว่า "ฉันโง่ที่โดนหลอก" สมองจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่า คือการปฏิเสธความจริง และหันไปโจมตีคนที่มาเตือนแทน

  • กับดักต้นทุนจม (Sunk Cost Fallacy): คนเหล่านี้ใส่เงินลงทุนไปเยอะมาก บางคนกู้หนี้ยืมสินมา เมื่อลงทุนไปมหาศาล พวกเขาจะรู้สึกว่า "ถอยไม่ได้แล้ว" จึงต้องพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนแพลตฟอร์มต่อไป เพื่อหวังว่ามันจะยังไปรอดและได้เงินคืน

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน (ระบบสายงานและค่าคอมมิชชัน): คนที่ออกมาปกป้องแรงๆ มักไม่ใช่แค่ "นักเทรดทั่วไป" แต่เป็นระดับ IB (Introducing Broker) หรือแม่ข่าย คนกลุ่มนี้มีผลประโยชน์โดยตรงจากการชวนคนอื่นมาลงทุน หากแพลตฟอร์มถูกมองว่าโกง พวกเขาจะสูญเสียรายได้ทันที และอาจถูกลูกข่ายฟ้องร้อง จึงต้องสู้ตายเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแพลตฟอร์มไว้

  • การอยู่ในห้องเสียงสะท้อน (Echo Chamber): แพลตฟอร์มเหล่านี้มักสร้างคอมมูนิตี้หรือกลุ่มไลน์/เฟซบุ๊กที่แอดมินคอยป้อนข้อมูลเชิงบวกทุกวัน ใครสงสัยจะถูกเตะออก ทำให้คนที่อยู่ข้างในได้รับข้อมูลทางเดียว เมื่อทุกคนรอบตัวบอกว่า "ดีเยี่ยม" พวกเขาจึงเชื่อสนิทใจและมองว่าคนนอกที่มาเตือนคือ "ศัตรู" หรือพวกไม่หวังดี

  • ความหวังสุดท้าย (False Hope): การยอมรับความจริงว่าแพลตฟอร์มบินไปแล้ว เท่ากับเป็นการประกาศความตายทางการเงินของตัวเอง การเลือกที่จะเชื่อว่า "ระบบแค่ปรับปรุง", "DSI ทำให้อายัดบัญชีเดี๋ยวก็ปลด" หรือ "เดี๋ยวก็ได้เงินคืน" มันหล่อเลี้ยงความหวังให้พวกเขายังมีแรงใช้ชีวิตต่อไปในแต่ละวันได้

สรุปคือ การออกมาด่าทอคนที่เข้าไปเตือนหรือซ้ำเติมผู้เสียหายด้วยกันเอง มันคือ "กลไกป้องกันตัวเอง" ล้วนๆ ครับ พวกเขาใช้ความโกรธเกรี้ยวเพื่อปกปิดความกลัวและความกังวลในใจว่าเงินก้อนนั้นอาจจะหายไปตลอดกาล

หากเรามีคนรู้จักที่กำลังตกอยู่ในสภาวะหน้ามืดตามัวแบบนี้ คุณคิดว่าเราควรมีวิธีพูดคุยหรือให้สติเขาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะแตกหักกันครับ?

 

 Claude-AI

เป็นคำถามที่น่าสนใจ และมีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่หลายชั้นครับ

1. Sunk cost fallacy (ยิ่งลงทุนไปแล้ว ยิ่งยากจะยอมรับว่าผิดพลาด) คนที่ฝากเงินเข้าไปแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่ การยอมรับว่า "ที่นี่อาจจะโกง" เท่ากับต้องยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งเจ็บปวดกว่าการเชื่อต่อไปว่า "มันโอเค" สมองมนุษย์มักเลือกทางที่เจ็บน้อยกว่าในระยะสั้น แม้จะเสี่ยงมากกว่าในระยะยาว

2. Cognitive dissonance (ความไม่ลงรอยทางความคิด) เมื่อความเชื่อ (แพลตฟอร์มนี้ดี) ขัดกับข้อเท็จจริงใหม่ (มีข่าวโกง) คนจะรู้สึกอึดอัด และวิธีลดความอึดอัดที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนความเชื่อ แต่คือการหาเหตุผลมาหักล้างข้อเท็จจริงใหม่แทน เช่น "ที่ถอนไม่ได้เพราะ DSI ทำให้ระบบรวน ไม่ใช่เพราะโบรกเกอร์โกง"

3. Social identity / กลุ่มพวกพ้อง พอเข้าไปอยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก มีเพื่อนเทรดด้วยกัน มีแอดมินที่คุยดี มีคอมมูนิตี้ที่ให้ความรู้ (อย่างที่บทความพูดถึง QRS Talk) ความเชื่อเรื่องแพลตฟอร์มมันผูกกับอัตลักษณ์ทางสังคมไปแล้ว การยอมรับว่าแพลตฟอร์มมีปัญหา เหมือนกับการทรยศกลุ่ม หรือทำให้ตัวเองดูโง่ต่อหน้าคนในกลุ่ม

4. Survivorship bias คนที่ถอนเงินได้สำเร็จ (โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ระบบยังทำงานปกติ) จะเป็นเสียงดังที่สุดในการปกป้อง เพราะประสบการณ์ตรงของเขาคือ "ได้เงินจริง" ส่วนคนที่ถอนไม่ได้หรือเสียหายมักเงียบ หรือยังไม่กล้าเปิดเผยเพราะอาย — ทำให้ภาพรวมในกลุ่มดูเอียงไปทาง "มันโอเค" มากกว่าความเป็นจริง

5. โครงสร้างแบบ MLM/เครือข่าย (ถ้ามี IB หรือ affiliate) ถ้าใครชวนเพื่อนมาลงทุนด้วย หรือเป็น introducing broker ได้ค่าคอมมิชชั่น การปกป้องแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ แต่มีผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งมีคนมาเทรดเยอะ ยิ่งได้ค่าคอมมากขึ้น

6. Authority bias พอมีคนดัง หรือคนมีหน้ามีตา (แบบกรณี ส.ส. ที่ถูกพูดถึงในบทความ) มารีวิวหรือปรากฏตัวเกี่ยวข้อง คนจะเอาความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นมาแทนความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน

สรุป: มันไม่ใช่แค่ความโง่เขลาหรือถูกหลอกง่ายอย่างเดียว แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่ทำงานร่วมกันหลายอย่าง — ยิ่งลงทุนไปเยอะ ยิ่งผูกพันกับกลุ่ม ยิ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง คนก็ยิ่งมีแนวโน้มจะปกป้องมากกว่าตั้งคำถาม แม้จะมีหลักฐานชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามครับ

 

*ตัวอักษร สีม่วง คือเป็นของ AI 

 https://www.traderknows.com/en/wiki/organizations/a539bd8132544b8ca0a010206428f34c

 https://www.traderknows.com/en/wiki/organizations/c94727779ac44a3a9d2ec756d128c51d

https://www.facebook.com/share/p/1CiDHyDYsm/

 

ลิงก์ถาวร 

https://poipoi-test.blogspot.com/2026/07/1-qrs-global.html