วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ความลักลั่น ในการซื้อ RAM กับ Mainbord ใส่แรมได้ 4แถว แบบ มี *

ความลักลั่น ในการซื้อ RAM กับ Mainbord ใส่แรมได้ 4แถว แบบ มี * 

คือ เมื่อวาน shopee แจก โค๊ด คืน coin 1000

ก็เลยหน้ามืดซื้อแรม DDR5 มา คู่1ทั้งที่ยังไม่ซื้อคอม ที่รองรับ DDR5 ( กะว่าค่อยๆทยอยซื้อ ทีละชิ้น แล้ว ส่วน แมนบอร์ด กับ CPU รอซื้อ ปีหน้า GEN ใหม่มา แล้ว GEN เก่า ลดราคา )

 16GBx2 DDR5  4200บาท แทน ที่จะซื้อ 32GBx2 8000 บาทมา

 

เพราะคิดว่าคืน คอยน์ สองครั้งคุ้มกว่าคือ 4236บาท -1000  Shopee coin

3236 x 2 =  6472 +2000 shopee coin

หรือ มองอีกมุม คือ จ่ายแพงกว่า 472 แต่ได้ Shopee coin 2000
ดูคุ้มๆ ใช่ไหม แต่ๆ วิ๊ง! ขึ้นมาได้ ถึงปัญหาในอดีต คือ ผมใช้ DDR4 อยู่ แล้ว ผมใช้แรม  8GBx2 DDR4  สองคู่ สองยี่ห้อ ยี่ห้อละคู่ เอามาใส่สี่ตัว
( ตอนซื้อ ดันลืม ซื้อไปแล้ว ถึง นึกขึ้นได้ )



ตอนนี้ผมติดตั้ง ผมจำใจลดความเร็วมัน ต่ำกว่า ที่เขียนหน้ากล่อง ซึ่ง ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าทำไม
ทั้งที่ speed 3xxx แต่ผมจำใจลด ลง เหลือ 2533
เดาว่า ผมต้องเจอปัญหาอะไรซักอย่างนี้ละ ถึง ลด ขนาดนั้น
สรุป ชาวบ้าน ที่ใช้ DDR5 ก็มีปัญหาในการอัพเกรดแรม เช่น เคส จาก  24GBx2 DDR5 เป็น 2x(24GBx2 DDR5)


แล้วคอมเม้น บอก เพื่อผม ซื้อ  2 ชุด kits of DDR5-6400  2x(2x16GB) 

แต่ต้องใช้ความเร็ว แค่   4800Mhz  หรือ ใช้ แค่สองตัว XMP 

อีกคนบอกเป็นการเสียเงินเปล่าๆ(wasting money )

และ ต่อให้ ปรับ ความเร็วแรม ก็ยัง เจอปัญหาจอฟ้า แล้วตอนนี้เปลี่ยเป็น 64GB 2แถว แล้ว ก็ไม่มีปํญหาจอฟ้าอีกเลย

https://www.reddit.com/r/buildapc/comments/14n1brz/why_is_4_slots_of_ram_not_good_for_ddr5/


คือ วิธีแก้ที่ง่ายที่สุด อยากใส่ 4 ช่อง ก็ซื้อแบบแพค 4 มาเลยตั้งแต่แรก
ซึ่งจริงๆแล้ว  ที่ดีสุดคือ ซื้อ สองช่อง

 ก็ ซื้อแรม เท่าที่จะใช้ 2ช่อง มาให้พอตั้งแต่แรก
พูดนะง่าย แต่ทำ มันจะติดปัญหาเรื่อง เงิน ซึ่ง คนส่วนใหญ่ เรื่องเงินก็เป็นปัญหากันทั้งนั้น

