วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Male Happy Solo Leveling ชายโสดผู้มีควมสุขกับชีวิต แต่กลับโดนเกลียดชังจากกลุ่มก้าวหน้าบางกลุ่มและผู้หญิงบางคน ?

กลุ่มชายโสดผู้มีควมสุขกับชีวิต Male Happy Solo Leveling แต่กลับโดนเกลียดชังจากกลุ่มก้าวหน้าบางกลุ่มและผู้หญิงบางคน ?


คู่ชีวิต ที่รักกัน เป็นสิ่งสวยงามและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ... แต่สมัยนี้มันไม่ได้มาฟรีๆ แต่มันต้องลงทุน และมีความเสี่ยง  และถ้า ผู้ชายเลือกเส้นทางโสด กลับโดนสาดความเกลียดชัง จากฝ่ายก้าวหน้าบางกลุ่มและบางคน


ภาพโดย Gemini 3.5 Flash และ รายงาน โดย Gemini 3.1 Pro 
https://gemini.google.com/share/430bc7850485


คำถามคำตอบโดยย่อ จ
าก Gemini 3.5 Flash Extended  
https://gemini.google.com/share/928482ec7b81

 

กดเพื่อดู คำถามคำตอบโดยย่อ จาก Gemini 3.5 Flash Extended ครับ
 

กระแสสังคมในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่า นิยามของความสุขและการใช้ชีวิตคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์ที่ "ผู้ชายโสดอย่างมีความสุข" (Happy Single Men) กลายเป็นเป้าโจมตี เกลียดชัง หรือถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์ ไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม เศรษฐกิจ และ "สงครามทางเพศ" (Gender Wars) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นี่คือการเจาะลึกข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และมุมมองต่าง ๆ ที่ทำให้ชายโสดที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข กลายเป็นประเด็นดราม่าในปัจจุบันครับ

1. ข้อสงสัยและคำด่าทอต่อชายโสด: "โสดจริง หรือแค่ไม่มีใครเอา?"

เมื่อผู้ชายประกาศตัวว่า "โสดและมีความสุขดี" สังคมบางส่วนที่ยังยึดติดกับค่านิยมเดิมมักจะเกิดความไม่เชื่อมั่น และมักจะโจมตีด้วยข้อหาเหล่านี้:

  • "องุ่นเปรี้ยว / ปลอบใจตัวเอง": คำด่าทออันดับต้น ๆ คือการตราหน้าว่าผู้ชายเหล่านั้นแท้จริงแล้ว "ไม่มีใครเอา" หรือ "จีบใครก็แห้ว" เลยต้องสร้างภาพว่ารักสันโดษเพื่อปกป้องอีโก้ของตัวเอง

  • "พวกเห็นแก่ตัว (Selfish)": ถูกมองว่าไม่ยอมเสียสละเพื่อผู้อื่น เอาแต่ใช้เงินและเวลาไปกับความสุขส่วนตัว (เช่น เกม รถ ของสะสม เที่ยวกลางคืน) โดยไม่คิดจะสร้างครอบครัวหรือทำประโยชน์ให้สังคม

  • "โรคปีเตอร์แพน (Peter Pan Syndrome)": โดนด่าว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต กลัวความรับผิดชอบ และไม่กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิตผู้ใหญ่

2. การเหมารวม (Stereotyping) เป็นพวก MGTOW, Incel หรือเกลียดผู้หญิง

ความเข้าใจผิดที่รุนแรงที่สุดในปี 2026 คือการที่สังคม "แยกแยะไม่ออก" ระหว่าง ผู้ชายที่รักความสันโดษ (Happy Solo) กับ กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองทางเพศ ทำให้ชายโสดจำนวนมากโดนลูกหลงและถูกยัดเยียดข้อหา:

  • การเชื่อมโยงกับ Incel (Involuntary Celibate): กลุ่ม Incel คือคนที่ อยากมีคู่แต่หาไม่ได้ จนเกิดความคับแค้นใจและเกลียดชังผู้หญิง แต่ชายโสดที่มีความสุขมักถูกเหมาเข่งว่าเป็น Incel ทั้งที่พวกเขาสมัครใจโสด (Voluntary)

