จุดประสงค์ของบันทึกนี้ คือ เอามาเทียบตอนผมอายุ 60ปี โดยจะเทียวว่าเงินบำนาญ* ตอนนี้กับตอนนั้น หรือการรักษาพยาบาลเป็นแบบไหน
บันทึกนี้ทำเพื่อเก็บข้อมูลตอนนี้ เอาไว้เทียบกับอนาคต ข้างหน้า โดยใช้ AI สองตัวเก็บข้อมูล ตอนนี้ ก็ยังไม่มีค่าเพราะ แค่ค้นก็เจอ แต่อีก10ปี ผมคิดหรือกังวลว่าข้อมูล ย้อนหลัง20ปีอาจหาไม่ได้หรือผิดพลาด
==ส่วนที่เอียนเอียงหรือไม่เป็นกลาง เอามาแจ้งให้ทราบตั้งแต่ต้น ดีไหมละครับ===
ส่วนที่ผมชี้ว่าไม่เป็นกลาง เป็นข้อความที่ผมกับ Gemini เขียนครับ ไม่ใช่ข้อสรุปที่คุณเขียนเอง คุณนำคำตอบมารวบรวมเป็นบันทึก
| ข้อความที่มีปัญหา | ผู้เขียน |
|---|---|
| ใช้เกณฑ์ “รายจ่ายต่อรายรับสูง = ประสิทธิภาพแย่” | คุณเสนอเกณฑ์เบื้องต้น แต่ ผมกับ Gemini รับไปใช้และขยายข้อสรุป จึงต้องรับผิดชอบการตีความ |
| “ปี 2566 เป็นปีที่น่าตั้งคำถามมากที่สุด” | ผม — GPT |
| “ดีมาก / บริหารจัดการได้ตามมาตรฐาน / แย่ที่สุด” | Gemini |
| ระบุรายจ่ายอื่น 115,783 ล้านบาททั้งหมดเป็นขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ | Gemini |
| “เติบโตอย่างต่อเนื่อง” และ “เกือบ 100%” | Gemini |
ผมประเมินพลาดตรงที่พูดรวมว่า “บทความของคุณเอนเอียง” โดยไม่ได้แยกเจ้าของข้อความให้ชัด โดยเฉพาะส่วนที่ผมเขียนเอง คุณขอให้วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล ส่วนการเลือกถ้อยคำและสรุปเกินหลักฐานเป็นความรับผิดชอบของ AI ผู้เขียนครับ
ส่วนสรุป
GPT-6.1 Sol Midium
https://chatgpt.com/share/6accbed2-40f8-83ec-9e0e-073daf7dc596
ตามเกณฑ์ของคุณ: ลงทุนได้ผลตอบแทนมากเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุน = ดีขึ้น ส่วนต้นทุนบริหารและรายจ่ายต่อรายรับสูง = แย่ลง แต่ต้องแยก “เงินจ่ายสิทธิประโยชน์” ซึ่งเป็นภารกิจของกองทุน ออกจากค่าดำเนินงานครับ
ผมใช้ข้อมูลในไฟล์แนบประกอบกับรายงานทางการที่ตรวจสอบในบทสนทนานี้ Markdown ที่วาง(4)
1. ผลการลงทุนย้อนหลัง 10 ปี
คำนวณ ผลตอบแทนที่รับรู้แล้ว ÷ เงินลงทุนสิ้นปี เพื่อเทียบเบื้องต้น ยิ่งสูงยิ่งดี ตัวเลขนี้ไม่ใช่อัตราผลตอบแทนรวมของพอร์ต เพราะไม่รวมกำไร–ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ และไม่ได้ใช้เงินลงทุนเฉลี่ย
หน่วยจำนวนเงิน: ล้านบาท
| ปี | เงินลงทุนสิ้นปี | ผลตอบแทนที่รับรู้แล้ว | ดอกผลต่อเงินลงทุนสิ้นปี ↑ |
|---|---|---|---|
| 2559 | 1,570,302 | 52,736 | 3.36% |
| 2560 | 1,762,095 | 58,453 | 3.32% |
| 2561 | 1,908,787 | 55,600 | 2.91% |
| 2562 | 2,095,393 | 85,633 | 4.09% — สูงสุด |
| 2563 | 2,184,407 | 59,188 | 2.71% |
| 2564 | 2,282,490 | 62,927 | 2.76% |
| 2565 | 2,271,818 | 73,551 | 3.24% |
| 2566 | 2,439,912 | 58,418 | 2.39% — ต่ำสุด |
| 2567 | 2,657,245 | 71,960 | 2.71% |
| 2568 | 2,859,400 | 80,161 | 2.80% |
ผลตอบแทนที่รับรู้แล้วปี 2560–2568 ตรงกับชุดข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม ส่วนปี 2559 ใช้ข้อมูลจากไฟล์แนบ www.sso.go.th
อ่านผล: ปี 2562 เด่นที่สุดตามตัวชี้วัดนี้ ส่วนปี 2568 แม้ได้เงินลงทุนกลับมาเป็นดอกผลมากขึ้น แต่สัดส่วน 2.80% ยังต่ำกว่าปี 2560 ที่ 3.32% จึงใช้จำนวนกำไรที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวสรุปว่าลงทุนเก่งขึ้นไม่ได้
2. ต้นทุนบริหารและภาระรายจ่าย
ใช้สองเกณฑ์ โดย ยิ่งต่ำยิ่งดีตามมุมมองด้านต้นทุน:
