แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AI แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AI แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มัคคุเทศก์ (ไกด์) เรื่อง แปล หนังสือทั้งเล่ม ด้วย AI งบ เริ่มต้น 20 บาท/เล่ม และแบบง่ายๆ 200-800 บาท/เล่ม และ ใช้ AI ตัวท็อป 900-1800 บาท/เล่ม

 

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่*

 

เอาละครับ อาจจะมีคนถาม ไม่มีฟรี หรือครับ ? ผมบอกของฟรี มันมักจะแพงมาก (เช่น ให้เพื่อนช่วยทำทั้งหมด  สุดท้ายต้องจ่ายแพง ด้วยความสัมพันธ์ ครับ หรือ ค่าไฟฟ้าฟรี คุณก็ต้องลงทุนติดโซล่า หรือ ไปใช้ของชาวบ้าน)

เอาเป็น 20 บาท ที่เป็นงบเริ่มต้น คือ ค่า ไฟฟ้า 4 ชั่วโมง สำหรับ รัน Local  LLM ในเครื่องตัวเองครับ  โดยที่คุณมี คอม แรงๆ ไว้เล่นเกมอยู่แล้ว หรือถ้าคุณจะใช้ AI ฟรี คุณก็ต้อง มี่ค่าไฟฟ้า + ค่าเน็ต ถูกต้องไหมครับ 

ผม ตีราคา 20 บาทกันครับ 

 

 

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่*

เอาละครับ มาเริ่มที่วิธีเกิบ ฟรี กันก่อนครับ คือ ผมใช้ LM Studio ในการรัน Local LLM ครับ 

(ผมเคย สอนไปแล้ว กับ ทำคลิปสอน การใช้ )
ขั้นแรก เราก็ต้อง เลือก โมเดล ให้เหมาะสมกับเครื่องครับ โดยคิด ขนาด ของ VRAM เป็นหลัก 


คอมเล่นเกมทั่วไป  ปกติ VRAM GDDR6 8GB ครับ

ผมขอแนะ นำ Gemma 4 E2B ครับ เพราะแปลนิยายจำเป็นต้องใช้ Context Length ยาว มากๆครับ 
ส่วนโมเดล แปลทั่วให้ใช้ของ Google ครับ ถ้าแปล นิยายอิโรติ ใช้แบบผมครับ Uncensor ครับ
 ขอบอก ว่า LN บ้านๆ ที่เราอ่านทั่วไป ติดเซ็นเซอร์ บ่อยๆนะครับ ฉากอาบน้ำแบบซิซูกะ โดน ฉาก ล้มหน้าโดนก้น ก็โดนเซ็น

ตัวอย่างแบบละเอียด 
ฉากเซอร์วิสฮาเร็ม / โดนตัวกันโดยอุบัติเหตุ: ล้มทับแล้วมือไปจับหน้าอก, หน้าซุกก้น, ผ้าเช็ดตัวหลุด, ฉากแอบดูห้องอาบน้ำ
ฉากการบรรยายเรือนร่าง: การอธิบายทรวดทรงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย, ฉากตัวละครกึ่งเปลือย, ฉากวัดไซส์เสื้อผ้า
ฉากความรุนแรงและเลือด (Gore): ฉากต่อสู้ที่มีการบรรยายเครื่องในหลุด, เลือดพุ่ง, การทรมาน, หรือคำสั่งฆ่าตัวตาย (AI มักเข้าใจผิดว่าเป็น Self-harm)
ฉากพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของตัวละครเด็ก (Non-consensual / Underage Context): LN ยอดฮิตมักมีตัวละครโลลิ (Loli) หรือเด็กมัธยมต้น หากมีฉากลวนลาม โดนจับกด หรือหยอกล้อเชิงเพศ AI จะสั่งตัดบททิ้งทันทีเพราะติดข้อบังคับ CSAM/Child Safety

ตัวอย่างเช่น เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ คิดว่าโดนอะไรบ้างครับ โดนกี่ดอก ไม่ต้องแปลกันเลยครับ ถ้าไม่ใช้ Uncensor หรือคนจริงๆแปล


 






  ในภาพ ผมตั้งไว้ 1แสน ใช้ VRAM 5.61 GB 

อาจจะคิดเหลือๆ  ไม่ครับ ความจริง พอดีครับ เพราะ Windows ก็แดรก VRAM ไปแล้ว 2GB ครับ  
กลายเป็น 7.61GB ปริ่มน้ำสุดๆครับ เว้นแต่ ใครจะมี iGPU หรือ 2 GPU ครับ จะได้ VRAM เต็มๆเช่น โยนหน้าจอทำงาน ใส่ iGPU หรือ GPU ตัวรองแทนครับ เป็นต้น

 

ถัดมาคือพรอมพ์ ครับ 


 

You are a professional English-to-Thai translator. 
Your task is to translate the user's English text into natural, fluent Thai.

Rules for output structure:
1. Translate line by line or sentence by sentence.
2. ALWAYS place the Thai translation FIRST.
3. ALWAYS place the original English sentence DIRECTLY BELOW the Thai translation.
4. Separate each bilingual pair with a blank line for easy reading.
5. Do not add introductory or concluding remarks. Jump straight into the translation.

Output Format Example:
[Thai Translation 1]
[English Sentence 1]

[Thai Translation 2]
[English Sentence 2]
 

 หรือใส่ ภาษาไทยก็ได้ครับ ตามสะดวก แล้วแต่ความฉลาดของโมเดลครับ ผมใช้ภาษาไทยนี้ละครับ ง่ายๆดี

ก็ตรงนี้แล้วแต่สไตล์แต่ละคนครับ 


 ตัวอย่างที่ผมใช้คือ มีภาษาอังกฤษ กำกับ เพื่อตรวจเช็คครับ 

 

เอาละครับนี้คือตัวอย่างการแปล ด้วย Gemma4 E2B 

 




 โดยรวม ใช้เวลา  64.6 วินาที สำหรับ แปล 14,728 ตัวอักษร หรือประมาณ 2500 คำ

ตรงนี้ ขึ้นอยู่กับ เราจะไปกี่หน้าก็ได้ แต่ ห้ามเกิน ความยาว  Context Length ผมตั้งไว้ 1 แสน ได้ประมาณ 

 ถ้าคำนวณ แบบ บ้านๆ 

จะได้ 

18,254 Tokens 2,500 คำ (ประมาณ 6 หน้า)100,000 Tokens ประมาณ 5-7 หน้า 

100,000 ÷  18,254 Tokens =  5.47 

 ก็น่าจะได้ประมาณ 25-35 หน้า หรือ 30หน้า 

แต่ให้ดูตรง % ที่กินไปดีกว่าครับ กินไป 11% หมายความว่า เพิ่มได้ 100  ÷  11 แต่บวกความคลาเคลื่อนเป็น 100 ÷  12 = 8.3 

หมายความเพิ่ม ขนาดหน้าได้มากกว่านี้ 8 เท่า จาก 5 หน้าเป็น 40 หน้า ครับ 
 

 ทดลองแปล  73,644 characters หรือ 12,850 คำ


หรือ 4 เท่า ของเดิม คือ 20 หน้า 

 

ใช้ไป 39% คิด 40 %  

 ก็ได้ตามนั้นละครับเวลาก็เพิ่ม ตามจำนวนนั่นละครับ  238.81 s  ก็จากเดิม 1 นาทีกว่าๆ ตอนนี้ก็เป็น 3นาทีกับ 52วินาทีครับ