ผมก็ด้วย ถึงได้ หน้ามืด เอา Shopee coin ไง

ตอนนี้ ก็ ถือ ว่า เอาสเปค แค่ แรม32 พอ ถ้าไม่พอ ค่อยว่ากันว่าจะ

 ถ้าไม่พอ ห้ามซื้อ 32 มาใส่เพิ่ม แต่ต้อง ขาย 32ตัวเก่า แล้ว ซื้อ 64 มาแทน


รายละเอียด และวิธีแก้ ในลิงค์ ยูทูป ใต้ภาพ

https://www.youtube.com/watch?v=wzVZgTP2204
https://www.youtube.com/watch?v=p3Fe9hNOTIg
https://www.youtube.com/watch?v=pmCRg3jvfIk


 



วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ขายของบน Facebook Marketplace แล้ลูกค้า ทักมา บอกสนใจให้ไปคุยในไลน์ ผมก็ ไม่ไปคุยในไลน์

 บางทีผมก็คิดว่าผม อาจ ระแวงเกินเหตุ  ในการขายของ บน Facebook Marketplace
คือเรื่องมีอยู่ว่า ผมขายของใน  Facebook Marketplace


 

แล้วก็ขายปกติมาหลายปี ไม่ได้ขายจริงจังนะ เอาของไม่ใช้มาขาย ปีๆหนึ่งชิ้นสองชิ้น 

เอาละ แล้วก็มี คนซิบมา  "สนใจสินค้าค่ะ รบกวนติดต่อกลับที่ไลน์ ID xxxxx หน่อยค่ะ ถูกใจพร้อมโอน ขอบคุณค่ะ"

ผมก็คิดว่ามันประหลาด เพราะ ปกติ คนจะถาม ว่ายังมีของไหม? หมดยัง ลดได้ไหม? นัดรับสะดวกที่ไหน

ลดเท่านั้นเท่านี้ได้ไหม ประมาณนั้น  และลูกค้าส่วนใหญ่จะกลัวผมโกง ต่อราคาแล้วยังต้องลำบากนัดรับอีก
ผมละปวดหัว ผมส่งเอกชน สดวกกว่านะ ทั้งซื้อและขายนะ

สรุปความเป็นไปได้นะ
1. ผมคิดมากไปเอง เขาเป็นลูกค้าอยากได้ของจริงๆ แล้วผมพลาดโอกาสขายของ

2. ถ้าสิ่งที่ผมคิดมากบังเอิญเป็นจริงละ

ก็หมายความว่า เขาไม่อยาก ให้ประวัติแชท อยู่บนเฟสบุ๊ก แล้วทำไมละ? 

มีความเป็นไปได้เรื่องลิงก์ไม่ปลอดภัย หรือลิงก์ดูดทรัพย์หรือจะโดนเฟสแบน? ก็ไม่รู้สิ?

ก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน พ่อค้าใสซื่อบื่อ ถ้าคิดว่าคนขายจะไม่มีทางโดนโกงผิดถนัด

 

การขายสินค้าบน Facebook Marketplace อาจมีความเสี่ยงจากกลโกงของลูกค้าหลากหลายรูปแบบที่ผู้ขายต้องระวัง ดังนี้:

1. การปลอมแปลงสลิปโอนเงิน

  • กลโกง: ลูกค้าส่งสลิปโอนเงินปลอมให้ผู้ขายเพื่อยืนยันการโอนเงิน แต่จริงๆ แล้วเงินไม่ได้ถูกโอนเข้าบัญชี
  • การป้องกัน: ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณให้แน่ใจว่ามีการโอนเงินเข้ามาจริงๆ ก่อนส่งสินค้า

2. การขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งหลังจากการโอนเงิน

  • กลโกง: ลูกค้าอาจขอเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งในนาทีสุดท้ายและใช้ที่อยู่นี้เพื่อหลอกลวงหรืออาจเป็นที่อยู่ปลอม
  • การป้องกัน: ยืนยันที่อยู่จัดส่งกับลูกค้าก่อนทำการโอนเงินและไม่ควรเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งหลังจากการยืนยัน