- ค่าบริหารต่อสิทธิประโยชน์: จ่ายสิทธิประโยชน์ 100 บาท ต้องใช้ค่าบริหารกี่บาท
- รายจ่ายรวมต่อรายรับ: รายรับ 100 บาท มีรายจ่ายรวมกี่บาท รวมสิทธิประโยชน์และรายการบัญชีอื่นด้วย
หน่วยจำนวนเงิน: ล้านบาท
| ปี | ค่าบริหารสำนักงาน | จ่ายสิทธิประโยชน์ | ค่าบริหารต่อสิทธิประโยชน์ ↓ | รายจ่ายรวมต่อรายรับ ↓ |
|---|---|---|---|---|
| 2560 | 3,476 | 78,145 | 4.45% | 32.85% |
| 2561 | 4,186 | 85,879 | 4.87% | 35.48% |
| 2562 | 3,973 | 94,770 | 4.19% | 36.25% |
| 2563 | 4,047 | 134,573 | 3.01% | 62.28% |
| 2564 | 5,539 | 159,369 | 3.48% | 71.46% |
| 2565 | 5,407 | 161,218 | 3.35% | 70.05% |
| 2566 | 6,652 | 133,489 | 4.98% | 53.47% |
| 2567 | 5,122 | 141,588 | 3.62% | 84.03% |
ตัวเลขมาจากรายงานสถานะกองทุนสิ้นปี ส่วนปี 2559 และ 2568 ยังไม่มีข้อมูลค่าบริหารที่ยืนยันได้ในชุดนี้ www.sso.go.th
ข้อสรุปจากตาราง
| ประเด็น | ปีที่เด่น/แย่ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ดอกผลต่อเงินลงทุนสูงที่สุด | 2562 | เด่นที่สุดด้านรายได้ลงทุนที่รับรู้แล้วเมื่อเทียบกับขนาดพอร์ต |
| ดอกผลต่อเงินลงทุนต่ำที่สุด | 2566 | ต่ำที่สุดตามเกณฑ์ลงทุนที่ใช้ |
| ต้นทุนบริหารสูงที่สุด | 2566 | ทั้งจำนวนเงินและสัดส่วนต่อสิทธิประโยชน์สูงที่สุดใน 8 ปี |
| ต้นทุนบริหารต่อสิทธิประโยชน์ต่ำที่สุด | 2563 | สัดส่วนต่ำ แต่ส่วนหนึ่งเพราะจ่ายสิทธิประโยชน์เพิ่มมาก จึงยังสรุปว่าทำงานมีประสิทธิภาพที่สุดไม่ได้ |
| ภาระรายจ่ายรวมสูงที่สุด | 2567 | รายจ่ายกินรายรับ 84.03% แต่ค่าบริหารลดลงจากปี 2566 |
ปี 2566 จึงเป็นปีที่น่าตั้งคำถามมากที่สุดเมื่อดูสองด้านร่วมกัน: ดอกผลต่อเงินลงทุนต่ำสุด และต้นทุนบริหารสูงสุด ส่วนปี 2567 มีภาระรายจ่ายรวมสูง แต่ไม่ได้เกิดจากค่าบริหารสำนักงานเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายจ่ายอื่นปี 2567 จำนวน 115,783 ล้านบาทยังแจกแจงไม่ครบ จึงระบุไม่ได้ว่าทั้งหมดเป็นขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ หรือทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และการตัดสิน “ฝีมือการลงทุน” ให้ครบต้องเทียบผลตอบแทนรวมกับดัชนีอ้างอิงที่มีความเสี่ยงใกล้กันด้วยครับ www.sso.go.th
Google Gimini
https://docs.google.com/document/d/17dPZISp8BYQg_XLcK-7DhzRotWV6bpMS3wnpKPfG6bU/edit?usp=sharing
📊 ตารางสรุปความสามารถในการลงทุน และ ประสิทธิภาพในการทำงาน (พ.ศ. 2559–2568)
| ปี พ.ศ. | เงินลงทุนรวม | ผลตอบแทนที่รับรู้ | ความสามารถในการลงทุน(ROI: ผลตอบแทน/เงินลงทุน) | รายรับรวม | รายจ่ายรวม | ประสิทธิภาพการทำงาน(อัตราส่วนรายจ่าย/รายรับ) | สรุปสถานะประสิทธิภาพ(ยิ่ง % รายจ่ายสูง ยิ่งแย่) |
| 2559 | 1,570,302 | 52,736 | 3.36% | — | — | — | รอข้อมูลรายรับ-รายจ่ายเต็มปี |
| 2560 | 1,762,095 | 58,453 | 3.32% | 253,965 | 83,438 | 32.85% | ดีมาก (รายจ่ายต่ำ เงินเหลือสะสมสูง) |
| 2561 | 1,908,787 | 55,600 | 2.91% | 262,772 | 93,242 | 35.48% | ดีมาก (บริหารจัดการได้ตามมาตรฐาน) |
| 2562 | 2,095,393 | 85,633 | 4.09% (ทำได้ดีที่สุด) | 303,359 | 109,962 | 36.25% | ดี (รายได้สูงสุด และทำผลตอบแทนลงทุนได้ดี) |
| 2563 | 2,184,407 | 59,188 | 2.71% | 231,348 | 144,089 | 62.27% | ชะลอตัว (ผลกระทบโควิด ลดเงินสมทบ/จ่ายเยียวยา) |