ส่วน 1 เล่ม ผมใช้ 72 คูณเข้าไป จาก 5 หน้าเป็น 360 หน้า  ประมาณนี้ เวลาก็คูณเข้าไปครับ 

แต่ โยนทั้งเล่มไม่ได้นะครับ  ถ้าอยากโยน ให้ยาวนี้ หรือโยนทั้งเล่ม คุณต้องไปใช้ วิธีอื่น เช่น API  batch นะครับ ในภาพคือ Gemini 3.7 Flash (batch) แต่จะเป็นอีกวิธีหนึ่งครับ  


 เอาละครับ สรุปวิธีแรก ใช้ Local LLM 20 บาท ก็ต่อเมื่อ คุณมี คอมแรงๆอยู่แล้วครับ คิดแค่ ค่าไฟฟ้าอย่างเดียว เลยคิด 20 บาทครับ ไม่รวมค่าแรงคุณครับ

 

มาวิธีที่สองกัน 

โดยที่ 2.1 ใช้ AI รายเดือนครับ ตัวอย่าง Gemini pro โดยที่ ผมลองแล้ว   

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่*

 

 โดยที่ วันหนึ่ง(วันนี้) แปลได้ ประมาณ 1-2 เล่มครับ
เดาว่า 
 สัปดาห์ 1 ได้ประมาณ 6- 14 เล่มครับ  1เดือน ได้ 24-50 เล่ม  

เราคิด 24 เล่ม ในงบ 750 บาท 

ตกเล่มละ 31.25บาทและ รวมค่าเน็ตค่าไฟ ก็ประมาณ 50 บาทต่อเล่มครับ 

แต่เสียเวลาถ้าเทียบกับ Batch API  เพราะ มันส่งได้ประมาณ 2หมื่นอักษร ครับ  

 วิธีที่ 2.2 Batch API  

**คำเตือน** 

***วิธี Batch API ผมที่เป็น มัคคุเทศก์ ไม่ได้เข้าถ้ำไปจริง แค่ยืนชี้ๆ หน้าถ้ำ แล้วแพล่ม *** 

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่* อันนี้ไม่ตรงสุดอะ

 

ตัวอย่าง คือโยน PDF ขนด 23MB เข้าไปได้เลยครับ 


 แต่อย่างเพิ่งดีครับ เราต้องใส่ prompt เข้าไปให้ ถูกต้องแนะนำ ลองดู กับเล็กๆ หน้า สองหน้าก่อน เพื่อผล ครับ อย่างเพิ่ง ตามผม เพราะผมก็ไม่ได้โยน ทั้งเล่ม เพราะกลัวหมดตูดครับ 

ผมเลย โยนที ละ 5หน้า กับ  gemini 3.7 ก่อนครับ 

เอาละนี้คือราคาของ Gemini  3.7 Flash (batch) วันนี้ ลด 75% ครับ

 


 และผมใช้ตัวนี้ ทดสอบครับ 

 Gemini  3.7 Flash   วันนี้ ลด 75% เช่นกันครับ 


 

เอาละมาดูกันที่ 3.7 Flash(batch) กันครับ ได้ 1ล้าน Context ก็แปลว่าได้มากกว่า LM studio ที่ในข้อแรก 10 เท่า 


ราคาคือ Gemini 3.7 Flash(batch)
input  $0.1875/M tokens
output $0.9375/M tokens

แต่ผมทดลองกับ Gemini 3.7 Flash โดยมีราคา
input  $0.375/M tokens
output $1.875/M tokens
ซึ่งจะแพงกว่า batch สองเท่าแต่ไม่ต้องรอครับ 
โดยที่ใช้ 5 หน้าเดิม แปล 14,728 ตัวอักษร หรือประมาณ 2500 คำ (ที่ได้ทดลอง กับ ใช้ LM studio ครับ)
ผลที่ได้  $0.043 * 18,254tok * 128.3s




โดยที่ 1 เล่ม ผมคิด 72 ครับ 5*72= 365 หน้า ก็จะได้ราคา 
 $0.043 * 72 = $3.096 
ถ้าคิดเป็นโดยอัตราแลกเปลี่ยน 33บาท จะเป็น 33*3.096=102.2 บาท 
แต่ถ้าเราใข้  Gemini 3.7 Flash(batch) เราจะประหยัดได้ 50%เหลือ 51.1 บาท ครับ
แต่ๆๆ อย่าลืมว่าตอนนี้มัน ลด 75% ครับ แปลว่า เราต้องจ่าย ราคา Gemini 3.7 Flash(batch) ที่ 204.4บาท ต่อ 1เล่มครับ 


 ส่วน AI ตัว ท็อป ก็เช่น 
Claude Fable 5  
ราคา 
input  $10/M tokens
output $50/M tokens

Claude Fable 5 (batch)

ราคา 
input  $5/M tokens
output $25/M tokens

 

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่*

ก็ ผม  ประมาณ 1800 บาท สำหรับตัวปกติ และ ลด 50% สำหรับ batch เหลือ 900 บาท โดยประมาณครับ 

เลือกเอาที่ชอบๆ  

 

 ส่วนวิธีที่ สาม จากคนแปลครับ 

 

เนื่องจาก เราไม่ใช่สำนักพิมพ์ ที่จะ ให้ % จากขายครับ เราจึงต้องใช้วิธีเหมา หรือตกลง โดยมีเรต จากที่ผมค้นได้ประมาณนี้ครับ 25,000-45,000 บาทต่อเล่ม 


 แต่ถ้า เอามืออาชีพแปล ผมเห็นราคาเป็นแสน ขึ้นไปครับ 


ดังนั้น โยนให้ AI ตัวท็อป แปล 1800 ได้อยู่ ครับ  สำหรับใช้อ่านเองครับ หรือใช้ในองค์กร ครับ

*คำเตือนภาพประกอบ จาก AI มันมักผิดบริบท และไม่ตรงเท่าไหร่*

แต่สำหรับ ผม  ผมใช่ 2.1 ครับ รายเดือน  750 บาท  เพราะ สมัครอยู่แล้วครับ แปลๆแล้วติดลิมิต ก็รอครับ  แล้วค่อยแปลใหม่ 

 

ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/08/ai-20-200-800-ai-900-1800.html
 

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Pony v7 ทำไม ยังไม่ฮิต ?

 Pony v7 ทำไม ยังไม่ฮิต  อันนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เห็นว่าดีกว่าทุกอย่าง แต่ผ่านไป 1 ปี ไม่ฮิต คนยังใช้ Pony XL  อยู่เลย ก็เลยต้องลองว่ามันดีจริงไไหมสรุปผมไปลองมาครับแต่ก่อนอื่น มาดูว่าอัดเดตอะไรบ้าง 

 

https://huggingface.co/purplesmartai/pony-v7-base


การอัพเดต ภาพรวม Pony v7


เข้าใจภาษาคนดีขึ้นมาก: โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่ง (ใครยืนตรงไหน) และการสั่งงานที่มีตัวละครหลายตัวในภาพเดียว

ฉากหลังอลังการขึ้น: สร้างฉากหลังได้สวย และจับคู่ตัวละครเข้ากับฉากได้เนียนกว่าเดิม

รองรับความสมจริง (Realism): ทำภาพคนจริง/สมจริงได้ตั้งแต่แกะกล่อง

คุมแสงเก่ง: สั่งทำภาพที่มืดมากๆ หรือสว่างจ้ามากๆ ได้ดี

อัปสเกลความละเอียด: ดันความละเอียดขึ้นไปสูงสุดที่ 1536x1536 พิกเซล (แนะนำให้รันที่สเต็ป 30 ขึ้นไป)

รู้จักตัวละครเยอะขึ้น: ฐานข้อมูลกว้างขึ้น รู้จักตัวละครแปลกๆ มากขึ้น

 

จุด อัพเกรดสำคัญส่วนข้อมูล การฝึกฝน

เทรนจากรูปกว่า 10 ล้านรูป โดยแบ่งสัดส่วนเป๊ะๆ (อนิเมะ/การ์ตูน/Furry/Pony อย่างละเท่าๆ กัน) และเรตติ้งภาพ (Safe/Questionable/Explicit อย่างละเท่ากัน)

 

ถูกกฎหมายและถูกศีลธรรม! โดยการ 

 "ลบชื่อศิลปินออกทั้งหมด (Artists' names have been removed)" และคัดกรองรูปสุ่มเสี่ยงออกไป เพื่อป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์และกฎหมาย  

 

เอาละครับ เห็นข้อดีหรือยังครับ เอาละ จากที่ผมลองใช้จริง ผลที่ได้ตามนี้ครับ 

 

1.ภาพไม่สวย ไม่ได้ดังใจ เมื่อเทียบกับ v6

2.ช้า แบบช้า หลายเท่าเลย ข้อดีที่ได้มา ไม่คุ้ม
จากเดิม Pony v6 ภาพขนาด 1024x1024 เวลาเจน 12-16 s 
ของใหม่  Pony v7 ภาพขนาด 1024x1024 เวลาเจน 67-86 s

โดยใช้ RTX 5060ti 16GB 

3.แดก VRAM ไป 14 GB แปลว่า RTX 5070 12GB เป็นขยะ เผาไม่ได้ไป 

เพราะไฟล์  base model ก็ปาไป 12.78 GB แล้ว

 *(แล้วถ้าเถียง  GGUF, NF4 หรือ FP8 ก็มี 8 GB ก็รันได้ งั้นก็รันโมเดลรุ่นตัดทอนไปครับ  รันแล้วลุ้นเอาเองครับ  ความจริง ผมเสนอให้แยก โมเดล ภาพจริง กับ การ์ตูน แยกกันครับ จะดีกว่า
แบบ
Pony v7 (Anime Base) และ Pony v7 (Realism Base)
แบบนี้ครับ เอาเถอะ รวมกันมันก็ดี สำหรับคนมีของแรงๆ แบบ RTX 5090 แต่นั้นไม่ใช่ผม
)

 

https://civitai.red/models/1901521/pony-v7-base

จากของเดิม v6 ไฟล์ base model แค่ 6.46 GB เอง 

 https://civitai.red/models/257749/pony-diffusion-v6-xl

 ผมลองแล้ว   RTX 3070 8GB ไหว ในภาพขนาด 1024x1024 + LoRA อีก 2-4 ตัว ได้อยู่

แต่ ต้องใช้คู่ iGPU UHD770 คือ ให้หน้าหลักแสดงผล ผ่าน UHD770 ทำให้เปิดเครื่องมา RTX 3070 ไม่มีภาระ ไม่งั้น เปิดเครื่องมา โดนไป 1GB แน่นอน ไปบวก กับ  base model 6.46 GB กลายเป็น 7.5 GB /8.0 GB

ก็ดูไหวอยู่  แต่อาจจะใส่ LoRA ได้ 1 ตัว หรือไม่ได้เลย

และยังต้องมี 
Text Encode
+
VAE 
ด้วย ทำให้ ใหญ่ขึ้นไปอีก  
แล้วถ้ามันมี VAE สองขนาด ถ้าเลือกอันเล็ก จะเละ ถ้าเลือกอันใหญ่ก็จะเปลือง VRAM อีก 200-300MB 
แล้วไม่ได้รวมมาเป็นก้อนเหมือ v6 

 

 4. หน้าเละ 

5.สไตล์ เละ

คือสไตล์ ถูกเปลี่ยนเป็น style_cluster แทน 

6.การเขียน Prompt ต้องเรียง  

<species> <gender> <name> from <source>
<สายพันธุ์> <เพศ> <ชื่อ>  จาก <น่าจะหมายถึง อนิเมะเรื่อง ใส่ชื่อเมะ เข้าไป >
 ห้ามสลับ ไม่งั้น เละ

 

7.ทีมเดฟเอา ภาพจริงมารวมด้วย ซึ่ง คนใช้ Pony เขาไม่อยากได้ภาพคนจริงๆ   เขาอยากได้ pony ที่ทำภาพเป็น การ์ตูน   แถมยัง ดันเพิ่มขนาด จาก 6GB  เป็น 12 GB อีก 

สรุป ตารางเปรียบเทียบ ระหว่างมุมมอง เดฟ กับ ผู้ใช้(ผม)

ประเด็นสิ่งที่ทีมเดฟตั้งใจแก้ (Dev's Goal)ผลลัพธ์จริงจากการใช้งาน (User's Reality)
สถาปัตยกรรมเปลี่ยนเป็น AuraFlow เพื่อให้ AI ฉลาดขึ้นโมเดลกินสเปคจัด ช้าลง 5-7 เท่า และใช้ LoRA เก่าไม่ได้เลย
ขนาดไฟล์ / VRAMยัดข้อมูล 10M ภาพ ขยายเป็น 12.78 GBกิน VRAM 14GB ดันการ์ดจอ 12GB ตกกระป๋อง ปิดทางยัด LoRA เพิ่ม
ระบบสไตล์ลบชื่อศิลปิน หนีกฎหมาย ใช้ style_clusterสไตล์ภาพเละ ดึงเอกลักษณ์ลายเส้นเดิมไม่ได้
Datasetเพิ่มความสมจริง (Realism) ให้ทำได้หลากหลายผู้ใช้สายการ์ตูนไม่ต้องการ ทำให้ไฟล์บวมฟรี
การเขียน Promptใช้ประโยคภาษาธรรมชาติเล่าเรื่องต้องท่องสูตรเรียงลำดับเป๊ะๆ ห้ามสลับ ไม่งั้นภาพเละ
รายละเอียดใบหน้าเพิ่มการจดจำตัวละครใหม่ๆVAE ล้าสมัย และเทรนไม่พอ ทำให้หน้าและรายละเอียดเละ


 

 ความคิดเห็นผู้ใช้


สรุปโดยใช้ AI Gemini pro (ตัวอักษรสีม่วง)


จากการประมวลผลความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงบน Civitai ต่อ **Pony V7** ภาพรวมคือ **"ผิดหวังอย่างท่วมท้น (Overwhelmingly Negative)"** ครับ ผู้ใช้ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองเมื่อเทียบกับ V6

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมได้แปลและจัดกลุ่มความคิดเห็นเหล่านั้นออกเป็น **6 หมวดหมู่หลัก** ดังนี้ครับ:

---

## 1. ด้านความเร็วและประสิทธิภาพ (ช้าเต่าคลาน และกินเครื่อง)

ผู้ใช้ส่วนใหญ่บ่นเรื่องความช้าอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับโมเดลอื่นในตลาด:

* **`ripemist14286` (สายวิเคราะห์):** ช้ากว่า Flux ถึง 2.5 เท่าที่สเปคเดียวกัน และถ้าเทียบกับ SDXL/V6 ในบาง Workflow มันช้ากว่าเดิม **7 เท่า ถึง 20 เท่า!** ต้องรอให้มีคนทำ Patch หรือ LoRA มาช่วยเร่งความเร็วก่อนถึงจะพอใช้งานจริงได้
* **`yawox22499972`:** "รันได้ห่วยแตกมาก"
* **`bloodforce88`:** "หวังว่าจะมีระบบเร่งความเร็วรองรับเร็วๆ นี้ ไม่ชินกับการต้องมานั่งรอนานๆ แล้ว"

---

## 2. คุณภาพงานภาพและการเขียน Prompt (เขียนยาก แต่รูปออกมาธรรมดา)

ผู้ใช้รู้สึกว่าระบบการเขียน Prompt แบบใหม่ไม่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้:

* **`notre1212`:** การเขียน Prompt ย้อนยุคกลับไปนั่งป้อนประโยคยาวๆ บรรยายทุกรายละเอียดมันรู้สึกเหนื่อยและไม่คุ้มเลย พอรูปออกมาก็แค่ระดับปานกลาง เหมือนนักเรียนศิลปะที่วาดรูปเป็นแค่จากการลอกตัวอย่าง
* **`XX0XX`:** ภาพออกมาดู "ไร้จิตวิญญาณ" เมื่อเทียบกับโมเดลยอดนิยมอื่นๆ ในปัจจุบัน
* **`BecauseNoOneElseWill`:** เป็นโมเดลฐานที่ห่วยที่สุดตัวหนึ่ง ภาพออกมาเหมือนขี้ตัวโหนด ขนาดชื่อโมเดลว่า PONY แต่กลับจำตัวละครจากเรื่อง MLP (My Little Pony) ไม่ได้เลยถ้าไม่ใส่ LoRA ช่วย
* **`Shio_N`:** "นี่มันก็แค่โมเดล AuraFlow ที่ถูกทำลายระบบหรือเปล่า? ดูไม่เหมือนโมเดลที่ถูกเทรนมาอย่างถูกต้องเลย"

---

## 3. ระบบนิเวศพังพินาศ และสแกม LoRA (ไม่มี LoRA และใช้กับซอฟต์แวร์เดิมไม่ได้)

ผู้ใช้พบปัญหาเรื่องการนำไปใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น และมีประเด็นเรื่อง "LoRA ปลอม":

* **`_Varos_` (สายสืบ):** แฉว่าบนเว็บมี LoRA ของ V7 แค่ 18 ตัว และ **12 บัญชีจากทั้งหมด 15 บัญชีเป็นไอดีเพิ่งสร้างใหม่** เพื่อทำ LoRA มาโปรโมต V7 ให้ดูเหมือนมีคนสนใจ (เป็นการปั๊มยอดและหลอกลวงคอมมูนิตี้)
* **`jmkiii`, `VixenPic`, `jiayu_office202`:** บ่นตรงกันว่าเอาไปรันใน WebUI หรือ Stable Diffusion Forge แล้วขึ้นข้อความไม่รองรับโมเดล หรือได้ภาพเละๆ กลับมา
* **`CuauhtemocI5MAL`:** ติดปัญหาเรื่องการใช้ SimpleTuner เพื่อเทรน LoRA และแทบไม่มีใครทำ LoRA ของ V7 ออกมาเลย

---

## 4. ประเด็นเรื่องความโลภ การเซ็นเซอร์ และแอป "Fictional"

หลายคนมองว่าทีมพัฒนาเปลี่ยนอุดมการณ์ เน้นหาเงินและหนีกฎหมายจนทำลายเสน่ห์เดิม:

* **`LatteLeopard`:** รู้สึกเศร้าที่เห็นโครงการดีๆ ต้องพังลง V6 เคยสร้างแรงบันดาลใจให้คนทำ LoRA แต่ V7 เหมือนทำออกมาเพื่อหาเงิน เซ็นเซอร์ภาพหนักลบสไตล์นักวาดออกหมด แถมยังเอาแอป "Fictional" มายัดไส้โฆษณาอีก
* **`weedvee420`:** "ไม่ได้ออกโมเดลใหม่หรอก แค่เอาโมเดลเก่ามาลดสเปคแล้วแปะโฆษณาแอปไว้ข้างบนสุดก่อนบอกรายละเอียดซะอีก โคตรหิวเงิน"
* **`hestiacummings`:** "นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่สนใจผู้ใช้อีกต่อไป และเห็นเงินสำคัญกว่าคุณภาพ"

---

## 5. การเปรียบเทียบกับ Pony V6 และคู่แข่งอย่าง Illustrious

คอมมูนิตี้มองว่าค่ายอื่นและเวอร์ชันเก่าทำได้ดีกว่ามาก:

* **`ronaldmikhailp236` / `SLACK69`:** ฟ้าไม่ได้ผ่าสองหน **Illustrious (ILXL)** ยังคงเป็นราชาครองเมืองอยู่ในปัจจุบัน และ V7 ไม่มีทางสู้ได้เลย
* **`Henkei` / `pixiv000001714`:** เสียเวลาพัฒนาไป 2 ปีเพื่อสิ่งนี้เนี่ยนะ? ความเย่อหยิ่งคือเส้นทางสู่ความล้มเหลว ขอให้โมเดลนี้เป็นตัวอย่างของ 'สิ่งที่ไมเควรทำ'
* **`Intosica`:** สรุปบทเรียนว่า "ถ้าของเดิมมันไม่ได้พัง ก็อย่าหาทำแก้เลย" V6 ถึงจะเก่าแต่ยังมีเสน่ห์และมีทรัพยากรจากคอมมูนิตี้ซัพพอร์ตมหาศาล แถมไม่ทำใหม์การ์ดจอระเบิดเหมือนโมเดลรุ่นใหม่ๆ

---

## 6. มุมมองคนที่เห็นต่าง / พยายามปรับตัว (เสียงส่วนน้อย)

มีผู้ใช้บางส่วนที่มองเห็นข้อดีและชี้ว่าคนส่วนใหญ่แค่ **"ยังใช้ไม่เป็น"**:

* **`him_dox` (สายปรับตัว):** การเรียนรู้โมเดลนี้ยากมาก แต่ถ้าจับจุดได้และตั้ง Workflow ดีๆ มันให้ภาพคุณภาพสูงและสม่ำเสมอมาก ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ชินกับวิธีใช้ V6 พอเอาวิธีเดิมมาใช้กับ V7 แล้วไม่ได้ผลก็โวยวาย ตัวเขาใช้ Sampler แบบ `multistep/res_3m` แล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งความเร็วและคุณภาพ
* **`iloveoldmen`:** สิ่งเดียวที่ชอบใน V7 คือการเจนสีที่สม่ำเสมอมาก เช่น ชุดนักเรียนประจำชาติวาดออกมาได้ตรงเป๊ะ

