วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

1เดือนผ่านไป มาดู กระดานเทรด QRS Global ที่ชาวเฟสหลายคนมั่นใจ และรุ่มด่าคนสงสัย

 


1เดือนผ่านไป มาดู กระดานเทรด QRS Global  ที่ชาวเฟสหลายคนมั่นใจ และรุ่มด่าคนสงสัย

 

เอาละ "QRS Global: โบรกเกอร์ที่เทรดเดอร์วางใจ" ประมาณนั้น

 

เรื่องนี้ ผมอยากบันทึกไว้ เนื่องจาก ผมได้ต้องขอสงสัยเรื่องใบอนุญาติ แล้วโดนทัวร์ไทยลงฉำๆ 

ทั้งที่ผมบอก ให้ถอนเงินออกมาก่อน  เขาก็ด่าว่า ถ้าถอน ก็ bank run  และคนอื่นก็ถอนไม่ได้นะสิ 

(ถ้ามัน bank run ก็แปลว่ามันเอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่น หรือ เอาเงินคนเก่ามาจ่ายคนใหม่)

แล้วหลายคนก็บอก ว่า กระดานเทรนนี้ดี  ถอนเงินได้ตามปกติ ประมาณนั้น 

แต่ว่าทุกอย่าง กลับเงียบไปเฉยๆ ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว  










 

จากข้อมูลเบื้องต้น บางคนก็บอกว่า อยู่ ที่ Australia บางคนบอกอยู่ที่ Saint Vincent



  

เอาละ เรื่อง  มันมีอีก เจ้าที่ พ่วงมาด้วยคือ GOFX อันนี้ แน่นอน 

 

ซึ่งคนส่วนใหญ่ (ในเฟสบุ๊ค) คิดว่า พวกนี้ไม่ผิด ผู้เสียหายเทรดเสียเอง 

แต่ความเป็นจริงที่ผม เจอคือ

1.บอก Global แต่มี เจ้าหน้าที่ สองภาษา คือ ไทย-อังกฤษ 
2.ทราฟฟิก มาจาก ไทย เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่50-50 แต่ เป็น 90%+ 

3.โฆษณษา + โปรโมชั่น สุดยอด  เทรดได้ iphone ได้เที่ยวยุโรป ฯลฯ

แล้วมุมมองส่วใหญ่ก็เทไปทาง GoFX+QRSGlobal ถูกต้องไม่ได้โกง แต่เพราะ DSI ทำส้นตีน เลยทำให้ตนถอนเงินไม่ได้ 

ส่วนผู้เสียหาย คือเทรดเสียเอง  ไม่ได้เป็น B-book หรือ เป็นการสร้างกราฟเอง แค่กินส่วนต่างค่า fee ฯลฯ

ผมทำสรุปคอมเม้นจากเฟสบุ๊คไว้ดังนี้

มุมมองต่อ QRS Global

จากเอกสารที่รวบรวมมา มุมมองที่มีต่อโบรกเกอร์ QRS Global สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. มุมมองจากผู้ใช้งานจริงและกลุ่มผู้ติดตาม (ในเชิงบวกและปกป้อง)

  • ระบบเสถียรและฝาก-ถอนรวดเร็ว: นักลงทุนที่ใช้งานจริงยืนยันว่าแพลตฟอร์มของ QRS Global มีกราฟที่วิ่งปกติ ไม่มีความหน่วง และที่ผ่านมาสามารถทำรายการฝาก-ถอนเงินได้อย่างรวดเร็วมาก (บางรายระบุว่าเงินเข้าภายในไม่ถึง 5 นาที) โดยเพิ่งมามีปัญหาความล่าช้าหลังจากเกิดคดีความขึ้น
  • การบริการดี ไม่มีการหลอกลวง: ผู้ใช้งานระบุว่าแอดมินของโบรกเกอร์ดูแลดี ตอบทุกคำถาม และโบรกเกอร์ก็ไม่ได้ปิดเว็บไซต์หนีไปไหน นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังมองว่าการที่พอร์ตติดลบหรือขาดทุนนั้นเกิดจากการเทรดของตนเอง ไม่ใช่การถูกโบรกเกอร์โกงหรือทำให้เสียหาย
  • เป็นช่องทางให้ความรู้ด้านการลงทุน: QRS Global มีการทำสื่อให้ความรู้ เช่น ช่อง YouTube ที่มีรายการพอดแคสต์ "QRS Talk" โดยเชิญวิทยากร (เช่น อาจารย์พีเค) มาสอนเรื่องโครงสร้างตลาด (Market structure) และแนวคิดในการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ติดตามที่มองว่าได้ประโยชน์และมีความสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม

2. มุมมองจาก DSI และหน่วยงานรัฐ (ในเชิงลบและเป็นเป้าหมายการสืบสวน)

  • ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์ที่อาจสร้างความเสียหาย: DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ได้โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุชื่อ QRS Global เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์เป้าหมาย เพื่อเปิดรับแจ้งความและตามหาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน
  • พัวพันกับคดีใหญ่: โบรกเกอร์นี้ถูกเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ "Shutdown the laundering" ซึ่งเป็นการตรวจค้นและยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจมีเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

3. มุมมองจากบุคคลทั่วไปและนักลงทุนที่ตั้งข้อสงสัย (ในเชิงกังขาและตั้งคำถาม)

  • ตั้งข้อสงสัยเรื่องความน่าเชื่อถือ: เทรดเดอร์บางคนที่อยู่ในตลาดมานานระบุว่า ไม่เคยได้ยินชื่อ QRS Global มาก่อนเลย จึงเกิดความสงสัยว่าทำไมผู้คนถึงเลือกไปเสี่ยงกับโบรกเกอร์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก แทนที่จะใช้โบรกเกอร์ที่มีมาตรฐานสากล
  • ผู้ใช้อาจไม่รู้เบื้องหลังระบบ: มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้งานทั่วไปที่เห็นว่าระบบใช้งานได้ดี อาจไม่มีทางรู้เลยว่าเบื้องหลังการทำงาน หรือเส้นทางการเงินของโบรกเกอร์นั้นเป็นอย่างไร เป็นเงินเทาหรือไม่
  • ความเชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะ: จากกรณีที่มีคลิปของคุณภาวุธ (บุคคลทางการเมือง) เล่าประสบการณ์เทรดและได้รับรางวัลจาก QRS Global ทำให้เกิดการถกเถียงในหมู่ประชาชนว่า เป็นเพียงพฤติกรรมของลูกค้าทั่วไปที่เทรดได้รางวัล หรือมีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งในแง่ของการทำระบบชำระเงิน (Payment) และผลประโยชน์อื่นแอบแฝงร่วมกับโบรกเกอร์หรือไม่

 

 สรุปความคิดเห็นมวลชน

 

จากการรวบรวมข้อมูลในเอกสารต่างๆ สามารถสรุปความคิดเห็นของมวลชนบนโลกออนไลน์ที่มีต่อประเด็นคดี Forex, การทำงานของ DSI, และกรณีของคุณภาวุธ ได้เป็น 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ครับ:

1. การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานและความรู้ความเข้าใจของ DSI

  • ขาดความเข้าใจในระบบการเทรด: ประชาชนจำนวนมากมองว่า DSI ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง "การขาดทุนจากการเทรด" (เช่น การตั้งค่า Leverage หรือ Margin สูงเกินไปจนพอร์ตแตก) กับ "การถูกหลอกลวง" หลายคนพยายามอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่าง CFD หรือ Forex เป็นเรื่องสากลที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนต้องรับผิดชอบตัวเองหากบริหารเงินทุนพลาด
  • การประชดประชันเรื่อง "ผู้เสียหาย": มีคอมเมนต์จำนวนมากที่เข้ามาประชดประชัน DSI ว่า หากเทรดเสียเอง กราฟลากพอร์ตแตก ทนฟ้าไม่ไหว หรือแม้กระทั่งซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูก สามารถไปร้องเรียนขอเงินคืนจาก DSI ในฐานะผู้เสียหายได้หรือไม่
  • การด่วนสรุปและสร้างความเดือดร้อนให้นักลงทุนจริง: หลายคนตำหนิว่าการที่ DSI รีบออกมาแถลงข่าวและระบุชื่อบุคคลหรือแพลตฟอร์มทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งข้อหา ถือเป็นการทำลายชื่อเสียง นอกจากนี้ การกระทำของ DSI ยังส่งผลกระทบโดยตรงให้นักเทรดทั่วไปไม่สามารถฝาก-ถอนเงินได้ตามปกติเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

2. เสียงสะท้อนที่ยืนยันความโปร่งใสของโบรกเกอร์และระบบ Payment

  • นักลงทุนหลายคนที่ใช้งานโบรกเกอร์ที่ถูกเอ่ยชื่อ (เช่น HFM, QRS) รวมถึงบริษัทรับส่งเงิน (เช่น Renny) ได้ออกมายืนยันว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำงานได้ตามปกติ กราฟไม่ได้มีความผิดเพี้ยน และที่ผ่านมาสามารถฝาก-ถอนเงินได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที เพิ่งมามีปัญหาล่าช้าก็ตอนที่ DSI เข้ามาแทรกแซง