  • การตราหน้าว่าเป็น MGTOW (Men Going Their Own Way): แม้ MGTOW บางส่วนจะแค่รักสันโดษ แต่ภาพจำของกลุ่มนี้ในสื่อมักเป็นพวกต่อต้านสตรีเพศ (Anti-feminism) อย่างสุดโต่ง เมื่อผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า "ไม่อยากแต่งงาน" จึงมักถูกตีความทันทีว่าเป็นพวก "เหยียดเพศ" หรือ "เกลียดผู้หญิง" (Misogynist)

  • ชุดความคิด "ถ้าคุณไม่รักเรา แปลว่าคุณเกลียดเรา": ในยุคที่โซเชียลมีเดียแบ่งขั้วชัดเจน การที่ผู้ชายปฏิเสธจะเข้าร่วมในตลาดหาคู่ (Dating Market) ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวหรือการบอยคอตผู้หญิง ทั้งที่จริง ๆ พวกเขาแค่ต้องการอยู่เฉย ๆ

3. มุมมอง "ความล้มเหลว" ของชายโสด จากสายตาผู้หญิง

ในมุมมองของผู้หญิงบางกลุ่ม (โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการเดตยุคใหม่หรือกลุ่มที่มีความคาดหวังสูง) มองการที่ผู้ชายเลือกจะโสดว่าเป็น "ความล้มเหลว" ในมิติอื่น ๆ:

  • ล้มเหลวในฐานะ "ผู้นำและผู้ปกป้อง" (Failure to Provide): ค่านิยมดั้งเดิมยังคงฝังลึกว่า ความสำเร็จสูงสุดของผู้ชายคือการมีครอบครัวและเลี้ยงดูภรรยาได้ เมื่อผู้ชายปฏิเสธบทบาทนี้ จึงถูกมองว่าล้มเหลวในการทำหน้าที่ลูกผู้ชาย

  • ล้มเหลวทางอารมณ์ (Emotional Immaturity): ถูกมองว่ามีความบกพร่องทางจิตใจ ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครได้ (Emotionally Unavailable) หรือเป็นพวกขี้ขลาดที่ไม่กล้าผูกมัด (Commitment-phobic)

  • ความล้มเหลวในการปรับตัว: บางมุมมองมองว่า ผู้ชายเหล่านี้ "สู้ราคา" ในตลาดการเดตยุคปัจจุบันไม่ไหว (เช่น สู้มาตรฐานเรื่องฐานะ หน้าตา หรือทัศนคติที่ผู้หญิงตั้งไว้ไม่ได้) เลยเลือกที่จะ "ถอดใจ" และลาออกจากเกมการหาคู่ไปเอง

4. การด่าทอจากมุมมองของผู้หญิง: ความคับแค้นใจที่ซ่อนอยู่

เบื้องหลังคำด่าทอที่รุนแรงจากผู้หญิงบางกลุ่มต่อชายโสดที่มีความสุข มักเกิดจาก ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และความกดดันในตลาดหาคู่:

"ผู้ชายดี ๆ หายไปไหนหมด? อ๋อ... หนีไปอยู่คนเดียวหมดแล้ว" ความจริงที่น่าเจ็บปวดในปัจจุบันคือ ผู้หญิงจำนวนมากพัฒนาตัวเองจนพึ่งพาตัวเองได้และมีมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่เมื่อพวกเธอหันมามองในตลาด กลับพบว่าผู้ชายที่มีศักยภาพ (High-value men) หลายคนเลือกที่จะปิดประตูใส่ความสัมพันธ์และหันไปหาความสุขส่วนตัว แทนที่จะยอมเหนื่อยเพื่อตอบสนองมาตรฐานเหล่านั้น

สิ่งนี้ทำให้เกิดคำด่าทอในลักษณะ:

  • "พวกขี้แพ้ที่ยอมแพ้กลางคัน" (ตราหน้าว่าไม่มีปัญญาพัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับผู้หญิงยุคใหม่)