---

### 📝 สรุปสั้นๆ

ความคิดเห็นของคอมมูนิตี้สรุปได้ว่า **Pony V7 ถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่** เนื่องจากช้ากว่าเดิมหลายเท่า กินสเปค VRAM สูง ลบสไตล์นักวาดออกเพราะเรื่องลิขสิทธิ์ และใช้งานร่วมกับระบบเดิม (SDXL) ไม่ได้ ทำให้ผู้ใช้และนักสร้าง LoRA เกือบทั้งหมดเลือกที่จะอพยพไปใช้ **Illustrious (ILXL), NoobAI** หรือถอยกลับไปใช้ **Pony V6** ตามเดิมครับ


สรุปก็คือโมเดล V7 มีข้อจำกัด ทั้งด้านภาพ ที่ออกมาเน้น สไตล์สมจริง+Fury สมจริง  ไม่ใช่สไตล์ การ์ตูน อีกต่อไป 

 และ ข้อจำกัด ด้าน ฮาร์ดแวร์ ครับ ที่แดก สเป็คเยอะกว่า เดิม มากมาย ครับ 

และผมไม่ได้ถูกทุกเรื่อง ผิดก็เยอะ แต่นี้เป็นความเห็น จากการใช้งาน จริงครับ  

 

 

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Male Happy Solo Leveling ชายโสดผู้มีควมสุขกับชีวิต แต่กลับโดนเกลียดชังจากกลุ่มก้าวหน้าบางกลุ่มและผู้หญิงบางคน ?

กลุ่มชายโสดผู้มีควมสุขกับชีวิต Male Happy Solo Leveling แต่กลับโดนเกลียดชังจากกลุ่มก้าวหน้าบางกลุ่มและผู้หญิงบางคน ?


คู่ชีวิต ที่รักกัน เป็นสิ่งสวยงามและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ... แต่สมัยนี้มันไม่ได้มาฟรีๆ แต่มันต้องลงทุน และมีความเสี่ยง  และถ้า ผู้ชายเลือกเส้นทางโสด กลับโดนสาดความเกลียดชัง จากฝ่ายก้าวหน้าบางกลุ่มและบางคน


ภาพโดย Gemini 3.5 Flash และ รายงาน โดย Gemini 3.1 Pro 
https://gemini.google.com/share/430bc7850485
https://docs.google.com/document/d/1GODAdyCUb-tiWxUNlFSR2E5OrppuZ7kmfWv6RcnhMyg/

  คำถามคำตอบโดยย่อ จ
าก Gemini 3.5 Flash Extended  
https://gemini.google.com/share/928482ec7b81

 

กดเพื่อดู คำถามคำตอบโดยย่อ จาก Gemini 3.5 Flash Extended ครับ
 

กระแสสังคมในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่า นิยามของความสุขและการใช้ชีวิตคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์ที่ "ผู้ชายโสดอย่างมีความสุข" (Happy Single Men) กลายเป็นเป้าโจมตี เกลียดชัง หรือถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์ ไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม เศรษฐกิจ และ "สงครามทางเพศ" (Gender Wars) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นี่คือการเจาะลึกข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และมุมมองต่าง ๆ ที่ทำให้ชายโสดที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข กลายเป็นประเด็นดราม่าในปัจจุบันครับ

1. ข้อสงสัยและคำด่าทอต่อชายโสด: "โสดจริง หรือแค่ไม่มีใครเอา?"

เมื่อผู้ชายประกาศตัวว่า "โสดและมีความสุขดี" สังคมบางส่วนที่ยังยึดติดกับค่านิยมเดิมมักจะเกิดความไม่เชื่อมั่น และมักจะโจมตีด้วยข้อหาเหล่านี้:

  • "องุ่นเปรี้ยว / ปลอบใจตัวเอง": คำด่าทออันดับต้น ๆ คือการตราหน้าว่าผู้ชายเหล่านั้นแท้จริงแล้ว "ไม่มีใครเอา" หรือ "จีบใครก็แห้ว" เลยต้องสร้างภาพว่ารักสันโดษเพื่อปกป้องอีโก้ของตัวเอง

  • "พวกเห็นแก่ตัว (Selfish)": ถูกมองว่าไม่ยอมเสียสละเพื่อผู้อื่น เอาแต่ใช้เงินและเวลาไปกับความสุขส่วนตัว (เช่น เกม รถ ของสะสม เที่ยวกลางคืน) โดยไม่คิดจะสร้างครอบครัวหรือทำประโยชน์ให้สังคม

  • "โรคปีเตอร์แพน (Peter Pan Syndrome)": โดนด่าว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต กลัวความรับผิดชอบ และไม่กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิตผู้ใหญ่

2. การเหมารวม (Stereotyping) เป็นพวก MGTOW, Incel หรือเกลียดผู้หญิง

ความเข้าใจผิดที่รุนแรงที่สุดในปี 2026 คือการที่สังคม "แยกแยะไม่ออก" ระหว่าง ผู้ชายที่รักความสันโดษ (Happy Solo) กับ กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองทางเพศ ทำให้ชายโสดจำนวนมากโดนลูกหลงและถูกยัดเยียดข้อหา:

  • การเชื่อมโยงกับ Incel (Involuntary Celibate): กลุ่ม Incel คือคนที่ อยากมีคู่แต่หาไม่ได้ จนเกิดความคับแค้นใจและเกลียดชังผู้หญิง แต่ชายโสดที่มีความสุขมักถูกเหมาเข่งว่าเป็น Incel ทั้งที่พวกเขาสมัครใจโสด (Voluntary)

  • การตราหน้าว่าเป็น MGTOW (Men Going Their Own Way): แม้ MGTOW บางส่วนจะแค่รักสันโดษ แต่ภาพจำของกลุ่มนี้ในสื่อมักเป็นพวกต่อต้านสตรีเพศ (Anti-feminism) อย่างสุดโต่ง เมื่อผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า "ไม่อยากแต่งงาน" จึงมักถูกตีความทันทีว่าเป็นพวก "เหยียดเพศ" หรือ "เกลียดผู้หญิง" (Misogynist)

  • ชุดความคิด "ถ้าคุณไม่รักเรา แปลว่าคุณเกลียดเรา": ในยุคที่โซเชียลมีเดียแบ่งขั้วชัดเจน การที่ผู้ชายปฏิเสธจะเข้าร่วมในตลาดหาคู่ (Dating Market) ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวหรือการบอยคอตผู้หญิง ทั้งที่จริง ๆ พวกเขาแค่ต้องการอยู่เฉย ๆ

3. มุมมอง "ความล้มเหลว" ของชายโสด จากสายตาผู้หญิง

ในมุมมองของผู้หญิงบางกลุ่ม (โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการเดตยุคใหม่หรือกลุ่มที่มีความคาดหวังสูง) มองการที่ผู้ชายเลือกจะโสดว่าเป็น "ความล้มเหลว" ในมิติอื่น ๆ:

  • ล้มเหลวในฐานะ "ผู้นำและผู้ปกป้อง" (Failure to Provide): ค่านิยมดั้งเดิมยังคงฝังลึกว่า ความสำเร็จสูงสุดของผู้ชายคือการมีครอบครัวและเลี้ยงดูภรรยาได้ เมื่อผู้ชายปฏิเสธบทบาทนี้ จึงถูกมองว่าล้มเหลวในการทำหน้าที่ลูกผู้ชาย

  • ล้มเหลวทางอารมณ์ (Emotional Immaturity): ถูกมองว่ามีความบกพร่องทางจิตใจ ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครได้ (Emotionally Unavailable) หรือเป็นพวกขี้ขลาดที่ไม่กล้าผูกมัด (Commitment-phobic)

  • ความล้มเหลวในการปรับตัว: บางมุมมองมองว่า ผู้ชายเหล่านี้ "สู้ราคา" ในตลาดการเดตยุคปัจจุบันไม่ไหว (เช่น สู้มาตรฐานเรื่องฐานะ หน้าตา หรือทัศนคติที่ผู้หญิงตั้งไว้ไม่ได้) เลยเลือกที่จะ "ถอดใจ" และลาออกจากเกมการหาคู่ไปเอง

4. การด่าทอจากมุมมองของผู้หญิง: ความคับแค้นใจที่ซ่อนอยู่

เบื้องหลังคำด่าทอที่รุนแรงจากผู้หญิงบางกลุ่มต่อชายโสดที่มีความสุข มักเกิดจาก ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และความกดดันในตลาดหาคู่:

"ผู้ชายดี ๆ หายไปไหนหมด? อ๋อ... หนีไปอยู่คนเดียวหมดแล้ว" ความจริงที่น่าเจ็บปวดในปัจจุบันคือ ผู้หญิงจำนวนมากพัฒนาตัวเองจนพึ่งพาตัวเองได้และมีมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่เมื่อพวกเธอหันมามองในตลาด กลับพบว่าผู้ชายที่มีศักยภาพ (High-value men) หลายคนเลือกที่จะปิดประตูใส่ความสัมพันธ์และหันไปหาความสุขส่วนตัว แทนที่จะยอมเหนื่อยเพื่อตอบสนองมาตรฐานเหล่านั้น

สิ่งนี้ทำให้เกิดคำด่าทอในลักษณะ:

  • "พวกขี้แพ้ที่ยอมแพ้กลางคัน" (ตราหน้าว่าไม่มีปัญญาพัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับผู้หญิงยุคใหม่)

  • "พวกไร้น้ำยา" (มองว่าการอยู่คนเดียวคือการหนีปัญหาชีวิต)

  • "ระวังจะแก่ตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครดูใจ" (การใช้ความกลัวเรื่องความเหงาในอนาคตมาเป็นอาวุธโจมตี)

บทสรุป: สาเหตุที่ชายโสดที่มีความสุขโดนด่าในปี 2026 ไม่ใช่เพราะพวกเขาทำอะไรผิด แต่เพราะ "ความสุขที่พึ่งพาตัวเองได้ของพวกเขา" ไปท้าทายระบบผลประโยชน์ดั้งเดิมของสังคม ทั้งเรื่องการแต่งงาน การบริโภค และความคาดหวังระหว่างเพศ เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งสามารถมีความสุขได้โดยไม่ต้องง้อระบบ สังคมที่ยังอยู่ในระบบจึงเกิดความอึดอัดและแสดงออกผ่านการตีตราและเกลียดชังนั่นเอง

 

 


**แนะนำ อ่านรายงาน หรืออ่าน คำตอบย่อก่อนครับ**

 ประเด็นการเขียนบทความอยู่ที่ กลุ่มชายโสดที่มีความสุขกับชีวิตโดนด่าโดนประนาม แต่ ถ้าเป็นหญิงโสด จะได้รับความชื่นชม และยกย่อง จากกลุ่มๆนี้ และจากคนส่วนใหญ่ ไม่สิ จะว่าจากทุกคนเลยก็ได้ครับ ไม่เชื่อก็ลองค้นเองได้ครับ  

สำหรับผมการเป็นโสดไม่ผิดการมีความสุขก็ไม่ผิด ครับ

ผม (Poipoi) จะสรุปเรื่องนี้ให้ฟัง ผ่านอดีตและมุมมองของผม ก่อนที่จะเล่าเรื่องว่าทำไม ถึงมีกระแสเกลียด ชายโสดที่มีความสุขในชีวิต ขึ้นมาในปี 2026 นี้  ผมขอ ย้อนอดีต กลับไป
 จุดเริ่มต้นมาจากที่
 ผู้หญิง บางกลุ่ม เลือกผู้ชายจาก ความมั่นคงในชีวิต (ยิ่งรวยยิ่งมั่นคง) ดังนั้น ผู้ชาย ในระดับ กลางๆ บ้านๆ และ ต่ำกว่ามาตรฐาน จึงถูกผู้หญิงคัดออกจากตัวเลือกสามี 
 ส่วนในจีน อันนี้เคสศึกษา จากอัตราส่วน ชายหญิงที่ไม่สมดุล อันนี้หนัก

(สาเหตุ นโยบายลูกคนเดียว แล้วคนจีนต้องการลูกชาย ทำให้ ผู้หญิงโดนทำแท้งจำนวนมหาศาล) ทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกส่วนผู้ชายจีนหลายคน แทบไร้หนทางหาเมีย แถมการเรียกเงินสินสอด แบบไม่รู้จบ แต่นั่นที่จีน

ส่วนที่ไทย ยุโรป ก็ดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ดีแบบ 100% 
ความจริงก็ทำให้ ชายหลายคนเป็นโสดโดยจำใจหรือไม่ได้ตั้งใจ

แต่แล้ววันหนึ่งความเท่าเทียม ก็มาถึง จากที่ผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ลงทุนศัลยกรรมพลาสติก ดึงดูดผู้ชาย แต่ตอนนี้ มีผู้ชาย ที่ทำแบบนั้นแทนเพื่อดึงดูดเพศหญิง แต่นั่นก็เกิดมานานแล้ว แล้วในปีนี้เกิดเหตุ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่เกลียด ผู้ชายโสด ที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็ผมเพิ่งค้นพบ ปีนี้นี้ละ ทำให้ผมเริ่มค้นหาแล้วถามว่า ทำไม?

ชายโสดที่มีความสุขกับชีวิตตัวเอง ถึงได้น่ารังเกียจ สำหรับพวกเธอ

ก่อนที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ แล้วก็ผมจะอธิบายเรื่องนี้ในมุมของผมที่เป็นผู้ชายก่อน ว่าทำไม ผู้ชาย ถึงเลิก คลั่งไคล้ ผู้หญิงหรือเพศตรงข้าม ตามแรงขับดันตามธรรมชาติ

โดยจะมีกลุ่มหลักๆ ที่ผมเห็น (ไม่ใช่ทุกกลุ่ม)
กลุ่มแรก คือ ชายสายเอา 100% ต่อให้แก่จะลงโลงอยู่แล้ว ก็ยังจีบสาว เปย์สาว เพื่อให้สาวๆ มาแนบกายนิดหนึ่งก็ยังดี
กระชุ่มกระชวย ว่าซั่นนะ

และกลุ่มที่สอง ที่ พอผ่านวัยรุ่น หรือวัยหนุ่มมาแล้ว อยู่ดีๆ ก็เลิกวิ่งไล่ตามผู้หญิง แต่มาให้ความสำคัญกับอย่างอื่น เช่น งาน งานอดิเรค หรือ ตัวเอง

กลุ่มที่สาม รู้ว่ามี ผมก็ไม่เคยเจอในชีวิตจริง เช่น ผู้ชาย(ไม่ใช่เกย์) ที่ไม่สนใจวิ่งไล่ตามผู้หญิงมาตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ได้อยากมีแฟน เลย ในกรณีนี้ ผู้ชายเขาไม่ได้สนใจเรื่องทางเพศนะ หรือ อาจจะสนก็ได้ แต่ มีอุดมการณ์ หรือ มีอะไรตั้งแต่วันรุ่น เลยไม่สนใจผู้หญิง