3. ข้อสงสัยเรื่องการตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติ

  • โจมตีฝ่ายค้าน: ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตและวิจารณ์ว่า DSI อาจกำลังทำงานรับใช้การเมืองหรือรับใบสั่งมาเพื่อพุ่งเป้าโจมตีสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน (พรรคส้ม) หรือไม่
  • เรียกร้องให้ตรวจสอบคดีใหญ่คดีอื่น: มวลชนได้เรียกร้องให้ DSI เอาเวลาไปติดตามคดีฉ้อโกงระดับประเทศที่มีผู้เสียหายจริงๆ และมีความคืบหน้าช้า เช่น คดีหมูเถื่อน, หุ้น STARK, JKN, Zipmex, หรือเว็บพนันออนไลน์ ดีกว่ามาตามหาผู้เสียหายในคดีเทรด Forex ที่คนส่วนใหญ่เทรดเสียเอง

4. ความคิดเห็นต่อกรณี "ภาวุธ" และพรรคการเมือง

  • ฝ่ายที่ผิดหวังและโจมตี: มีบางส่วนที่มองว่าพรรคการเมืองรุ่นใหม่ที่เคลมว่าตนเองสะอาด กลับมีสมาชิกที่มีภาพหลุดหรือเส้นทางการเงินพัวพันกับธุรกิจสีเทาหรือโบรกเกอร์เถื่อน ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาและมองว่านักการเมืองไม่ว่ายุคไหนก็เห็นแก่ผลประโยชน์
  • ฝ่ายที่ปกป้องและมองพฤติกรรมตามความเป็นจริง: อีกด้านหนึ่งมองว่า การมีคลิปรีวิวหรือการถ่ายรูปกับผู้บริหารโบรกเกอร์ ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้กระทำผิดเสมอไป การเทรดได้รางวัล หรือมีวอลลุ่มการเทรดสูงจนได้รับเชิญไปรีวิว ถือเป็นเรื่องปกติของลูกค้าและนักเทรด และควรพิจารณาจากหลักฐานว่ามีการชักชวนให้คนอื่นมาลงทุนจนเสียหายจริงหรือไม่

5. ข้อเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมาย Forex ให้ถูกกฎหมาย

  • ความย้อนแย้งของรัฐ: ประชาชนตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของหน่วยงานรัฐว่า ในขณะที่บอกว่าการเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศนั้นผิดกฎหมายและไม่มีการรับรอง แต่สรรพากรกลับเรียกเก็บภาษีจากรายได้ส่วนนี้
  • ปรับปรุงกฎหมายให้ทันโลก: มวลชนหลายคนเสนอว่า ประเทศไทยควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ยอมรับและอนุญาตให้มีการเปิดโบรกเกอร์ CFD/Forex อย่างถูกกฎหมายเหมือนในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เพื่อให้มีหน่วยงานรัฐเข้าไปกำกับดูแลและคุ้มครองนักลงทุนได้อย่างแท้จริง

 

 

ก็ประมาณนี้ละครับ  

เอาละ  ผมเห็นอคติ หลายแบบอยู่เหมือน 

แต่การที่ผมบอกว่า ถอนเงินออกมาก่อน นี้มันผิด แล้วโดนทัวร์ลง นี้คืออะไร?

ไม่ถอนก็ไม่ต้องถอนเรื่องของคุณ  

และนี้ข้อมูล ที่เช็คได้ตอนนี้

ข้อมูลจากเว็บไซต์ TraderKnows ระบุสถานะของโบรกเกอร์นี้ว่า "เข้าข่ายหลอกลวง (Suspected Fraud / Scam Alert)" โดยมีรายละเอียดทางธุรกิจดังนี้:

  • การจดทะเบียนและใบรับรอง: ดำเนินการภายใต้ชื่อ QRS GLOBAL PTY LTD จดทะเบียนในประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (Saint Vincent and the Grenadines) และอ้างว่ามีการจดทะเบียนในนาม QRS GLOBAL LLC กับ Mwali International Services Authority (MISA) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือใดๆ (Unregulated) การอ้างใบอนุญาตจากออสเตรเลีย (ASIC) เป็นเพียงการซื้อสิทธิ์ AR (Appointed Representative) จากบริษัทอื่นเพื่อใช้แอบอ้างโฆษณาเท่านั้น