  • "พวกไร้น้ำยา" (มองว่าการอยู่คนเดียวคือการหนีปัญหาชีวิต)

  • "ระวังจะแก่ตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครดูใจ" (การใช้ความกลัวเรื่องความเหงาในอนาคตมาเป็นอาวุธโจมตี)

บทสรุป: สาเหตุที่ชายโสดที่มีความสุขโดนด่าในปี 2026 ไม่ใช่เพราะพวกเขาทำอะไรผิด แต่เพราะ "ความสุขที่พึ่งพาตัวเองได้ของพวกเขา" ไปท้าทายระบบผลประโยชน์ดั้งเดิมของสังคม ทั้งเรื่องการแต่งงาน การบริโภค และความคาดหวังระหว่างเพศ เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งสามารถมีความสุขได้โดยไม่ต้องง้อระบบ สังคมที่ยังอยู่ในระบบจึงเกิดความอึดอัดและแสดงออกผ่านการตีตราและเกลียดชังนั่นเอง

 

 


**แนะนำ อ่านรายงาน หรืออ่าน คำตอบย่อก่อนครับ**

 ประเด็นการเขียนบทความอยู่ที่ กลุ่มชายโสดที่มีความสุขกับชีวิตโดนด่าโดนประนาม แต่ ถ้าเป็นหญิงโสด จะได้รับความชื่นชม และยกย่อง จากกลุ่มๆนี้ และจากคนส่วนใหญ่ ไม่สิ จะว่าจากทุกคนเลยก็ได้ครับ ไม่เชื่อก็ลองค้นเองได้ครับ  

สำหรับผมการเป็นโสดไม่ผิดการมีความสุขก็ไม่ผิด ครับ

ผม (Poipoi) จะสรุปเรื่องนี้ให้ฟัง ผ่านอดีตและมุมมองของผม ก่อนที่จะเล่าเรื่องว่าทำไม ถึงมีกระแสเกลียด ชายโสดที่มีความสุขในชีวิต ขึ้นมาในปี 2026 นี้  ผมขอ ย้อนอดีต กลับไป
 จุดเริ่มต้นมาจากที่
 ผู้หญิง บางกลุ่ม เลือกผู้ชายจาก ความมั่นคงในชีวิต (ยิ่งรวยยิ่งมั่นคง) ดังนั้น ผู้ชาย ในระดับ กลางๆ บ้านๆ และ ต่ำกว่ามาตรฐาน จึงถูกผู้หญิงคัดออกจากตัวเลือกสามี 
 ส่วนในจีน อันนี้เคสศึกษา จากอัตราส่วน ชายหญิงที่ไม่สมดุล อันนี้หนัก

(สาเหตุ นโยบายลูกคนเดียว แล้วคนจีนต้องการลูกชาย ทำให้ ผู้หญิงโดนทำแท้งจำนวนมหาศาล) ทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกส่วนผู้ชายจีนหลายคน แทบไร้หนทางหาเมีย แถมการเรียกเงินสินสอด แบบไม่รู้จบ แต่นั่นที่จีน

ส่วนที่ไทย ยุโรป ก็ดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ดีแบบ 100% 
ความจริงก็ทำให้ ชายหลายคนเป็นโสดโดยจำใจหรือไม่ได้ตั้งใจ

แต่แล้ววันหนึ่งความเท่าเทียม ก็มาถึง จากที่ผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ลงทุนศัลยกรรมพลาสติก ดึงดูดผู้ชาย แต่ตอนนี้ มีผู้ชาย ที่ทำแบบนั้นแทนเพื่อดึงดูดเพศหญิง แต่นั่นก็เกิดมานานแล้ว แล้วในปีนี้เกิดเหตุ ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่เกลียด ผู้ชายโสด ที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็ผมเพิ่งค้นพบ ปีนี้นี้ละ ทำให้ผมเริ่มค้นหาแล้วถามว่า ทำไม?