และกลุ่มที่สี่ หรือกลุ่มอื่นๆ คือไม่ใช่กลุ่มหลัก ที่ว่ามาทั้งหมดครับ ขอละไว้ครับ 

เราจะมาโฟกัสกลุ่มที่สองกัน  ที่ ไม่สนใจไล่ตามผู้หญิง แต่เขาก็มีความต้องการทางเพศ

ก็จะมีแบบ คืนเดียว หรือแบบ ซื้อกิน ในประเทศที่การขายตัวผิดกฎหมาย(เช่น ประเทศไทย) นี้ละ ซื้อกินแล้วก็จบ เขาบอกว่า แฟนน่ารำคาญและเขาเบื่อ

และก็มีกลุ่ม ก็เบื่อแม้ผู้หญิงไซด์ไลน์ เลยไปซื้อ ตุ๊กตา realdoll/sexdoll ตัวละ 1-3แสนบาทมาแทน ก็มีเหมือนกัน

ตรงนี้เลยสรุปว่า กลุ่มคนเหล่า นี้ไม่ได้เป็นพวก ไร้ความสนใจทางเพศแต่อย่างใด

สรุปง่ายๆ เขาเรียงลำดับ คุณค่า ความสัมพันธ์ไว้ โดยที่ ผู้หญิง มาทีหลังงาน หรือแม้แต่งานอดิเรก

อย่ามองว่าเขาผิด เพราะเขาไม่ได้เลือกแต่งาน แล้วทิ้งผู้หญิง แต่อย่างใด

และคนพวกนี้ พอไม่มีแฟน กลับทำได้ดีกว่าตอนมีแฟนเสียด้วย ทำให้เขายิ่งมั่นใจความโสดของเขา

...แล้วจาก การวิ่งไล่ตามผู้หญิง พวกเขากลับกลายเป็นโดนผู้หญิงไล่ตาม จนต้องหาวิธี สะบัดพวกเธอออกแทน มันอาจจะฟังดูน่าตลก หรือ น่าอิจฉาสำหรับชายหนุ่มที่โสดโดยไม่ตั้งใจ หรือจำใจ

ซึ่งคนกลุ่มนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เลือก หรือเรียกว่าเป็นของ และไปเลือกของดีที่ยังไม่มีเจ้าของแทน

แต่ โลกเราสมัยนี้ความเท่าเทียม มันมาแล้ว ในมุมกลับกัน ผู้หญิง ที่ผู้ชายไม่เลือก และอยู่เป็นโสดอย่างจำใจก็มี และผู้หญิง ที่อยู่เป็นโสดด้วยความสุข ก็มี แถม ได้รับคำชมและ ไม่ได้รับความเกลียดชัง เหมือนเคส ผู้ชายโสดมีความสุข ด้วย ตรงนี้ละครับ ที่เป็นจุดพิจารณาสำคัญ

และเรื่องนี้ยังคงร้ายแรงได้อีก ในปี 2025 เป็นต้นมา เมื่อ ชายโสด/หญิง ระดับกลาง ถึงล่าง ที่ถูกผู้หญิงส่วนใหญ่เมิน เขาเริ่ม ได้รับการเติมเต็ม จิตใจด้วย AI love bot เช่น Grok AI ของ อีลอน มัสก์ เปิดตัว AI Companions สามตัว Ani, Bad Rudi และ Valentine


โดยที่ Ani เป็นสาว อนิเมะโกธิค


Bad rudi เป็นแพนด้าแดง

และ

Valentine เป็น หนุ่มหล่อมาดเข้ม

แต่นั่นมันปีที่แล้ว ปีนี้ มันไปอีกก้าวแล้ว แล้วถ้าอีก 10-30ปีละ ?

แล้วคนที่เข้าถึงเรื่องพวกนี้ ก็คือกลุ่มคนที่มีเงินซื้อตุ๊กตา ตัวละเป็นแสน นั่นละ

เราวกกลับไปที่จีน อีกที

ในจีน จะมีสาวๆประเภท เน้นจับผู้ชายรวย มีคอร์สสอนจริงจัง เลยถือว่าไม่ได้มาประจานหรือด่าว่า แต่อย่างใด เพราะ สาวๆในจีน เขาจริงจังสุดๆ และภูมิใจมาก จนเอามา อวดสาวๆด้วยกันใน เว่ยป๋อ (Weibo) ด้วยซ้ำ

ปรากฏการณ์ที่เด่นชัดคือการเกิดขึ้นของกลุ่มสตรีที่จริงจังกับการใช้ความสัมพันธ์และการแต่งงานเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ในการยกระดับฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจของตนเองอย่างเปิดเผย ซึ่งถูกเรียกว่ากลุ่ม "ล่าวหนี่ว์" (捞女 - Lao Nv หรือ Gold Digger). สาวๆ กลุ่มนี้ไม่ได้ปิดบังเป้าหมายของตนเอง แต่กลับมีความรู้สึกภาคภูมิใจในกลยุทธ์และการเลือกคู่ครองที่มีฐานะร่ำรวย จนนำมาอวดและแลกเปลี่ยนความสำเร็จกันอย่างคึกคักในพื้นที่สาธารณะออนไลน์.
ขบวนการนี้ได้รับการผลักดันให้เป็นระบบผ่านหลักสูตรการสอนจับผู้ชายรวยที่มีการเรียกเก็บค่าเรียนจริงจัง เช่น สถาบันวิชาชีพความสัมพันธ์ที่นำโดย "ชวีชวี ต้าหนี่ว์เหริน" (Ququ Big Woman) ซึ่งสถาปนาตนเองเป็น "แมคคินซีย์แห่งความสัมพันธ์" โดยสอนว่าความรักคือการลงทุนและการไต่เต้าทางชนชั้น. หลักสูตรส่วนตัวของเธอมีค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 3,580 หยวน ไปจนถึงกลุ่มสมาชิกระดับสูง "Girlfriends Alliance" ที่มีค่าธรรมเนียมสูงถึง 199,800 หยวน (ประมาณ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ). แม้ว่าเธอจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อของรัฐและถูกปรับฐานเลี่ยงภาษีกว่า 7.58 ล้านหยวนในปี 2025 ทว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจริงจังและความภูมิใจของเพศหญิงในจีนต่อค่านิยมนี้อย่างชัดเจน

 

เอาละ มาถึงคราวนี้ มากลับเข้าประเด็นหลักว่าทำไม ฝ่ายชายโสดที่เป็นสุขถึงโดนเกลียดชัง จากบางคน ต่างจาก หญิงโสดที่เป็นสุข ผมลองให้ AI ค้นคว้า และพยายามอ่านแล้วแต่อย่างที่ ผู้ชายไม่เข้าใจจิตใจของผู้หญิงหรอ เสียเวลาเปล่าๆ ถ้าเป็นพันๆปีผู้ชายที่ฉลาดมาก ยังไม่เข้าใจเลย ต่อให้พวกเราเสียแรงคิดอีก พันปีก็ไร้ประโยชน์ครับ