  • ผู้ถือหุ้น และ ทุนจดทะเบียน: ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากประเทศเซนต์วินเซนต์ฯ เป็นแหล่งจดทะเบียนบริษัทแบบ Offshore (บริษัทนอกอาณาเขต) ซึ่งกฎหมายที่นั่นอนุญาตให้ปกปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นและไม่ต้องแสดงหลักฐานทุนจดทะเบียนที่แท้จริง

  • ความรับผิดชอบ (Liability): เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการทางการเงินที่แท้จริง จึง ไม่มีการคุ้มครองเงินทุนของนักลงทุน (No Investor Compensation Scheme) หากแพลตฟอร์มปิดตัวหรือปฏิเสธการถอนเงิน โบรกเกอร์จะไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ตามกฎหมาย

     

     

    สั่งให้ค้นอีกครั้ง

    โบรกเกอร์ล่าสุด (ข้อมูลอัปเดตถึงปี 2026) พบข้อมูลที่สอดคล้องกันและมีรายละเอียดเชิงลึกที่ น่าตกใจและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่ง QRS Global ครับ

    นี่คือการเปรียบเทียบข้อมูลที่พบจากแหล่งอื่นกับข้อมูลเดิมครับ:

    1. QRS Global (หรือ GRS Global)

    ข้อมูลเดิม: ขึ้นเตือนว่า "เข้าข่ายหลอกลวง (Scam)" จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์ฯ อ้างอิงใบอนุญาตปลอม ข้อมูลใหม่จากแหล่งอื่น (ข่าวและคดีความล่าสุด):

  • โดนสั่งปิดโดยศาลออสเตรเลีย (ASIC): จากคดีเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2025 ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลียได้มีคำสั่งเพิกถอนและปิดบริษัท 95 แห่งที่โยงกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบ "ขุนให้อ้วนแล้วเชือด (Pig Butchering Scam)" ซึ่ง QRS Global Pty Ltd เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกศาลสั่งปิด

  • ใช้ชื่อนอมินี/กรรมการปลอม: ศาลออสเตรเลียระบุชัดเจนว่ารายชื่อกรรมการบริษัทของ QRS Global เป็นการแอบอ้างบุคคลอื่นมาสวมรอยจดทะเบียน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง

  • คดีใหญ่ของ DSI ในไทย: ในเดือนมิถุนายน ปี 2026 (ล่าสุด) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ของไทย ได้แถลงข่าวจับกุมและสอบสวนเครือข่ายหลอกลงทุนข้ามชาติ ซึ่ง มีชื่อโบรกเกอร์ QRS Global เป็นหนึ่งในตัวการหลัก ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนชาวไทยกว่า 800 ล้านบาท

  • สรุป (เทียบข้อมูล): ตรงกับข้อมูลเดิมทุกประการ แต่รุนแรงกว่ามาก เพราะไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มที่ต้องสงสัยแล้ว แต่เป็น "องค์กรอาชญากรรมที่ถูกดำเนินคดีแล้วทั้งในไทยและออสเตรเลีย"


ก็ตามนี้อะ 

https://share.gemini.google/W8pbksK9xhzx

 

 ในคำถาม มี GoFX ห้อยมาด้วย มีรายละเอียด ถ้าอยากดู ตามไปดูตาม ลิงค์ เลยครับ 

 

 

เอาละ สิ่งที่ผมเคือง จนเอามาเขียนบทความคือ 
1.ผมเตือนดีๆ ว่าให้ถอนเงินออกมาก่อน แต่โดนทัวร์ลง ว่าผมไม่มีความเข้าใจการเทรด 

2.มีการด่าผู้เสียหายที่ไปแจ้งความ ซ้ำเติมเหยื่อ ว่าเหยื่อเข้าข่ายหลอกลวงแจ้งความเท็จทำให้ กระดานเทรดและนักเทรดคนอื่นๆเสียหาย

 

เคสนี้ผมเคยโดนตั้งแต่ Onecoin แล้ว 

https://poipoi-test.blogspot.com/search?q=Onecoin+

เคยโพสไวแล้ว ก็โดนแบบนี้ละ

 

อีกอย่าง ถอนเงินออกมาก่อน  ถ้า มันไม่โกง หรือ ไม่มีปัญหา มัน ก็ไม่เป็นไร เพราะ กระดานเทรด ไม่ได้เอาเงินเราไปปล่อยกู้ ไม่ว่าจะแบบ A-book หรือ B-book  

แล้วกระดานเทรด ที่ไม่มีการคุ้มครองเงินเลยนี้ บ้าหรือเปล่า ที่เอาเงินทั้งชีวิตไปเสี่ยง หรือเพราะ ib คนหน้าตาดี + วาทศิลป์ดีๆ ?