ชายโสดที่มีความสุขกับชีวิตตัวเอง ถึงได้น่ารังเกียจ สำหรับพวกเธอ

ก่อนที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ แล้วก็ผมจะอธิบายเรื่องนี้ในมุมของผมที่เป็นผู้ชายก่อน ว่าทำไม ผู้ชาย ถึงเลิก คลั่งไคล้ ผู้หญิงหรือเพศตรงข้าม ตามแรงขับดันตามธรรมชาติ

โดยจะมีกลุ่มหลักๆ ที่ผมเห็น (ไม่ใช่ทุกกลุ่ม)
กลุ่มแรก คือ ชายสายเอา 100% ต่อให้แก่จะลงโลงอยู่แล้ว ก็ยังจีบสาว เปย์สาว เพื่อให้สาวๆ มาแนบกายนิดหนึ่งก็ยังดี
กระชุ่มกระชวย ว่าซั่นนะ

และกลุ่มที่สอง ที่ พอผ่านวัยรุ่น หรือวัยหนุ่มมาแล้ว อยู่ดีๆ ก็เลิกวิ่งไล่ตามผู้หญิง แต่มาให้ความสำคัญกับอย่างอื่น เช่น งาน งานอดิเรค หรือ ตัวเอง

กลุ่มที่สาม รู้ว่ามี ผมก็ไม่เคยเจอในชีวิตจริง เช่น ผู้ชาย(ไม่ใช่เกย์) ที่ไม่สนใจวิ่งไล่ตามผู้หญิงมาตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ได้อยากมีแฟน เลย ในกรณีนี้ ผู้ชายเขาไม่ได้สนใจเรื่องทางเพศนะ หรือ อาจจะสนก็ได้ แต่ มีอุดมการณ์ หรือ มีอะไรตั้งแต่วันรุ่น เลยไม่สนใจผู้หญิง

และกลุ่มที่สี่ หรือกลุ่มอื่นๆ คือไม่ใช่กลุ่มหลัก ที่ว่ามาทั้งหมดครับ ขอละไว้ครับ 

เราจะมาโฟกัสกลุ่มที่สองกัน  ที่ ไม่สนใจไล่ตามผู้หญิง แต่เขาก็มีความต้องการทางเพศ

ก็จะมีแบบ คืนเดียว หรือแบบ ซื้อกิน ในประเทศที่การขายตัวผิดกฎหมาย(เช่น ประเทศไทย) นี้ละ ซื้อกินแล้วก็จบ เขาบอกว่า แฟนน่ารำคาญและเขาเบื่อ

และก็มีกลุ่ม ก็เบื่อแม้ผู้หญิงไซด์ไลน์ เลยไปซื้อ ตุ๊กตา realdoll/sexdoll ตัวละ 1-3แสนบาทมาแทน ก็มีเหมือนกัน

ตรงนี้เลยสรุปว่า กลุ่มคนเหล่า นี้ไม่ได้เป็นพวก ไร้ความสนใจทางเพศแต่อย่างใด

สรุปง่ายๆ เขาเรียงลำดับ คุณค่า ความสัมพันธ์ไว้ โดยที่ ผู้หญิง มาทีหลังงาน หรือแม้แต่งานอดิเรก

อย่ามองว่าเขาผิด เพราะเขาไม่ได้เลือกแต่งาน แล้วทิ้งผู้หญิง แต่อย่างใด

และคนพวกนี้ พอไม่มีแฟน กลับทำได้ดีกว่าตอนมีแฟนเสียด้วย ทำให้เขายิ่งมั่นใจความโสดของเขา

...แล้วจาก การวิ่งไล่ตามผู้หญิง พวกเขากลับกลายเป็นโดนผู้หญิงไล่ตาม จนต้องหาวิธี สะบัดพวกเธอออกแทน มันอาจจะฟังดูน่าตลก หรือ น่าอิจฉาสำหรับชายหนุ่มที่โสดโดยไม่ตั้งใจ หรือจำใจ

ซึ่งคนกลุ่มนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่เลือก หรือเรียกว่าเป็นของ และไปเลือกของดีที่ยังไม่มีเจ้าของแทน