| 2564 | 2,282,490 | 62,927 | 2.76% | 231,284 | 165,284 | 71.46% | แย่ลง (ภาระสิทธิประโยชน์สูงขึ้นต่อเนื่อง) |
| 2565 | 2,271,818 | 73,551 | 3.24% | 253,953 | 177,902 | 70.05% | แย่ลง (พอร์ตลงทุนหดตัวครั้งแรก + รายจ่ายสูง) |
| 2566 | 2,439,912 | 58,418 | 2.39% (ต่ำสุด) | 293,215 | 156,779 | 53.47% | ฟื้นตัว (รายรับกลับมาปกติ ประสิทธิภาพดีขึ้น) |
| 2567 | 2,657,245 | 71,960 | 2.71% | 312,368 | 262,493 | 84.03% (แย่ที่สุด) | แย่ลงมากทางบัญชี (มีขาดทุนยังไม่เกิดขึ้นจริง 1.15 แสนล้าน) |
| 2568 | 2,859,400 | 80,161 | 2.80% | — | — | — | รอข้อมูลรายรับ-รายจ่ายเต็มปี |
🔍 สรุปบทวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่คุณกำหนด
1. ความสามารถในการลงทุน (Investment Capability)
- ผลตอบแทนเฉลี่ย (ROI): อยู่ในช่วง 2.39% – 4.09% ต่อปี
- ปีที่บริหารการลงทุนได้ดีที่สุด: ปี 2562 ทำผลตอบแทนรับรู้ได้ถึง 4.09% (85,633 ล้านบาท จากเงินลงทุน 2.09 ล้านล้านบาท)
- ข้อสังเกต: เนื่องจากพอร์ตการลงทุนเน้น "หลักทรัพย์มั่นคงสูง" ถึง 69% (พันธบัตรรัฐบาล/เงินฝาก) เพื่อความปลอดภัย ผลตอบแทนรวมจึงค่อนข้างทรงตัวในระดับราวๆ 2.5% - 3.3% ต่อปี
2. ประสิทธิภาพในการทำงาน (Operational Efficiency)
- ช่วงปีที่ประสิทธิภาพดีที่สุด (2560–2562): สัดส่วนรายจ่ายต่อรายรับอยู่ที่เพียง 32% – 36% กองทุนมีเงินเหลือสะสมสุทธิปีละกว่า 1.6 – 1.9 แสนล้านบาท
- ช่วงปีที่ประสิทธิภาพแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ (2567):
- อัตราส่วนรายจ่ายพุ่งสูงถึง 84.03% ของรายรับรวม
- สาเหตุหลัก: เกิดจากหมวด "รายจ่ายอื่น" สูงถึง 115,783 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชี (Unrealized Loss / ขาดทุนจากการประเมินมูลค่าตามราคาตลาดที่ยังไม่ได้ขายจริง) บวกกับสิทธิประโยชน์จ่ายจริงที่เพิ่มขึ้นเป็น 141,588 ล้านบาท
- หากตัดรายการขาดทุนทางบัญชีออก ค่าใช้จ่ายการบริหารจริงส่วนสำนักงานอยู่ที่ 5,122 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณ 1.64% ของรายรับรวมเท่านั้น)
======ส่วนค้นหาข้อมูล======
ข้อมูล 1 GPT-6.1 Sol
ผมค้นจาก รายงานสถานะกองทุนของสำนักงานประกันสังคม โดยใช้ช่วงย้อนหลัง 10 ปีเต็ม พ.ศ. 2559–2568 (2016–2025) ครับ แต่ขณะนี้ตรวจสอบตัวเลขรายรับ–รายจ่ายเต็มปีได้ 8 ปี ส่วนปี 2559 และ 2568 ยังเข้าถึงข้อมูลที่ยืนยันครบทั้งสองด้านไม่ได้ จึงเว้นไว้แทนการใส่ตัวเลขประมาณการ
ตัวเลขด้านล่างเป็น กองทุนประกันสังคม ไม่รวมกองทุนเงินทดแทน และใช้ยอดสะสมทั้งปีจากรายงานสิ้นไตรมาส 4
หน่วย: ล้านบาท — 100,000 ล้านบาท เท่ากับ 1 แสนล้านบาท
| ปี พ.ศ. (ค.ศ.) | รายรับรวม | รายจ่ายรวม | รายรับสูงกว่ารายจ่าย¹ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| 2559 (2016) | — | — | — | พบรายงาน แต่ยังอ่านตัวเลขไม่ได้ |
| 2560 (2017) | 253,965 | 83,438 | 170,527 | sso.go.th |
| 2561 (2018) | 262,772 | 93,242 | 169,530 | sso.go.th |
| 2562 (2019) | 303,359 | 109,962 | 193,397 | sso.go.th |
| 2563 (2020) | 231,348 | 144,089 | 87,259 | sso.go.th |
| 2564 (2021) | 231,284 | 165,284 | 66,000 | sso.go.th |
| 2565 (2022) | 253,953 | 177,902 | 76,051 | sso.go.th |
| 2566 (2023) | 293,215 | 156,779 | 136,436 | sso.go.th |
| 2567 (2024) | 312,368 | 262,493 | 49,875 | sso.go.th |
| 2568 (2025) | — | — | — | ยังยืนยันยอดจริงเต็มปีไม่ได้ |
¹ คำนวณจากรายรับรวมลบรายจ่ายรวม ไม่ได้หมายถึงเงินสดเหลือ หรือกำไรจากการลงทุน
ความหมายของรายรับ–รายจ่ายชุดนี้
- รายรับรวม: เงินสมทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล + ผลตอบแทนจากการลงทุน + รายรับอื่น
- รายจ่ายรวม: สิทธิประโยชน์ที่จ่ายให้ผู้ประกันตน + ค่าบริหารสำนักงาน + รายจ่ายอื่น ซึ่งอาจรวมขาดทุนจากการลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง จึงไม่ใช่เงินสดจ่ายออกทั้งหมด sso.go.th
โดยเฉพาะ ปี 2567 ควรแยกรายจ่ายออกมาดู เพราะยอดรวมเพิ่มสูงมาก:
| รายจ่ายปี 2567 | ล้านบาท |
|---|---|
| จ่ายสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน | 141,588 |
| ค่าบริหารสำนักงาน | 5,122 |
| รายจ่ายอื่น | 115,783 |
| รวม | 262,493 |
รายงานจัดขาดทุนจากการลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงไว้ในหมวดรายจ่ายอื่นด้วย แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ได้แจกแจงว่า 115,783 ล้านบาทเป็นแต่ละรายการเท่าไร จึงไม่ควรตีความทั้งหมดว่าเป็นค่าบริหาร หรือเงินที่ใช้จ่ายให้บุคคลภายนอก sso.go.th
จากตัวเลขที่ยืนยันได้ ปี 2560–2567 รายรับรวมสูงกว่ารายจ่ายทุกปี แต่ส่วนต่างลดลงมากในช่วงโควิด โดยสำนักงานประกันสังคมอธิบายว่าปี 2563–2565 มีการลดอัตราเงินสมทบและมีภาระสิทธิประโยชน์จากสถานการณ์โควิดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ส่วนต่างเป็นบวกในแต่ละปียังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ากองทุนรองรับภาระบำนาญในอนาคตได้ทั้งหมด sso.go.th
1.2
ข้อมูลที่คุณส่งมาเป็นตาราง “เงินลงทุนสะสมและรายได้จากการลงทุน” ครับ จึงยังไม่ใช่รายได้–รายจ่ายรวมของกองทุนตามที่คุณถามตอนแรก แต่ช่วยเติมข้อมูลด้านการลงทุนได้ชัดขึ้น
ผมตรวจแล้ว ตัวเลขผลตอบแทนที่รับรู้แล้ว ปี 2560–2567 ตรงกับรายงานทางการ และปี 2568 ระบุได้แน่นอนว่า 80,161 ล้านบาท แทนคำว่า “มากกว่า 80,000” ครับ sso.go.th
ความต่างของสองตารางคือ:
| ตัวเลข | บอกอะไร |
|---|---|
| เงินลงทุนรวม ณ สิ้นปี | มูลค่าเงินที่อยู่ในพอร์ตลงทุน เป็นยอดสะสม |
| ผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้ว | ดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไร/ขาดทุนจากการขายลงทุนในปีนั้น |
| รายรับรวมของกองทุน | เงินสมทบ + ผลตอบแทนลงทุน + รายรับอื่น |
| รายจ่ายรวมของกองทุน | สิทธิประโยชน์ + ค่าบริหาร + รายจ่ายอื่น รวมรายการบัญชีบางประเภท |
ตัวอย่าง ปี 2567 มีผลตอบแทนลงทุนที่รับรู้แล้ว 71,960 ล้านบาท แต่รายรับรวมในรายงานสถานะกองทุนอยู่ที่ 312,368 ล้านบาท และรายจ่ายรวม 262,493 ล้านบาท เพราะเป็นคนละตัวชี้วัดและมาจากรายงานคนละชุดครับ sso.go.th
ข้อความที่ส่งมายังควรแก้สองจุด:
- “เติบโตอย่างต่อเนื่อง” ควรใช้ว่า “เติบโตในภาพรวม” เพราะเงินลงทุนลดลงในปี 2565 และผลตอบแทนลงทุนขึ้นลงหลายปี
- จาก 1,570,302 → 2,859,400 ล้านบาท เพิ่มประมาณ 82.1% ตามตัวเลขในตาราง จึงควรระบุเปอร์เซ็นต์ตรง ๆ แทน “เกือบ 100%”
คำตอบก่อนหน้าของผมยังไม่ครบ 10 ปีจริงครับ และตารางที่คุณส่งมาช่วยเติม ผลตอบแทนลงทุน ปี 2568 ได้ แต่ยังเติมช่อง รายรับรวม–รายจ่ายรวม ปี 2559 และ 2568 ไม่ได้ ต้องตรวจรายงานการเงินของสองปีนั้นเพิ่มเติม จึงจะสรุปตามคำถามเดิมได้ครบถ้วน
***
ข้อมูล 2 Gemini 3
1. โครงสร้างรายได้และรายจ่ายของกองทุนประกันสังคม
- รายได้หลักของกองทุน:
- เงินสมทบ: จัดเก็บจาก 3 ภาคส่วน ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล (ตามมาตรา 33, 39 และ 40)
- ผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุน: ดอกเบี้ยรับจากตราสารหนี้, เงินปันผลจากตราสารทุน, และกำไรจากการขายทรัพย์สินลงทุน
- รายจ่ายหลักของกองทุน:
- ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี: กรณีเจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, ตาย, สงเคราะห์บุตร, ว่างงาน และกรณีชราภาพ (ซึ่งรายจ่ายในส่วน "บำเหน็จ-บำนาญชราภาพ" ถือเป็นสัดส่วนรายจ่ายที่เติบโตสูงที่สุดตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น)
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงาน: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วไปของสำนักงานประกันสังคม
2. สถิติขนาดเงินลงทุนและผลตอบแทน (รายได้จากการลงทุน) ย้อนหลัง 10 ปี
| ปี (พ.ศ.) | เงินลงทุนรวม (ล้านบาท) | ผลตอบแทนรวม / รายได้จากการลงทุน (ล้านบาท) |
| 2559 | 1,570,302 | 52,736 |
| 2560 | 1,762,095 | 58,453 |
| 2561 | 1,908,787 | 55,600 |
| 2562 | 2,095,393 | 85,633 |
| 2563 | 2,184,407 | 59,188 |
| 2564 | 2,282,490 | 62,927 |
| 2565 | 2,271,818 | 73,551 |
| 2566 | 2,439,912 | 58,418 |
| 2567 | 2,657,245 | 71,960 |
| 2568 | 2,859,400 | มากกว่า 80,000 |
3. ข้อสังเกตที่น่าสนใจในรอบ 10 ปี
- การเติบโตของกองทุน: ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ขนาดเงินลงทุนรวมของกองทุนขยายตัวขึ้นเกือบ 100% (จากราว 1.57 ล้านล้านบาทในปี 2559 สู่ระดับเกือบ 2.86 ล้านประสิทธิภาพในปี 2568)
- สัดส่วนสินทรัพย์: เงินลงทุนกว่า 69% ยังคงอยู่ในกลุ่ม "หลักทรัพย์มั่นคงสูง" (เช่น พันธบัตรรัฐบาล, เงินฝาก, หุ้นกู้เอกชน) เพื่อลดความเสี่ยง และอีกราว 31% อยู่ในกลุ่ม "หลักทรัพย์เสี่ยง" (เช่น หุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, อสังหาริมทรัพย์)
- สัดส่วนองค์ประกอบพอร์ต: ณ สิ้นปี 2567 พอร์ตมูลค่า 2.65 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยเงินสมทบสะสมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 62.72% และเป็นดอกผลกำไรสะสมจากการลงทุนถึง 37.28% (ประมาณ 9.9 แสนล้านบาท)
https://www.accconsultingservice.com/download-sso-receipt/
https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/finance_banking/2910306
https://www.jobfinfin.com/blog/social-security-fund-payment-guide
2.2
📊 สรุปตารางรายรับ-รายจ่าย กองทุนประกันสังคม (พ.ศ. 2560 – 2567)
| ปี พ.ศ. (ค.ศ.) | รายรับรวม | รายจ่ายรวม | รายรับสูงกว่ารายจ่าย | สถานะ / ข้อสังเกต |
| 2559 (2016) | — | — | — | อยู่ระหว่างรอการยืนยันข้อมูล |
| 2560 (2017) | 253,965 | 83,438 | +170,527 | ส่วนต่างเป็นบวกในระดับสูง |
| 2561 (2018) | 262,772 | 93,242 | +169,530 | รายรับและรายจ่ายขยายตัวสอดคล้องกัน |
| 2562 (2019) | 303,359 | 109,962 | +193,397 | รายรับทะลุ 3 แสนล้านบาทเป็นปีแรก |
| 2563 (2020) | 231,348 | 144,089 | +87,259 | เริ่มได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ลดเงินสมทบ) |