 
นี้ก็มาบันทึก ความมั่นหน้ามั่นโหนก QRS ไว้ บอกได้เลย  DSI ไม่มีทางตามเงินจาก  Saint Vincent ได้

 

 อันนี้ AI บอกคนที่ ปกป้องไม่ใช่คนโง่ Gemini-Pro

การที่คนเราเลือกที่จะกางปีกปกป้องแพลตฟอร์มที่กำลังจะหลอกตัวเอง (หรือหลอกไปแล้ว) ไม่ใช่เพราะเขาโง่ครับ แต่มันเป็นกลไกทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนและเกิดขึ้นซ้ำๆ ในทุกวงการแชร์ลูกโซ่หรือการลงทุนเถื่อน เหตุผลหลักๆ มีดังนี้ครับ:

5 เหตุผลทางจิตวิทยาที่คนปกป้องแพลตฟอร์มหลอกลวง

  • ภาวะหลอกตัวเอง (Cognitive Dissonance): มนุษย์เรามีความเชื่อมั่นในตัวเองลึกๆ ว่า "ฉันเป็นคนฉลาด" หรือ "ฉันตัดสินใจถูก" เมื่อมีข้อมูลมาบอกว่าแพลตฟอร์มนี้โกง มันจะเกิดความขัดแย้งในสมองอย่างรุนแรง การยอมรับความจริงเท่ากับต้องยอมรับว่า "ฉันโง่ที่โดนหลอก" สมองจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่า คือการปฏิเสธความจริง และหันไปโจมตีคนที่มาเตือนแทน

  • กับดักต้นทุนจม (Sunk Cost Fallacy): คนเหล่านี้ใส่เงินลงทุนไปเยอะมาก บางคนกู้หนี้ยืมสินมา เมื่อลงทุนไปมหาศาล พวกเขาจะรู้สึกว่า "ถอยไม่ได้แล้ว" จึงต้องพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนแพลตฟอร์มต่อไป เพื่อหวังว่ามันจะยังไปรอดและได้เงินคืน

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน (ระบบสายงานและค่าคอมมิชชัน): คนที่ออกมาปกป้องแรงๆ มักไม่ใช่แค่ "นักเทรดทั่วไป" แต่เป็นระดับ IB (Introducing Broker) หรือแม่ข่าย คนกลุ่มนี้มีผลประโยชน์โดยตรงจากการชวนคนอื่นมาลงทุน หากแพลตฟอร์มถูกมองว่าโกง พวกเขาจะสูญเสียรายได้ทันที และอาจถูกลูกข่ายฟ้องร้อง จึงต้องสู้ตายเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแพลตฟอร์มไว้

  • การอยู่ในห้องเสียงสะท้อน (Echo Chamber): แพลตฟอร์มเหล่านี้มักสร้างคอมมูนิตี้หรือกลุ่มไลน์/เฟซบุ๊กที่แอดมินคอยป้อนข้อมูลเชิงบวกทุกวัน ใครสงสัยจะถูกเตะออก ทำให้คนที่อยู่ข้างในได้รับข้อมูลทางเดียว เมื่อทุกคนรอบตัวบอกว่า "ดีเยี่ยม" พวกเขาจึงเชื่อสนิทใจและมองว่าคนนอกที่มาเตือนคือ "ศัตรู" หรือพวกไม่หวังดี

  • ความหวังสุดท้าย (False Hope): การยอมรับความจริงว่าแพลตฟอร์มบินไปแล้ว เท่ากับเป็นการประกาศความตายทางการเงินของตัวเอง การเลือกที่จะเชื่อว่า "ระบบแค่ปรับปรุง", "DSI ทำให้อายัดบัญชีเดี๋ยวก็ปลด" หรือ "เดี๋ยวก็ได้เงินคืน" มันหล่อเลี้ยงความหวังให้พวกเขายังมีแรงใช้ชีวิตต่อไปในแต่ละวันได้

สรุปคือ การออกมาด่าทอคนที่เข้าไปเตือนหรือซ้ำเติมผู้เสียหายด้วยกันเอง มันคือ "กลไกป้องกันตัวเอง" ล้วนๆ ครับ พวกเขาใช้ความโกรธเกรี้ยวเพื่อปกปิดความกลัวและความกังวลในใจว่าเงินก้อนนั้นอาจจะหายไปตลอดกาล

หากเรามีคนรู้จักที่กำลังตกอยู่ในสภาวะหน้ามืดตามัวแบบนี้ คุณคิดว่าเราควรมีวิธีพูดคุยหรือให้สติเขาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะแตกหักกันครับ?