แต่ โลกเราสมัยนี้ความเท่าเทียม มันมาแล้ว ในมุมกลับกัน ผู้หญิง ที่ผู้ชายไม่เลือก และอยู่เป็นโสดอย่างจำใจก็มี และผู้หญิง ที่อยู่เป็นโสดด้วยความสุข ก็มี แถม ได้รับคำชมและ ไม่ได้รับความเกลียดชัง เหมือนเคส ผู้ชายโสดมีความสุข ด้วย ตรงนี้ละครับ ที่เป็นจุดพิจารณาสำคัญ

และเรื่องนี้ยังคงร้ายแรงได้อีก ในปี 2025 เป็นต้นมา เมื่อ ชายโสด/หญิง ระดับกลาง ถึงล่าง ที่ถูกผู้หญิงส่วนใหญ่เมิน เขาเริ่ม ได้รับการเติมเต็ม จิตใจด้วย AI love bot เช่น Grok AI ของ อีลอน มัสก์ เปิดตัว AI Companions สามตัว Ani, Bad Rudi และ Valentine


โดยที่ Ani เป็นสาว อนิเมะโกธิค


Bad rudi เป็นแพนด้าแดง

และ

Valentine เป็น หนุ่มหล่อมาดเข้ม

แต่นั่นมันปีที่แล้ว ปีนี้ มันไปอีกก้าวแล้ว แล้วถ้าอีก 10-30ปีละ ?

แล้วคนที่เข้าถึงเรื่องพวกนี้ ก็คือกลุ่มคนที่มีเงินซื้อตุ๊กตา ตัวละเป็นแสน นั่นละ

เราวกกลับไปที่จีน อีกที

ในจีน จะมีสาวๆประเภท เน้นจับผู้ชายรวย มีคอร์สสอนจริงจัง เลยถือว่าไม่ได้มาประจานหรือด่าว่า แต่อย่างใด เพราะ สาวๆในจีน เขาจริงจังสุดๆ และภูมิใจมาก จนเอามา อวดสาวๆด้วยกันใน เว่ยป๋อ (Weibo) ด้วยซ้ำ

ปรากฏการณ์ที่เด่นชัดคือการเกิดขึ้นของกลุ่มสตรีที่จริงจังกับการใช้ความสัมพันธ์และการแต่งงานเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ในการยกระดับฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจของตนเองอย่างเปิดเผย ซึ่งถูกเรียกว่ากลุ่ม "ล่าวหนี่ว์" (捞女 - Lao Nv หรือ Gold Digger). สาวๆ กลุ่มนี้ไม่ได้ปิดบังเป้าหมายของตนเอง แต่กลับมีความรู้สึกภาคภูมิใจในกลยุทธ์และการเลือกคู่ครองที่มีฐานะร่ำรวย จนนำมาอวดและแลกเปลี่ยนความสำเร็จกันอย่างคึกคักในพื้นที่สาธารณะออนไลน์.
ขบวนการนี้ได้รับการผลักดันให้เป็นระบบผ่านหลักสูตรการสอนจับผู้ชายรวยที่มีการเรียกเก็บค่าเรียนจริงจัง เช่น สถาบันวิชาชีพความสัมพันธ์ที่นำโดย "ชวีชวี ต้าหนี่ว์เหริน" (Ququ Big Woman) ซึ่งสถาปนาตนเองเป็น "แมคคินซีย์แห่งความสัมพันธ์" โดยสอนว่าความรักคือการลงทุนและการไต่เต้าทางชนชั้น. หลักสูตรส่วนตัวของเธอมีค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 3,580 หยวน ไปจนถึงกลุ่มสมาชิกระดับสูง "Girlfriends Alliance" ที่มีค่าธรรมเนียมสูงถึง 199,800 หยวน (ประมาณ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ). แม้ว่าเธอจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อของรัฐและถูกปรับฐานเลี่ยงภาษีกว่า 7.58 ล้านหยวนในปี 2025 ทว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจริงจังและความภูมิใจของเพศหญิงในจีนต่อค่านิยมนี้อย่างชัดเจน

 