| 2564 (2021) | 231,284 | 165,284 | +66,000 | รายจ่ายสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นสูง |
| 2565 (2022) | 253,953 | 177,902 | +76,051 | ยังอยู่ในการช่วยเหลือช่วงฟื้นฟู |
| 2566 (2023) | 293,215 | 156,779 | +136,436 | ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ รายรับเพิ่มขึ้น |
| 2567 (2024) | 312,368 | 262,493 | +49,875 | รายรับนิวไฮ แต่รายจ่ายรวมเพิ่มสูงชั่วคราว |
| 2568 (2025) | — | — | — | ยังยืนยันยอดจริงเต็มปีไม่ได้ |
🔍 ข้อสังเกตและประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- โครงสร้างรายจ่ายปี 2567 ที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง:
- รายจ่ายรวมพุ่งสูงถึง 262,493 ล้านบาท แต่เมื่อแตกรายละเอียดจะพบว่าเป็นการจ่ายสิทธิประโยชน์จริง 141,588 ล้านบาท และค่าบริหารสำนักงาน 5,122 ล้านบาท
- ส่วน "รายจ่ายอื่น" 115,783 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขทางบัญชี ซึ่งรวม "ผลขาดทุนจากการลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss)" ตามความผันผวนของราคาตลาด (Mark-to-Market) ณ วันสิ้นปี จึง ไม่ใช่การจ่ายเงินสดออกจริง หรือค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง
- แรงกดดันต่อเสถียรภาพกองทุนระยะยาว:
- แม้รายรับจะสูงกว่ารายจ่ายทุกปี (ส่วนต่างสะสมเป็นบวก) แต่แนวโน้มช่องว่างระหว่างรายรับและรายจ่ายจ่ายจริงมีแนวโน้มแคบลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 2562
- ข้อเท็จจริงที่ว่ารายรับยังมากกว่ารายจ่าย สะท้อนถึง สภาพคล่องในปัจจุบันที่ยังคงเป็นบวก แต่ไม่ได้การันตีความเพียงพอต่อภาระผูกพันบำนาญชราภาพระยะยาว (20–30 ปีข้างหน้า) เนื่องจากจำนวนผู้รับบำนาญจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามโครงสร้างประชากรสูงวัย
============= *เพิ่มเติม=========
โดย GPT-6.1 Sol Midium
บันทึกเพิ่มเติมสำหรับใช้เทียบตอนอายุ 60 ปี — ย้อนหลัง พ.ศ. 2559–2568
รวมช่วงที่กติกาเหมือนกันไว้ด้วยกัน โดยเน้น ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ซึ่งใช้ระบบบำนาญและสิทธิรักษาพยาบาลชุดเดียวกัน มาตรา 40 มีกติกาต่างออกไป
1. สูตรบำนาญและเงื่อนไขรับสิทธิ
| ช่วงเวลา | กติกาที่ใช้ | สิ่งที่เก็บไว้เทียบในอนาคต |
|---|---|---|
| 2559–2568: เงื่อนไขรับบำนาญ | อายุครบ 55 ปี ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จึงรับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต | อายุเริ่มรับสิทธิ ระยะเวลาส่งสมทบ และเงื่อนไขต้องสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน |
| 2559–2568: สูตรบำนาญหลัก | ส่งครบ 15 ปี ได้ 20% ของฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ส่งเกิน 15 ปี เพิ่มอีก 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อทุก 12 เดือนที่ครบ | เปลี่ยนวิธีเฉลี่ยค่าจ้างหรืออัตราบำนาญหรือไม่ |
| 2559–2568: ฐานค่าจ้าง | ม.33 ใช้ค่าจ้างที่นำส่งสมทบ สูงสุด 15,000 บาท/เดือน ส่วน ม.39 ใช้ฐาน 4,800 บาท/เดือน | เพดานค่าจ้างเพิ่มทันค่าครองชีพหรือไม่ และการเปลี่ยนจาก ม.33 เป็น ม.39 กระทบบำนาญอย่างไร |
| 2559–2568: ส่งไม่ครบ 180 เดือน | เมื่อเข้าเงื่อนไขชราภาพ รับ บำเหน็จเป็นเงินก้อน แทนบำนาญ โดยจำนวนเงินขึ้นกับระยะเวลาส่งสมทบ | มีการเปลี่ยนเกณฑ์หรือทางเลือกการรับเงินหรือไม่ |
แหล่งข้อมูล: สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน สูตร CARE ยังอยู่ในกระบวนการเสนอแม้ต้นปี 2569 จึงไม่ใส่เป็นสูตรที่มีผลใช้ในช่วงย้อนหลังนี้ กรณีชราภาพ : https://www.sso.go.th/wpr/
ตัวอย่างบำนาญตามสูตรข้างต้น สมมติฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากันทั้งหมด:
| ส่งสมทบครบ | อัตราบำนาญ | ฐานเฉลี่ย 15,000 บาท | ฐานเฉลี่ย 4,800 บาท |
|---|---|---|---|
| 15 ปี | 20% | 3,000 บาท/เดือน | 960 บาท/เดือน |
| 20 ปี | 27.5% | 4,125 บาท/เดือน | 1,320 บาท/เดือน |
| 25 ปี | 35% | 5,250 บาท/เดือน | 1,680 บาท/เดือน |
| 30 ปี | 42.5% | 6,375 บาท/เดือน | 2,040 บาท/เดือน |
เป็นตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ยอดบำนาญเฉลี่ยของผู้ประกันตน และไม่ใช่ประมาณการบำนาญของคุณ
สิทธิทายาทมีการเปลี่ยนระหว่างสิบปีนี้
| ช่วงเวลา | ผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือนนับจากเกิดสิทธิ |
|---|---|
| ก่อน 29 เม.ย. 2565 | กติกาเดิมจ่ายบำเหน็จแก่ทายาท 10 เท่าของบำนาญรายเดือนครั้งสุดท้าย |
| ตั้งแต่ 29 เม.ย. 2565–2568 | สำหรับผู้เริ่มรับบำนาญภายใต้กติกาใหม่ จ่าย บำนาญเดือนสุดท้าย × จำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน ส่วนผู้รับบำนาญอยู่ก่อนวันเปลี่ยนกติกามีบทเฉพาะกาลคุ้มครอง |
ตัวอย่างผู้รับบำนาญภายใต้กติกาใหม่ เดือนละ 3,000 บาท รับแล้ว 20 เดือนก่อนเสียชีวิต ทายาทได้ 3,000 × 40 = 120,000 บาท ตามเงื่อนไขดังกล่าว กรณีชราภาพ : https://www.sso.go.th/wpr/
2. สิทธิรักษาพยาบาลและข้อจำกัดที่สำคัญ
ตารางนี้แยกเป็นรายสิทธิ เพราะบางรายการคงเดิม แต่บางรายการเพิ่มระหว่างทาง ไม่ใช่บัญชีการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์ทั้งหมด
| สิทธิ / ช่วงเวลา | ความคุ้มครอง | ข้อจำกัดที่ต้องบันทึกคู่กัน |
|---|---|---|
| รักษาพยาบาลทั่วไป: 2559–2568 | ส่งสมทบอย่างน้อย 3 เดือนใน 15 เดือนก่อนรับบริการ รักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลตามสิทธิ รวมการส่งต่อเมื่อเกินศักยภาพ | ต้องใช้โรงพยาบาลตามสิทธิหรือระบบส่งต่อ บริการที่ขอเพิ่มเติม เช่น ห้องพิเศษ อาจต้องจ่ายเอง บริการประชาชนกระทรวงแรงงาน (e-labour) |
| ทันตกรรม: ต้นปี 2559 ก่อนปรับสิทธิ | ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด ตามเกณฑ์เดิมไม่เกิน 300 บาท/ครั้ง และ 600 บาท/ปี | วงเงินจำกัด ไม่ใช่ครอบคลุมค่าทำฟันทั้งหมด บริการประชาชนกระทรวงแรงงาน (e-labour) |
| ทันตกรรม: ปรับในปี 2559–2568 | เพิ่มวงเงินเป็น 900 บาท/ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในวงเงิน ใช้สถานพยาบาลร่วมโครงการโดยไม่สำรองจ่ายภายในสิทธิ | จ่ายส่วนเกินเอง วงเงินเหลือไม่ยกไปปีถัดไป ฟันเทียมใช้เกณฑ์แยกต่างหาก กองกิจการพิเศษ |
| ตรวจสุขภาพ: 2560–2566 | เริ่มบริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน 14 รายการ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2560 | รายการและความถี่ขึ้นกับอายุ เพศ และเกณฑ์ ไม่ใช่ทุกคนตรวจทุกอย่างได้ทุกปี prd.go.th |
| ตรวจสุขภาพ: 2567–2568 | ปรับชุดตรวจ 14 รายการ มีรายการ เช่น HPV DNA และตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ด้วย FIT TEST | ต้องดูรายการที่เข้าเกณฑ์ของตนและสถานพยาบาลร่วมโครงการ prd.go.th |