 

 Claude-AI

เป็นคำถามที่น่าสนใจ และมีคำอธิบายทางจิตวิทยาที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่หลายชั้นครับ

1. Sunk cost fallacy (ยิ่งลงทุนไปแล้ว ยิ่งยากจะยอมรับว่าผิดพลาด) คนที่ฝากเงินเข้าไปแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่ การยอมรับว่า "ที่นี่อาจจะโกง" เท่ากับต้องยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งเจ็บปวดกว่าการเชื่อต่อไปว่า "มันโอเค" สมองมนุษย์มักเลือกทางที่เจ็บน้อยกว่าในระยะสั้น แม้จะเสี่ยงมากกว่าในระยะยาว

2. Cognitive dissonance (ความไม่ลงรอยทางความคิด) เมื่อความเชื่อ (แพลตฟอร์มนี้ดี) ขัดกับข้อเท็จจริงใหม่ (มีข่าวโกง) คนจะรู้สึกอึดอัด และวิธีลดความอึดอัดที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนความเชื่อ แต่คือการหาเหตุผลมาหักล้างข้อเท็จจริงใหม่แทน เช่น "ที่ถอนไม่ได้เพราะ DSI ทำให้ระบบรวน ไม่ใช่เพราะโบรกเกอร์โกง"

3. Social identity / กลุ่มพวกพ้อง พอเข้าไปอยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก มีเพื่อนเทรดด้วยกัน มีแอดมินที่คุยดี มีคอมมูนิตี้ที่ให้ความรู้ (อย่างที่บทความพูดถึง QRS Talk) ความเชื่อเรื่องแพลตฟอร์มมันผูกกับอัตลักษณ์ทางสังคมไปแล้ว การยอมรับว่าแพลตฟอร์มมีปัญหา เหมือนกับการทรยศกลุ่ม หรือทำให้ตัวเองดูโง่ต่อหน้าคนในกลุ่ม

4. Survivorship bias คนที่ถอนเงินได้สำเร็จ (โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ระบบยังทำงานปกติ) จะเป็นเสียงดังที่สุดในการปกป้อง เพราะประสบการณ์ตรงของเขาคือ "ได้เงินจริง" ส่วนคนที่ถอนไม่ได้หรือเสียหายมักเงียบ หรือยังไม่กล้าเปิดเผยเพราะอาย — ทำให้ภาพรวมในกลุ่มดูเอียงไปทาง "มันโอเค" มากกว่าความเป็นจริง

5. โครงสร้างแบบ MLM/เครือข่าย (ถ้ามี IB หรือ affiliate) ถ้าใครชวนเพื่อนมาลงทุนด้วย หรือเป็น introducing broker ได้ค่าคอมมิชชั่น การปกป้องแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ แต่มีผลประโยชน์ทางการเงินโดยตรงเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งมีคนมาเทรดเยอะ ยิ่งได้ค่าคอมมากขึ้น

6. Authority bias พอมีคนดัง หรือคนมีหน้ามีตา (แบบกรณี ส.ส. ที่ถูกพูดถึงในบทความ) มารีวิวหรือปรากฏตัวเกี่ยวข้อง คนจะเอาความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นมาแทนความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน

สรุป: มันไม่ใช่แค่ความโง่เขลาหรือถูกหลอกง่ายอย่างเดียว แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่ทำงานร่วมกันหลายอย่าง — ยิ่งลงทุนไปเยอะ ยิ่งผูกพันกับกลุ่ม ยิ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง คนก็ยิ่งมีแนวโน้มจะปกป้องมากกว่าตั้งคำถาม แม้จะมีหลักฐานชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามครับ

 

*ตัวอักษร สีม่วง คือเป็นของ AI 

 https://www.traderknows.com/en/wiki/organizations/a539bd8132544b8ca0a010206428f34c

 https://www.traderknows.com/en/wiki/organizations/c94727779ac44a3a9d2ec756d128c51d

https://www.facebook.com/share/p/1CiDHyDYsm/

 

ลิงก์ถาวร 

https://poipoi-test.blogspot.com/2026/07/1-qrs-global.html