3. การขอคืนสินค้าหลังจากได้รับสินค้า

  • กลโกง: ลูกค้าอ้างว่าสินค้ามีปัญหาหรือไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ และขอคืนสินค้า แต่คืนสินค้าที่ไม่ใช่ของเดิมหรือสินค้าในสภาพเสียหาย
  • การป้องกัน: เก็บหลักฐานการส่งสินค้า เช่น รูปถ่ายสินค้าและเลขพัสดุ และมีนโยบายการคืนสินค้าที่ชัดเจน

4. การชำระเงินผ่านวิธีการที่ไม่ปลอดภัย

  • กลโกง: ลูกค้าอาจขอใช้วิธีการชำระเงินที่ไม่ปลอดภัย เช่น เช็คที่ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ หรือการโอนเงินผ่านแอพที่ไม่มีการยืนยัน
  • การป้องกัน: ใช้วิธีการชำระเงินที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ เช่น โอนผ่านบัญชีธนาคารที่สามารถตรวจสอบได้หรือระบบชำระเงินออนไลน์ที่มีการยืนยัน

5. การหลอกลวงเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือบัญชีธนาคาร

  • กลโกง: ลูกค้าอาจขอข้อมูลส่วนตัวหรือบัญชีธนาคารของผู้ขายเพื่อทำการโจรกรรม
  • การป้องกัน: อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารแก่ลูกค้า หากจำเป็นต้องให้ข้อมูล ให้ตรวจสอบความปลอดภัยและใช้ช่องทางที่ปลอดภัย

6. การสั่งซื้อปลอม (Phishing)

  • กลโกง: ลูกค้าอาจส่งลิงก์ปลอมเพื่อให้ผู้ขายคลิกลิงก์และกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือบัญชีธนาคาร
  • การป้องกัน: อย่าคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จักและไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือบัญชีธนาคารผ่านลิงก์ที่ไม่ปลอดภัย

--- หรือข่าวนี้---

 

กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ PCT5 เตือนภัยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้รู้เท่าทันกลโกง "เอบีซี"   (ABC)  เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นผู้เสียหาย ดังนี้:

  1. ผู้ก่อเหตุมักจะเปิดร้านค้าออนไลน์ เช่น ร้านขายของแบรนด์เนมแบบพรีออเดอร์ หรือร้านขายสินค้าไอที แต่จริง ๆ แล้วไม่มีสินค้า
  2. เมื่อมีลูกค้าติดต่อมาขอซื้อ ผู้ก่อเหตุจะส่งเลขบัญชีให้ แต่เป็นเลขบัญชีของร้านค้าอื่นที่ผู้ก่อเหตุไปติดต่อไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าที่สินค้าถอนเป็นเงินสดได้ง่าย เช่น ร้านขายเครื่องสำอาง
  3. เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีร้านค้านั้นแล้ว ผู้ก่อเหตุจะขอสลิปโอนเงิน แล้วจะส่งสลิปนั้นไปให้ร้านค้าที่ส่งเลขบัญชีให้ โดยแจ้งว่า “พี่สาวหรือพี่ชายของผู้ก่อเหตุโอนเงินไปให้แล้ว”
  4. เมื่อแผนสำคัญเรียบร้อย มิจฉาชีพจะทำการบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ
  5. เมื่อผู้เสียหายจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ของ จึงไปแจ้งความเจ้ากับบัญชีที่รับโอนเงินไป ทั้ง ๆ ที่ร้านค้าเจ้าของบัญชีไม่รู้เรื่องอะไรเลย

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับร้านค้า คือ ควรซื้อ-ขายผ่านแพลตฟอร์มกลาง หรือเว็บไซต์ร้านค้าที่น่าเชื่อถือ สำหรับลูกค้าควรเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนซื้อ และควรอ่านรีวิวให้เยอะก่อนซื้อ รวมทั้งเช็กข้อมูลจากเว็บไซต์ตรวจสอบการฉ้อโกงออนไลน์ หากบัตรประชาชน, บัญชีธนาคาร, ชื่อเพจ, หรือชื่อไลน์ไม่ตรงกัน อย่าโอนเงิน