| ฉุกเฉินวิกฤต UCEP: ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2560–2568 | เข้ารักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ ไม่ต้องสำรองจ่ายจนพ้นวิกฤตหรือเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิน 72 ชั่วโมง | ต้องได้รับการประเมินว่าเป็นฉุกเฉินวิกฤต หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบรักษาตามสิทธิ doe.go.th |
| วัคซีนไข้หวัดใหญ่: 2563–2568 | เพิ่มบริการแก่ผู้ประกันตน ม.33/39 อายุ 50 ปีขึ้นไป | ให้บริการตามช่วงเวลาและสถานพยาบาลที่กำหนดในแต่ละปี กระทรวงแรงงาน |
| SSO 515: มีโครงการตั้งแต่ 2566 และดำเนินต่อในช่วง 2567–2568 | เพิ่มช่องทางเข้าถึงผ่าตัด/หัตถการใน 5 กลุ่มโรค เช่น หัวใจ หลอดเลือดสมอง นิ่ว มะเร็งเต้านม และก้อนเนื้อมดลูกหรือรังไข่ | ใช้โรงพยาบาลร่วมโครงการและเข้าเงื่อนไข เป้าหมายการรักษารวดเร็วไม่ใช่การรับประกันว่าทุกกรณีเสร็จภายใน 15 วัน กระทรวงแรงงาน |
| Sleep Test และ CPAP: เพิ่มใน 2567–2568 | เพิ่มการตรวจและอุปกรณ์รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ | ต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และใช้ตามเกณฑ์สิทธิ ไม่ใช่ซื้อเครื่องเองแล้วเบิกได้ทุกกรณี prd.go.th |
ข้อสำคัญสำหรับเทียบตอนเกษียณ: การรับบำนาญไม่ได้ทำให้มีสิทธิรักษาพยาบาลประกันสังคมตลอดชีวิตโดยอัตโนมัติ ต้องแยกบันทึกสถานะการเป็นผู้ประกันตนกับสิทธิบำนาญ เมื่อสิ้นสภาพผู้ประกันตน สิทธิรักษาพยาบาลอาจคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนตามเงื่อนไข Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส
3. ค่าครองชีพและกำลังซื้อของบำนาญ
ใช้ เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี เป็นฐานกลาง ตั้งปี 2559 = 100 แล้วคำนวณระดับราคาปีถัดไปแบบทบต้นจากอัตราที่ปัดเศษ จึงเป็นดัชนีที่คำนวณเพื่อบันทึกนี้ ไม่ใช่ชุดดัชนีฐานทางการ
| ปี | เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี | ระดับราคาเทียบปี 2559 | ของชุดที่เคยซื้อ 3,000 บาทในปี 2559 ต้องใช้เงินประมาณ |
|---|---|---|---|
| 2559 | +0.19% | 100.00 | 3,000 บาท |
| 2560 | +0.66% | 100.66 | 3,020 บาท |
| 2561 | +1.07% | 101.74 | 3,052 บาท |
| 2562 | +0.71% | 102.46 | 3,074 บาท |
| 2563 | −0.85% | 101.59 | 3,048 บาท |
| 2564 | +1.23% | 102.84 | 3,085 บาท |
| 2565 | +6.08% | 109.09 | 3,273 บาท |
| 2566 | +1.23% | 110.43 | 3,313 บาท |
| 2567 | +0.40% | 110.87 | 3,326 บาท |
| 2568 | −0.14% | 110.72 | 3,322 บาท |
อัตราปี 2559–2567 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ส่วนปี 2568 ใช้ผลจริงทั้งปี −0.14% แทนประมาณการในเอกสารเก่า uploads.tpso.go.th
ความหมายสำหรับบันทึก: จากปี 2559 ถึง 2568 ระดับราคาเฉลี่ยเพิ่มประมาณ 10.72% หากบำนาญคงที่ 3,000 บาท กำลังซื้อในปี 2568 จะเทียบได้ประมาณ 2,710 บาทในราคาปี 2559 หรือลดลงประมาณ 9.68%
ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยประเทศ ค่าอาหาร ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายที่คุณใช้จริงอาจเปลี่ยนต่างออกไป เมื่อนำมาเทียบตอนอายุ 60 ปี จึงควรดูทั้ง ยอดบำนาญที่ได้รับ กติกาสิทธิรักษาพยาบาล และกำลังซื้อหลังปรับค่าครองชีพ คู่กัน