เอาละ มาถึงคราวนี้ มากลับเข้าประเด็นหลักว่าทำไม ฝ่ายชายโสดที่เป็นสุขถึงโดนเกลียดชัง จากบางคน ต่างจาก หญิงโสดที่เป็นสุข ผมลองให้ AI ค้นคว้า และพยายามอ่านแล้วแต่อย่างที่ ผู้ชายไม่เข้าใจจิตใจของผู้หญิงหรอ เสียเวลาเปล่าๆ ถ้าเป็นพันๆปีผู้ชายที่ฉลาดมาก ยังไม่เข้าใจเลย ต่อให้พวกเราเสียแรงคิดอีก พันปีก็ไร้ประโยชน์ครับ

ผมเลยโยนงานให้ AI ครับ ตอบมาแล้ว ในรายงานครับ   รายงาน โดย Gemini 3.1 Pro 
https://gemini.google.com/share/430bc7850485

ถ้าอ่านแล้วไม่ต้องอ่านซ้ำครับ

แล้วถามว่าทำไมผมโยนให้ AI ตอบ ก็เพราะผมไม่ฉลาดพอ ที่รู้ใจผู้หญิงเลยครับ 

เอาละ แล้วผู้ชายกลุ่มที่สอง "กลุ่มชายโสดผู้มีควมสุข " จริงๆ เขาก็มีชื่อเรียกหลายชื่อ หลายกลุ่ม หลายชมรม  เหมือนกลุ่ม หญิง โสดนั่นละครับ  (สำหรับบางกลุ่มคิดว่ามันน่ารังเกียจสุดๆ)   หรือมีอีกชื่อเหยียดๆ ว่า ผู้ชายสัตว์กินพืช (Herbivore Men)  

ถ้าอยากได้กินเนื้อก็อย่างพี่ " เสือ ดุสิต กับ  น้องมิรา "ที่เป็นข่าวในไทย ปี 2026-06 นี้ละครับ นั่นสัตว์กินเนื้อแท้ๆ  จนน้องมิรา ถูกหามแปล มาโรงพยาบาลเลยครับ 
แต่เรื่องนี้ ผู้หญิง สภาพแบบนั้น ยังโดนคนไทยด่าเละกว่าหน้า แล้วปกป้อง เสือ ดุสิต กันทังแบบช่วยครึ่งตัวและช่วยเต็มตัวก็มี เสือ ดุสิต นี้ละครับ ของทีที่ สาวๆสวยๆแย่งกัน สุดๆ แต่ไม่อยู่ในหมวด ของดีที่ยังโสด นะครับ

 แต่ ชายกลุ่มกลางๆ ที่ไม่ถูกเลือกเห็นข่าว นี้แล้ว อาจจะกำหมัดอยู่ก็ได้นะครับ ทั้งที่ตัวเอง เป็นคนดีของสังคม ตั้งใจทำงาน หรือบางคน มีเมีย เป็นสามีที่ดีไม่เคยตบตีเมีย แต่เมียรักก็วิ่งไปหาตีนผัวชาวบ้าน ก็คงมีปวดใจ ปวดตับบ้างละครับ
คนโบราณ เขาถึงบอกไงครับว่า ข้าเก่า เต่าเลี้ยง เมียรัก อย่าได้ไว้ใจ  สถิติ ที่ผมเก็บมา เต่าเลี้ยงก็แค่กันนิ้วไม่ปล่อย ข้าเก่าก็มีข่าว เยอะอยู่ แต่เคสเมียรัก นี้เจ็บกว่าแต่เป็นข่าวน้อยกว่า เพราะไทย ถือว่าเป็นเรื่องผัวเมีย แถมฝ่ายชาย มักจะโดนด่าซ้ำว่าเป็นควาย หรือ โดนสวมเขา ฯลฯ อีกด้วย คือ ฝ่ายชายที่โดนหลอกนะโง่เอง ดังนั้น กลุ่มผู้ชาย
 ก็รับรู้ถึงความเสียง ของหุ้นเมีย แล้วเลือกที่จะไม่ซื้อหุ้นเมีย แต่ไปซื้อหุ้นรถ หุ้นบ้าน หุ้นดูแลตัวเอง แทน แล้วก็มีหลายคนที่เอาเงินไปบริจาค ไม่ว่าจะเด็กๆจากสงคราม หรือ เด็กกำพร้าในประเทศ รับลูกบุญธรรม ช่วยสัตว์ ป่วย ฯลฯ มันก็ดีไม่ใช่หรือครับ?

และมาจบตรงนี้ผมเขียนมานานแล้วอยากไปเล่นเกมครับ เลยขอจบว่า
กลุ่มผู้ชายโสดและมีความสุข 
ดูจากแนวโน้มแล้วว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่เกลียด  ก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันครับ  ( แล้วกลุ่มชายโสด กลับถูกเหมาเป็นกลุ่มเกลียดผู้หญิง เหยียผู้หญิงหรือโรคจิต แบบกลุ่ม 
MGTOW (Men Going Their Own Way) เสียด้วยครับ  ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ากลุ่ม MGTOW  เป็นยังไง แต่ก็เห็นฝรั่ง ชายโสด หลายคน โดนเหมารวมว่าเป็นกลุ่ม MGTOW  ไปได้ง่ายๆ และคำด่ากลุ่ม MGTOW  ก็ถูกเอามาด่าชายโสดที่มีความสุขกับชีวิต )

 แล้วระบบครอบครัวสามีภรรยาจะเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย ทั้งๆ ที่ความรักมันสวยงามและมีความรักมีพลังมากล้น แต่ว่าโลกเรา สังคมเรา มันยากขึ้นทุกวัน การลงทุนกับความรักก็ควรใช้สมองส่วนหน้าบ้าง ไม่ใช่ใช้แต่สมองส่วนล่าง เพราะความสุขมันมีมากมายหลายวิธี การช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากสงคราม ก็เป็นความสุขทางใจที่น่ายกย่องด้วยซ้ำครับ เป็นต้น

ถ้าต้องเลือกใช้เงิน ระหว่าง

  1. ความสุขในการให้ และช่วยเหลือเด็กกำพร้าจากสงคราม กับ
  2. การใช้เงินเพื่อเป็นเบี้ยล่างในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ

คุณอยากได้อะไรละครับ? ข้อ 3 ไหมครับ? 3. การใช้เงินเพื่อความสัมพันธ์ที่เป็นสุขอย่างแท้จริง

ข้อสามมันก็มีนะครับ แต่มันอาจจะดีเกินไปหรือยากเกินไปหรือเสี่ยงเกินไปสำหรับผู้ชายกลางๆ ก็ได้นะครับ

หรือเอาข้อ 4 หรือข้ออื่นๆ อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะไปเที่ยวทะเล ปีนเขา งานอดิเรก เตะบอล เล่นเกม ดูหนัง หรือเอาเงินเพื่อไปทัวร์อวกาศก็ได้นะครับ เชื่อไหมว่าถ้าคุณมีเงินค่าตั๋วแค่ใบเดียว ทำตามความฝันของคุณแล้วคุณอยากไปมาก คุณว่าเมียคุณจะพูดอะไรครับ?

ลองคิดดูครับ แล้วในมุมมองของผู้หญิง ก็ใช้ได้เช่นกันครับ เพียงแค่สลับกันครับ คิดว่าสามีคุณจะพูดว่าอะไรครับ?

และ คนพูดชมเรื่องผู้หญิงเป็นโสดที่มีความสุข เยอะแล้ว ผมเลย มาเขียนบทความ ปกป้อง ชายโสดผู้มีความสุข จากฝ่ายหัวก้าวหน้าครับ และบทความนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ชายโสด และ ชายที่ต้องการหาเมีย หา ผัว รวมถึงผู้หญิง ที่ต้องการเป็น โสด หรือหาผัว หรือ หาเมีย ให้ มีความสุขได้ โดยไม่ต้องสนใจ คำด่าโดยความเกลียดชัง หรือด่าด้วยความอิจฉาของใครเลยนะครับ 
 

ลิงก์ถาวร

https://poipoi-test.blogspot.com/2026/06/mgtow-mgtow-men-going-their-own-way.html