วันนี้อยู่ดีๆ ข่าวร้ายทองมาเต็ม หน้าผม ทั้ง เฟส และ youtube ฯลฯ คิดว่า คืออะไร เพื่ออะไร ต้องการอะไร
เอาละดูภาพก่อนและไม่ใช่แค่ทอง แต่หุ้นก็ด้วย
**คำเตือน บทความนี้ ไม่ได้ แนะนำการลงทุน แต่ พูดถึง สื่อมวลชน และ มวลชน เป็นหลัก โดยใช้เคส ความโลภ และความกลัว ของ การลงทุนทองคำ มาใช้อ้างอิง**
หลังดูภาพข่าว 20 ภาพแล้ว กลัวไหมครับ หรืออยากเปิด Short ทองทำกำไรครับ แต่อย่าเพิ่งครับ มาคุยกันต่อก่อนครับ
เอาตรงๆ โลกนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่าฝูงชน สื่อมวลชน และนักวาทศิลป์อยู่
นั่นมันคือกลุ่มคน และจะมีสิ่งที่ไม่ใช่กลุ่มคนคือ จิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) และวงจรข่าวสารอยู่ครับ
ทวนความจำ
ย้อนกลับไปต้นปี บอกทองจะไป $6,000 หรือจะไปแสนบาท พอลง บ้างก็บอกแค่ย่อ หรือปลายปีนี้จะได้เห็นทองทะลุแสน เคยได้ยินบ้างไหมครับ? ถ้าได้ยิน แล้วไปติดดอยทองเหมือนคนไทยบางคน ที่ 80,000 บาทหรือเปล่าครับ? หรือบางคนก็ดอย 70,000–80,000 บาท เอาเป็นว่าที่ราคา 8 หมื่น มีคนขายก็ต้องมีคนซื้อรับของไปครับ
นั่นมันตอนต้นปี แต่ตอนนี้เดือน 8 การประโคมข่าวก็เปลี่ยน
เอาล่ะ คิดว่าสื่อสารมวลชน เขาต้องการอะไรจากมวลชน?
เรตติ้ง ยอดคลิก ยอดดู
หรือมีอะไรที่อยากสื่อสารไปที่มวลชน?
แขกรับเชิญที่เป็นกูรู ทั้งนักลงทุนด้วยเงินตัวเอง และมนุษย์เงินเดือนของสักที่หนึ่ง หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่นักลงทุน และไม่ได้รับเงินเดือน
ถ้าแบ่งตรงนี้โดยอ้างอิงจากแรงจูงใจหรือผลประโยชน์เบื้องต้น ก็จะได้แนวๆ นี้ครับ
*มนุษย์เงินเดือน (นักวิเคราะห์จากสถาบัน/โบรคเกอร์): หน้าที่หลักคือการสร้าง "Volume การซื้อขาย" ให้บริษัท ถ้าตลาดนิ่ง บริษัทก็ไม่ได้ค่าธรรมเนียม ดังนั้นพวกเขาต้องวิเคราะห์เพื่อกระตุ้นให้เกิดแอ็กชัน (ซื้อหรือขาย) ตลอดเวลา
*นักลงทุน(ด้วยเงินตัวเอง) / เจ้าของร้านทอง: บางครั้งการออกมาให้ข่าวก็เพื่อ "ชี้นำ" ตลาดในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อพอร์ตของตัวเอง (Talking their book)
*กูรู / อินฟลูเอนเซอร์: สิ่งที่หล่อเลี้ยงพวกเขาคือ ยอดวิว และ Engagement ซึ่ง "ความกลัว" และ "ความโลภ" คืออารมณ์ที่เรียกยอดคลิกได้ดีที่สุด
เอาล่ะครับ แล้วคิดสิครับว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงมีข่าวจากกูรูว่าทองจะลงอัดหน้าผม
เพราะพวกเขาเหล่านั้นหวังดี ไม่อยากให้ผมเสียเงินจากการถือทอง และอยากให้ผมเปิด Short ทองทำกำไร อย่างนั้นหรือครับ??
หรือต้องการบอกว่า อย่าเพิ่งซื้อทองตอนนี้ หรือบอกให้ขายซะ?
เป็นไปได้ไหมครับ หรือจะบอกว่า ให้สวน ให้เป็นชาวสวน ซื้อทองซะ
ซึ่งตรงนี้ไม่มีทางที่ทุกคนจะคิดเหมือนกัน แต่จิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) จะเข้ามาเพื่อให้ฝูงชนกระทำ หรือไม่กระทำการใดๆ บางอย่างได้
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับทองอย่างเดียว
แม้แต่ความชอบธรรมในสงคราม การยึดแหล่งน้ำมัน การเมือง การทำให้คนรักนักการเมือง/ดารา/นักร้อง ล้วนอยู่ในหมวดจิตวิทยาฝูงชน (Mass Psychology) ทั้งสิ้น และในทางตรงข้าม ทำให้รักได้ ก็ทำให้เกลียดได้
ซึ่งทั้งโสกราตีส (Socrates) และ เพลโต (Plato) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้มาหลายพันปีแล้ว โดยเรียกว่านักวาทศิลป์ (Rhetoricians / Sophists) พวกนี้สามารถจูงใจฝูงชนได้ แต่ไม่อาจจูงใจได้ทุกคน
เอาล่ะ ผมสรุปได้ง่ายๆ ว่า ถ้าสื่อทำให้คนไปซื้อทองที่ราคา 80,000 บาทได้ ทำไมจะทำมุมกลับกันไม่ได้ล่ะครับ
ไม่ใช่ว่าผมทำนายราคาทองว่าจะขึ้นนะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าทองจะขึ้นหรือลง
แต่ผมต้องมีทองในพอร์ตประมาณ 5% ครับ และตอนนี้เป็นราคาที่ผมซื้อไปแล้วครับ ก็แค่นั้นครับ ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้ใช้การวิเคราะห์มหภาค หรือการเดาใจ FED หรือเดาใจทรัมป์แบบในข่าว แต่อย่างใดครับ
ผมแค่ตั้งใจตอนทองแพงว่า ราคาต่ำกว่า $4,000 แล้วผมจะซื้อ ผมก็ซื้อครับ ง่ายๆ
แล้วก็ผมไม่รู้ราคาทองว่าจะไปทางไหน หรือรู้อนาคตครับ ถ้าผมรู้ ผมรวยไปแล้วครับ
แล้วสุดท้าย ลองคิดดูสิครับ ว่ากลุ่มไหน น่าเชื่อถือมาก กว่ากัน
*มนุษย์เงินเดือน, *นักลงทุน,*กูรู ,*สื่อมวลชน
อันนี้ นักลงทุน หรือ คนจากโลกเก่า ไม่ว่าจะเพลโต หรือ โสกราติส จะตอบได้ครับ แล้วคุณ คิดว่าไงครับ? คุณเชื่อกลุ่มไหนครับ?




