อย่างไรก็ตาม หลังจากซื้อสินค้าแล้ว พบว่าสัญญาการซื้อ-ขายไม่เป็นธรรม สามารถร้องทุกข์ได้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอดจนดำเนินคดีกับผู้ขายได้ เพื่อรักษาสิทธิของเราในฐานะผู้บริโภค
-----
หรือมีคนถาม ในพันทิป

เวลามีคนทักมาทางเฟสบุ๊ค เมสเซนเจอร์ พอคุยกันได้ซักพักจะขอไปคุยทาง Line แทน โดยอ้างว่า Line เป็นส่วนตัวกว่า ทั้งๆที่ เมสเซนเจอร์ ก็ใช้งานได้เหมือนกับ Line 

*Line สามารถส่ง ลิ้งค์ ให้โหลด โปรแกรม Remote เครื่อง ง่ายกว่ามั้ง
 

*ที่ มิจฉาชีพ ใช้ LINE เพราะ ปลอดภัยกับมิจฉาชีพ  การคุยสนทนาข้อความตัวต่อตัว เปรียบเสมือนเซฟโซน  ห้องสนทนาของ LINE มีการเข้ารหัส Lg  ซึ่ง คิดตามง่ายๆ คือ  ให้ผู้ใช้บริการแบกภาระการเก็บข้อมูลเอง  LINE แค่เก็บบันทึก Logs เวลา Ip  ….. แค่นั้นเอาเป็นว่า มันปลอดภัยกับพวกมิจฉาชีพ  ตามที่มาที่ไปลำบาก(สำกรับพวกเก่งแต่ไม่จริง)และที่สำคัญ  LINE คือช่องโหว่……. ที่ Hacker ใช้โจรกรรม  Hack Email. Facebook อื่นๆ  หุหุหุหุApps LINE  ทั่วโลกแทบจะไม่ใช้งานกันเลย    มีแต่ประเทศไทย นี่แหละ ที่ใช้งานกัน แถมใช้งานกันมั่วไปหมด เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมารวมกัน

ที่มา https://pantip.com/topic/42174480

 

---อัพเดต 25/06/2024 ---

วันนี้มีคนใหม่ ไลน์ ใหม่ทักมาอีกแล้ว

 

ลองค้นๆ ดูก็มีคนสงสัย และมี ความคิดเห็น หนึ่ง มาเตือนภัยว่า
มีกลิ่นไม่ดีอยู่นะคะ ระวังเจอแบบเราค่ะ ทักเฟส+ไลน์คุยซื้อสินค้า พอเราส่งบัญชีให้โอนมา ปรากฏว่ามันเอาเลขบัญชีเราให้เจ้าทุกข์โอนมาจ่ายเรา เราโดนอายัดบัญชีเลยค่ะ ยืมมือเราชัดๆเลยค่ะ ส่วนมันก็ได้ของเราไป เราเองก็ทำได้แค่ไปแจ้งความจากชื่อเฟสมันอีกทีเพราะไม่รู้ข้อมูลส่วนตัวอะไรของนางเลย ยอดไม่ได้เยอะอะไร แวะมาเตือนภัยค่ะ
สมาชิกหมายเลข 7829352

.

สรุป ขายไม่ออก ดีกว่าเป็นความครับ ย่อได้ย่อ ย๊อออ (เสียงย่อ นี้ ผมไว้ห้ามควาย ห้ามกุเต่ยในบ้านนะครับ เวลาจะกัดสายหูฟัง ผมก็ตะโกน ย่อ... ยาวๆๆ กุเต่ยได้ยินก็หยุด มองหน้า แล้วหันไปกัด ฉับ ขาดครึ่ง)

ค่าเงินกีบลาวบ้งตอนไหน

 คือเห็นข่าวค่าเงินเพื่อนบ้านไทย คือลาว ที่ค่าเงินกีบ พุ่งไม่หยุด(พุ่งลง) แล้วยังมี ดราม่าระหว่าง ชาวเน็ตสองประเทศ เรื่อยๆ

 เราก็เลยมาดูกัน ว่าเงินกีบ ลาว บ้ง ตอนไหน

จากกราฟก่อน 

กราฟ USD/LAK

 