ผมเลยโยนงานให้ AI ครับ ตอบมาแล้ว ในรายงานครับ   รายงาน โดย Gemini 3.1 Pro 
https://gemini.google.com/share/430bc7850485

ถ้าอ่านแล้วไม่ต้องอ่านซ้ำครับ

แล้วถามว่าทำไมผมโยนให้ AI ตอบ ก็เพราะผมไม่ฉลาดพอ ที่รู้ใจผู้หญิงเลยครับ 

เอาละ แล้วผู้ชายกลุ่มที่สอง "กลุ่มชายโสดผู้มีควมสุข " จริงๆ เขาก็มีชื่อเรียกหลายชื่อ หลายกลุ่ม หลายชมรม  เหมือนกลุ่ม หญิง โสดนั่นละครับ  (สำหรับบางกลุ่มคิดว่ามันน่ารังเกียจสุดๆ)   หรือมีอีกชื่อเหยียดๆ ว่า ผู้ชายสัตว์กินพืช (Herbivore Men)  

ถ้าอยากได้กินเนื้อก็อย่างพี่ " เสือ ดุสิต กับ  น้องมิรา "ที่เป็นข่าวในไทย ปี 2026-06 นี้ละครับ นั่นสัตว์กินเนื้อแท้ๆ  จนน้องมิรา ถูกหามแปล มาโรงพยาบาลเลยครับ 
แต่เรื่องนี้ ผู้หญิง สภาพแบบนั้น ยังโดนคนไทยด่าเละกว่าหน้า แล้วปกป้อง เสือ ดุสิต กันทังแบบช่วยครึ่งตัวและช่วยเต็มตัวก็มี เสือ ดุสิต นี้ละครับ ของทีที่ สาวๆสวยๆแย่งกัน สุดๆ แต่ไม่อยู่ในหมวด ของดีที่ยังโสด นะครับ

 แต่ ชายกลุ่มกลางๆ ที่ไม่ถูกเลือกเห็นข่าว นี้แล้ว อาจจะกำหมัดอยู่ก็ได้นะครับ ทั้งที่ตัวเอง เป็นคนดีของสังคม ตั้งใจทำงาน หรือบางคน มีเมีย เป็นสามีที่ดีไม่เคยตบตีเมีย แต่เมียรักก็วิ่งไปหาตีนผัวชาวบ้าน ก็คงมีปวดใจ ปวดตับบ้างละครับ
คนโบราณ เขาถึงบอกไงครับว่า ข้าเก่า เต่าเลี้ยง เมียรัก อย่าได้ไว้ใจ  สถิติ ที่ผมเก็บมา เต่าเลี้ยงก็แค่กันนิ้วไม่ปล่อย ข้าเก่าก็มีข่าว เยอะอยู่ แต่เคสเมียรัก นี้เจ็บกว่าแต่เป็นข่าวน้อยกว่า เพราะไทย ถือว่าเป็นเรื่องผัวเมีย แถมฝ่ายชาย มักจะโดนด่าซ้ำว่าเป็นควาย หรือ โดนสวมเขา ฯลฯ อีกด้วย คือ ฝ่ายชายที่โดนหลอกนะโง่เอง ดังนั้น กลุ่มผู้ชาย
 ก็รับรู้ถึงความเสียง ของหุ้นเมีย แล้วเลือกที่จะไม่ซื้อหุ้นเมีย แต่ไปซื้อหุ้นรถ หุ้นบ้าน หุ้นดูแลตัวเอง แทน แล้วก็มีหลายคนที่เอาเงินไปบริจาค ไม่ว่าจะเด็กๆจากสงคราม หรือ เด็กกำพร้าในประเทศ รับลูกบุญธรรม ช่วยสัตว์ ป่วย ฯลฯ มันก็ดีไม่ใช่หรือครับ?

และมาจบตรงนี้ผมเขียนมานานแล้วอยากไปเล่นเกมครับ เลยขอจบว่า
กลุ่มผู้ชายโสดและมีความสุข 
ดูจากแนวโน้มแล้วว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่เกลียด  ก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันครับ  ( แล้วกลุ่มชายโสด กลับถูกเหมาเป็นกลุ่มเกลียดผู้หญิง เหยียผู้หญิงหรือโรคจิต แบบกลุ่ม 
MGTOW (Men Going Their Own Way) เสียด้วยครับ  ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ากลุ่ม MGTOW  เป็นยังไง แต่ก็เห็นฝรั่ง ชายโสด หลายคน โดนเหมารวมว่าเป็นกลุ่ม MGTOW  ไปได้ง่ายๆ และคำด่ากลุ่ม MGTOW  ก็ถูกเอามาด่าชายโสดที่มีความสุขกับชีวิต )

 แล้วระบบครอบครัวสามีภรรยาจะเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย ทั้งๆ ที่ความรักมันสวยงามและมีความรักมีพลังมากล้น แต่ว่าโลกเรา สังคมเรา มันยากขึ้นทุกวัน การลงทุนกับความรักก็ควรใช้สมองส่วนหน้าบ้าง ไม่ใช่ใช้แต่สมองส่วนล่าง เพราะความสุขมันมีมากมายหลายวิธี การช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากสงคราม ก็เป็นความสุขทางใจที่น่ายกย่องด้วยซ้ำครับ เป็นต้น

ถ้าต้องเลือกใช้เงิน ระหว่าง

  1. ความสุขในการให้ และช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากสงคราม กับ
  2. การใช้เงินเพื่อเป็นเบี้ยล่างในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ

คุณอยากได้อะไรละครับ? ข้อ 3 ไหมครับ? 3. การใช้เงินเพื่อความสัมพันธ์ที่เป็นสุขอย่างแท้จริง

ข้อสามมันก็มีนะครับ แต่มันอาจจะดีเกินไปหรือยากเกินไปหรือเสี่ยงเกินไปสำหรับผู้ชายกลางๆ ก็ได้นะครับ

หรือเอาข้อ 4 หรือข้ออื่นๆ อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะไปเที่ยวทะเล ปีนเขา งานอดิเรก เตะบอล เล่นเกม ดูหนัง หรือเอาเงินเพื่อไปทัวร์อวกาศก็ได้นะครับ เชื่อไหมว่าถ้าคุณมีเงินค่าตั๋วแค่ใบเดียว ทำตามความฝันของคุณแล้วคุณอยากไปมาก คุณว่าเมียคุณจะพูดอะไรครับ?

ลองคิดดูครับ แล้วในมุมมองของผู้หญิง ก็ใช้ได้เช่นกันครับ เพียงแค่สลับกันครับ คิดว่าสามีคุณจะพูดว่าอะไรครับ?

และ คนพูดชมเรื่องผู้หญิงเป็นโสดที่มีความสุข เยอะแล้ว ผมเลย มาเขียนบทความ ปกป้อง ชายโสดผู้มีความสุข จากฝ่ายหัวก้าวหน้าครับ และบทความนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ชายโสด และ ชายที่ต้องการหาเมีย หา ผัว รวมถึงผู้หญิง ที่ต้องการเป็น โสด หรือหาผัว หรือ หาเมีย ให้ มีความสุขได้ โดยไม่ต้องสนใจ คำด่าโดยความเกลียดชัง หรือด่าด้วยความอิจฉาของใครเลยนะครับ 
 

ลิงก์ถาวร

https://poipoi-test.blogspot.com/2026/06/mgtow-mgtow-men-going-their-own-way.html