 
  1. Golden Cross: จุดที่กราฟระบุว่าเป็น "Golden Cross" (มองเห็นได้ชัดเจน) อยู่ในช่วงประมาณปี 2012-2013 ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคว่ามีการเปลี่ยนแปลงทิศทางจากแนวโน้มลงไปแนวโน้มขึ้น โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นตัดขึ้นผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว

  2. การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบกับดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก (เส้นสีเขียว) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่แสดงว่ามีการอ่อนค่าลงของเงินกีบในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2022

  3. ดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์ (RSI): ค่า RSI ซึ่งแสดงในส่วนล่างของกราฟ มีค่าอยู่ในช่วงสูงเกิน 70 (เส้นสีม่วง) ช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบพุ่งสูงขึ้นในปี 2021-2022 ซึ่งบ่งชี้ถึงสถานการณ์ที่อาจมีการซื้อขายเกินหรือ overbought condition

จุดเปลี่ยนสำคัญในกราฟนี้เห็นได้ชัดเจนคือช่วง "Golden Cross" และช่วงที่กราฟพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2021-2022 ซึ่งเป็นสัญญาณของวิกฤตเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของเงินกีบอย่างรุนแรง

สรุป คือจุดแรก คือ Golden Cross ปี 2013 น่าจะเห็น แต่ผมไม่เห็น ไม่ได้อะไร 

แต่ที่น่าจะเห็นกันชัด คือราวๆ ปี 2022 ที่กราฟ กระชาก ขึ้นไป

ต่อดูมาจากข่าว
ในปี 2022 เงินกีบของลาวประสบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลงอย่างมาก โดยช่วงสิ้นปีอัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบต่อดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ประมาณ 19,500 กีบต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ที่ประมาณ 9,000 กีบต่อดอลลาร์ ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดสูงถึง 900 กีบต่อ 1 บาทไทย

การอ่อนค่าของเงินกีบส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้นอย่างมาก​ ค่​าเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 15 ปี โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าจำเป็นอื่นๆ ทำให้ประชาชนต้องประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและการใช้จ่ายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจอย่างมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ยังจัดให้เงินกีบของลาวเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลก

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ธนาคารแห่ง สปป.ลาวได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานและออกข้อตกลงใหม่ในการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเสริมสภาพคล่อง นอกจากนี้ยังมีการจัด​  ธนาคารชำระเงินหยวน (The Renminbi Clearing Bank in Lao) เพื่อส่งเสริมการใช้เงินหยวนและเงินกีบในการค้าและการลงทุนระหว่างลาวและจีน

ซึ่งข่าวพวกนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ 


ข่าว ลาวน้ำมันขาดแคลน ปี พ.ศ. 2565 หรือ ปี ค.ศ. 2022
อันนี้คนส่วนใหญ่ทราบ ซึ่ง ถือว่า เป็นฝีแตก หนองไหลเยิ้ม
ซึ่งช่วงนี้ มีคนลาว จำนวนไม่น้อย รู้ สภาพ แล้ว หนี มาทำงานในไทย เป็นจำนวนมาก
ซึ่งคนเหลานี้ละ เอาเงิน ตราต่างประเทศไปช่วย ครอบครัวของพวกเขา แต่ก็ถูกคนลาวบางกลุ่มต่อว่า ว่าเป็นพวกขายชาติ อันนี้ เรื่องของลาวกับลาว เราจะไม่ยุ่ง

คำถามที่เพื่อนบ้านถาม คือ เมื่อไหร่ เงินกีบ จะแข็งค่า

กราฟ USD/LAK
ถ้าให้เดาจากกราฟ ก็ ดูเหมือน RSI จะลง นะ มีโอกาสอยู่ ที่กีบจะแข็งค่า กราฟแสดงให้เห็นว่าความผันผวนของค่าเงินกีบมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในอนาคต

ถ้าจะให้ดู สภาพจริง ก็ต้องมาวัดที่ การปฏิรูปเศรษฐกิจ ของรัฐบาลลาวนั่น ละ
ก็มาเดาว่า ถ้า รัฐบาลลาวทำได้หรือไม่ได้

  • ในกรณีที่ดำเนินการปฏิรูปสำเร็จ: เงินกีบอาจฟื้นตัวและแข็งค่าขึ้นบ้างจากระดับปัจจุบัน โดยเฉพาะหากมีการเพิ่มรายได้ภาครัฐและปรับปรุงการลงทุนภาครัฐ-เอกชน
  • ในกรณีที่ปฏิรูปไม่สำเร็จ: เงินกีบอาจยังคงอ่อนค่าต่อไปเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินภายนอกที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

    สรุป สิ่งที่ ข้าวเกรียบ และผองเพื่อน เขียนบทความนี้ก็เพื่อ ให้ดูลาว เป็นเคสศึกษา เพื่อเรียนรู้ที่จะได้รับมือ ภัย จากเงินเฟ้อ ได้ก่อนล่วงหน้า 
  • -------

    หลังจากเสือกค่าเงินกีบแล้วมาดูเงินบาทกันดีกว่า

    ซึ่ง เราจะดูกราฟ อย่างเดียว ไม่เอาข่าว เพราะเอาข่าวมา มักมีการเมือง ปนมาด้วย แล้ว  พวกการเมือง จะมาทำมิดีมิร้ายด้วย ถ้าผลออกมาเป็นผลเสียต่อฝ่ายการเมือง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ที่จะทำให้ การเมืองทุกฝ่ายพอใจ ดังนั้น จึงไม่เอาข่าว และ ข้อมูล มา

    จากกราฟ

    เราจะเห็นว่า ตอนนี้  ผ่าน Golden Cross มาแล้ว

    ช่วงเวลา death cross  5000 วัน จบแล้ว

    ภาพรวมของกราฟ

    1. แนวโน้มทั่วไป:

      • กราฟแสดงแนวโน้มของอัตราแลกเปลี่ยนตั้งแต่ช่วงปี 1985 ถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงในหลายช่วงเวลา
      • ช่วงปี 1997 (วิกฤตการเงินเอเชีย) อัตราแลกเปลี่ยนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงถึงการอ่อนค่าของเงินบาทอย่างมาก
    2. เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average):

      • เส้นสีเขียวและสีแดงในกราฟแสดงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาต่างๆ โดยเส้นสีเขียวเป็นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและเส้นสีแดงเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว
      • การตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามารถใช้ในการพยากรณ์แนวโน้มในอนาคต เช่น จุด Golden Cross (เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว) แสดงถึงแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท และ Death Cross (เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดลงใต้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว) แสดงถึงแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท
    3. กรอบเวลาสำคัญ:

      • ช่วงปี 2009 ถึง 2017 เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
      • ช่วงปี 2020 ถึงปัจจุบัน เงินบาทมีความผันผวนแต่เริ่มมีการฟื้นตัว

    การวิเคราะห์ทางเทคนิค

    1. แนวรับและแนวต้าน:

      • แนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดที่เงินบาทมีการอ่อนค่าในหลายครั้งที่ผ่านมา
      • แนวต้านสำคัญอยู่บริเวณ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่เงินบาทเคยแข็งค่า
    2. การเคลื่อนไหวของดัชนี RSI (Relative Strength Index):

      • ดัชนี RSI แสดงถึงแรงซื้อและแรงขายในตลาด
      • RSI ที่อยู่ในระดับสูง (เหนือ 70) บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Overbought ซึ่งอาจมีการปรับฐานลง
      • RSI ที่อยู่ในระดับต่ำ (ต่ำกว่า 30) บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Oversold ซึ่งอาจมีการปรับฐานขึ้น

    สรุป

    • ในระยะสั้น: เงินบาทมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นหากสามารถทะลุแนวต้านที่สำคัญได้ แต่ต้องระวังการผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก
    • ในระยะยาว: แนวโน้มขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศและการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย