วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วิธีแก้ปัญหา Lenovo X15 Pro II หูฟังไร้สายบลูทูธ หูฟัง ออกข้างเดียว หรือ ออกทีละข้าง

 เรื่องมีอยู่ว่าผมซื้อนี้หูฟังไร้สาย บลูทูธ  Lenovo X15 Pro II ให้แม่


แล้วแม้ผม กดยิกๆ ครับ น่าจะเกิน 7ยิก  มันเลยรวน อะ นินทาแม่ พอหอมปากหอมคอ เข้าเรื่อง

 


เริ่มต้นถาม google โดน AI  หลอก  และ ถาม AI ตรงๆ มันก็หลอก สุดท้ายค้น บ้านๆ เจอ 

คลิปนี้ 

 


https://www.youtube.com/watch?v=vxvHTW5o014 

 แม้คลิป จะไม่ตรงรุ่น แต่ใช่ได้ 

สรุปได้จากคลิป และผมลองทำเองจนสำเร็จ ดังนี้ 
1.ไปลบไปลืม อุปกรณ์ ในมือถือก่อน พร้อมปิดบลูทูธ  
2.รีเซ็ต ด้วยการ กด 5ครั้งรัวๆไฟสถานะ จะเปลี่ยนไป  ทำทั้งสองข้าง ยัดกลับ เข้าที่เดิม 

3. เปิดบลูทูธ ถ้าเห็น ชื่อแค่อันเดียวคือสำเร็จ กดเชื่อต่อใหม่ 


ถ้าเห็น แยกกัน คือ 2 ชื่อ ข้างละชื่อ ลองไปรีเซ็ตใหม่ อาจจะ กด รัวไม่พอ หรือไม่โดน หรืออาจจะไม่ใช่ 5  ลอง 7 ดู อะไรประมาณนี้

แต่ผมทำครั้งเดียวสำเร็จ  ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่ 

อันนี้ตัวอย่างที่โดน AI หลอก

 



 

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วิธีการดู เปอร์เซ็น การเข้ารหัสของ BitLocker win10-11 ในบางกรณี มันไม่โชว์

วิธีการดู เปอร์เซ็น การเข้ารหัสของ BitLocker  win10-11
อันนี้ไม่ได้มาสอนวิธีใช้แต่สอนวิธีดู 
 ในบางกรณี มันไม่โชว์
แบบนี้



(จากภาพ จะเห็นการทำงานของ HDD ตลอด แต่ไม่รู้ว่าเสร็จไปเท่าไหร่)

คือ ผมเข้ารหัส ของ HDD 1TB ไป ตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ยังไม่เสร็จ แล้วมันไม่โชว์ ว่าเสร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็น เลยไปหาข้อมูลดูได้คำตอบดังนี้ 

วิธีการดูคือ 
1. เรียกใช้ Command Prompt (โดย Admin)

 


 2ใช้ค่ำสั่ง

manage-bde -status

 


 

 

3.ได้ผลลัพธ์ดังนี้

 

97.6% รออีกนิด 3 ชั่วโมง อะไรแบบนั้น

 

แต่ถ้ามี HDD หลายตัว แล้วมันจะยาวเป็นพรืด ให้เพิ่ม  ไดร์เข้าไปเช่น C: D: หรือ  E:
ตามนี้


 ******

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

องค์กร SMEX (สิทธิ & ดิจิทัล) จดหมายเปิดผนึกถึง Samsung กล่าวหา เรื่อง ติดตั้งแอปสอดแนมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ และแอปนี้ ฝังอยู่ใน OS โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถถอนการติดตั้งได้ และ เรียกร้องให้มีการแก้ไข อย่างเร่งด่วน

  


องค์กร SMEX (สิทธิ & ดิจิทัล) ส่งจดหมายเปิดผนึก กล่าวหา   ถึง Samsung  เรื่อง ติดตั้งแอปสอดแนมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ และแอปนี้ ฝังอยู่ใน OS   โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถถอนการติดตั้งได้   และ เรียกร้องให้มีการแก้ไข อย่างเร่งด่วน 

เรื่องนี้น่าตกใจ สำหรับคนที่ ใช้ Samsung ตระกูล A อย่างผม แต่ผม ไม่มีผลกระทบอะไรมาก เพราะผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่งคง  ผมไม่ใช่ ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล  สส สว หรือ กมธ NGO หรือนักข่าว ผมจึงใจเย็นอยู่ได้  

เพื่อความเป็นกลาง ระหว่างรอ Samsung ตอบกลับ ผมจะขอเรียกมันว่า Stealthy Bloatware  แทน Spyware อย่างที่ SMEX กล่าวหาในจดหมายเปิดผนึก

และเพื่อความยุธิธรรม ไม่ควรติดตั้งมาเงียบๆ หรือ อย่างน้อยต้องให้ผู้ใช้ถอนการติดตั้งได้ ทุกคนมีสิทธิ์ในการถอนการติดตั้ง แม้กระทั่ง OS ผู้ใช้ก็มีสิทธิ์ ถอนการติดตั้ง เช่น Windows xp หรือ linux   เขาก็ไม่ได้ "แอบๆลงแอป แล้วถอนการติดตั้งไม่ได้" แบบนี้ให้

 การตรวจสอบว่าทาง Samsung ได้ตอบโต้ ตอบกลับมาหรือยัง โดย Gemini pro

 

Gemini pro

ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ยังไม่มีรายงานข่าวอย่างเป็นทางการ หรือแถลงการณ์ใดๆ จาก Samsung ที่ตอบกลับจดหมายเปิดผนึกขององค์กร SMEX ในประเด็น AppCloud โดยตรงครับ

จากการตรวจสอบ (ผลการค้นหา 1.2, 1.3, 1.5) พบข้อมูลดังนี้:

  • SMEX ยื่นจดหมายจริง: องค์กร SMEX ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง Samsung จริง (ผลการค้นหา 1.3) โดยเรียกร้องให้ยุติการติดตั้ง AppCloud (หรือ Aura) ที่พัฒนาโดย ironSource บนโทรศัพท์ซีรีส์ A และ M ในภูมิภาค WANA (ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ)

  • สื่อรายงานแต่ Samsung ยังเงียบ: สื่อเทคโนโลยีหลายแห่งได้รายงานข้อกังวลนี้ (ผลการค้นหา 1.2, 1.5) แต่ในรายงานเหล่านั้นระบุว่า Samsung ยังไม่ได้ออกมาตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่อง AppCloud โดยตรง (has not directly addressed the AppCloud issue) (ผลการค้นหา 1.2)

  • การตอบสนองทางอ้อม: แทนที่จะตอบเรื่อง AppCloud โดยตรง Samsung มักจะเน้นย้ำถึงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอื่นๆ ของตนเอง เช่น Knox Vault หรือ Knox Matrix (ผลการค้นหา 1.2, 2.1, 2.3)

  • การตอบสนองในอดีต (ต่อผู้ใช้): ในฟอรัม Samsung Members (ผลการค้นหา 3.2, 3.4, 3.6) เมื่อผู้ใช้ร้องเรียนเรื่อง AppCloud ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (ก่อนเป็นประเด็นกับ SMEX) เจ้าหน้าที่ของ Samsung มักจะตอบในลักษณะว่า "ไม่สามารถลบได้" แต่แนะนำให้ "ปิดการใช้งาน" (Disable) แทน

สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน: องค์กร SMEX ได้ยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ทาง Samsung ยังคงเงียบและยังไม่มีแถลงการณ์ตอบกลับข้อเรียกร้องหรือข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการครับ

 

 สรุปข่าว โดย Chart GPT 

 องค์กร SMEX (สิทธิ & ดิจิทัล) ส่งจดหมายเปิดเผยถึง Samsung ว่าโทรศัพท์รุ่นกลางในซีรีส์ A และ M มีแอปชื่อ Aura ติดตั้งไว้ล่วงหน้าหรือถูกติดตั้งโดยอัปเดตระบบโดย ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ 
 

SMEX เรียกร้องให้ Samsung หยุดการกระทำนั้น เพราะแอปนี้ถูกวินิจฉัยว่าเป็น “บล็อทแวร์” ที่ เก็บข้อมูลส่วนตัว-ไบโอเมตริกซ์ (อาทิ ลายนิ้วมือ), IP และข้อมูลอุปกรณ์ โดยไม่มีการเปิดเผยนโยบายที่ชัดเจน และไม่สามารถถอนการติดตั้งได้ง่ายๆ
 

SMEX ระบุว่าแอปนี้ “ฝังลึก” ในระบบปฏิบัติการ อาจกลับมาติดตั้งใหม่เมื่ออัปเดต และทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถถอดออกได้โดยไม่ใช้ความรู้ทางเทคนิคขั้นสูง

  อ้างอิง ในส่วนของ Poipoi

EXPOSED: Samsung phones embedded with ‘unremovable’ Israeli spyware
https://www.thecanary.co/skwawkbox/2025/09/22/israeli-spyware-samsung/ 

ISRAELI SPYWARE Embedded On Every Samsung Phone! The Jimmy Dore Show 
https://www.youtube.com/watch?v=QNYEZdGxD30

 https://poipoi-test.blogspot.com/2025/11/smex-samsung-os.html

 รายงานฉบับเต็ม โดย Gemini

https://docs.google.com/document/d/1PgDCMni69wdPeCCg7CkoAZOjqA9i9251u4kkI1A-2P8/edit?usp=sharing

 

 

 

 การวิเคราะห์เชิงลึก: AppCloud โบทแวร์ที่ขัดแย้งในโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A และ M Series - ความเสี่ยงด้านการสอดแนมและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้
I. บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการระบุรุ่นของโทรศัพท์มือถือ Samsung ที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์โฆษณาแฝง (Bloatware) ที่เป็นที่ถกเถียงกันในชื่อ AppCloud การวิเคราะห์พบว่า AppCloud ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวข้อมูลและติดตั้งแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้รับการติดตั้งล่วงหน้าอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A Series และ M Series  การติดตั้งนี้ถือเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงทางดิจิทัลของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือ (West Asia and North Africa - WANA)   

AppCloud มีความเชื่อมโยงกับบริษัท ironSource ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งในประเทศอิสราเอล (ปัจจุบันอยู่ภายใต้การครอบครองของ Unity บริษัทสัญชาติอเมริกัน)  การฝังซอฟต์แวร์นี้ไว้ล่วงหน้าส่งผลให้มันสามารถทำงานในระดับลึกของระบบปฏิบัติการ (OS) และทำการเก็บเกี่ยวข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน เช่น ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์, ที่อยู่ IP, และลายนิ้วมือของอุปกรณ์ (Device Fingerprints)  ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือความยากลำบากในการถอนการติดตั้ง โดยปกติผู้ใช้จะต้องใช้สิทธิ์ระดับราก (Root Access) ซึ่งอาจทำให้การรับประกันอุปกรณ์เป็นโมฆะ  อย่างไรก็ตาม มีแนวทางปฏิบัติในระดับเทคนิคที่เรียกว่า Android Debug Bridge (ADB) ที่สามารถช่วยถอนการติดตั้งแพ็กเกจนี้ออกจากโปรไฟล์ผู้ใช้ได้โดยไม่ต้อง Root อุปกรณ์    

ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ควรดำเนินการทันทีเพื่อจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและปิดการทำงานของแอปพลิเคชันดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเฝ้าระวังและการติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่พึงประสงค์เพิ่มเติม

II. การทำความเข้าใจ "โบทแวร์" ที่เป็นประเด็น: AppCloud และห่วงโซ่ของ IronSource (The Controversial Bloatware: Identification and Context)
2.1 การระบุตัวตนของ AppCloud และ IronSource
ซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้สอบถามถึงคือแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า AppCloud ซึ่งเป็นโบทแวร์ติดตั้งล่วงหน้าในอุปกรณ์ Samsung. ในบางบริบท โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่จำหน่ายผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ อาจปรากฏในชื่ออื่น เช่น App Selector. การระบุตัวตนในเชิงเทคนิคสามารถทำได้ผ่านชื่อแพ็กเกจของระบบ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็น com.aura.oobe.samsung. การมีคำย่อ oobe ในชื่อแพ็กเกจ หมายถึง "Out-of-Box Experience" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแอปพลิเคชันนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตั้งค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ใหม่ตั้งแต่โรงงาน   

ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์นี้คือ ironSource ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งในประเทศอิสราเอล และปัจจุบันเป็นบริษัทลูกของ Unity Technologies บริษัทสัญชาติอเมริกัน. ความเชื่อมโยงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นต้นตอของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค WANA   

2.2 ประวัติความขัดแย้งของ IronSource (The Install Core Precedent)
การทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของ AppCloud จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูประวัติของ ironSource บริษัทนี้มีประวัติการดำเนินงานที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และการขาดความโปร่งใส. หนึ่งในโปรแกรมที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดของ ironSource คือ "Install Core" ซึ่งถูกโฆษณาว่าเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโฆษณา (Adtech) และตัวติดตั้งข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-platform installer) แต่ในทางปฏิบัติ ถูกค้นพบว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์อื่น ๆ บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมอย่างชัดเจน.   

การที่มีบริษัทซึ่งมีประวัติในการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของผู้ใช้และบายพาสการตรวจสอบความปลอดภัยมาเป็นผู้พัฒนา AppCloud ยิ่งเพิ่มความกังวลอย่างลึกซึ้งว่า AppCloud อาจใช้กลไกที่คล้ายคลึงกันในการผลักดันการติดตั้งแอปพลิเคชัน (revenue-generating installs) อย่างเงียบ ๆ บนโทรศัพท์มือถือ Samsung. นี่ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาด้าน "ความรำคาญ" แต่เป็นการบ่งชี้ถึงการฝังรากซอฟต์แวร์ที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงดิจิทัลไว้ในอุปกรณ์ของผู้บริโภค.   

2.3 ความแตกต่างจาก Samsung Bloatware ทั่วไป
โทรศัพท์ Samsung Galaxy มักมาพร้อมกับโบทแวร์ที่เป็นของบริษัทเอง (First-party apps) เช่น Samsung Free, Global Goals, Samsung TV Plus, Samsung Shop หรือ Samsung Kids. โบทแวร์เหล่านี้ แม้จะถูกวิจารณ์ว่าทำให้เครื่องช้าลงและเปลืองพื้นที่  แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใช้สามารถลบหรือปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัยผ่านเมนูการตั้งค่าตามปกติ.   

อย่างไรก็ตาม AppCloud แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง. ประการแรก มันเป็นซอฟต์แวร์บุคคลที่สาม (Third-party) ที่มาจากบริษัทที่มีข้อสงสัยด้านจริยธรรม. ประการที่สอง และที่สำคัญที่สุดคือ ระดับการฝังลึกในระบบปฏิบัติการ (OS). การฝังนี้ทำให้มันไม่สามารถถูกถอนการติดตั้งได้โดยง่ายด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของโทรศัพท์. ความแตกต่างนี้ยกระดับ AppCloud จากปัญหาซอฟต์แวร์ที่น่ารำคาญไปสู่ภัยคุกคามด้านความมั่นคงดิจิทัลที่สามารถรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่มีทางควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ.   

III. การกำหนดขอบเขตของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ (Defining Affected Devices and Regional Scope)
3.1 คำตอบหลัก: ซีรีส์ Samsung Galaxy ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
จากการวิเคราะห์รายงานของผู้ใช้และองค์กรสิทธิทางดิจิทัล ภัยคุกคามจาก AppCloud นั้นมุ่งเน้นไปที่โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy ในกลุ่มระดับกลางถึงระดับราคาประหยัดอย่างชัดเจน

3.1.1 การระบุรุ่นที่แน่นอน
AppCloud ได้รับการยืนยันว่ามีการติดตั้งล่วงหน้าในโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A Series และ M Series. รุ่นเหล่านี้เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในปริมาณมากในตลาดเกิดใหม่และมีความอ่อนไหวต่อกลยุทธ์การสร้างรายได้เสริมผ่าน adtech   

มีตัวอย่างรุ่นที่ผู้ใช้รายงานความขัดแย้งเกี่ยวกับ AppCloud ได้แก่:

Samsung Galaxy M31 ซึ่งมีรายงานปัญหาหลังการอัปเดตเป็น Android 12.   

Samsung Galaxy A52 ซึ่งมีรายงานปัญหาในการลบแอปพลิเคชัน.   

การมุ่งเป้าไปที่รุ่น A และ M Series โดยเฉพาะ  สะท้อนถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ผู้ผลิตยอมให้มีการติดตั้งซอฟต์แวร์โฆษณาบุคคลที่สามเพื่อแลกกับรายได้เสริม ซึ่งอาจช่วยชดเชยต้นทุนอุปกรณ์ที่ถูกกว่า. ผู้ใช้กลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มที่เข้าถึงความช่วยเหลือทางเทคนิคขั้นสูง เช่น การใช้งาน ADB หรือการ Root ได้ยากกว่าผู้ใช้โทรศัพท์เรือธง   

3.1.2 การเปรียบเทียบกับรุ่นเรือธง (S Series)
แม้ว่าจะมีรายงานการปรากฏของ AppCloud ในรุ่นเรือธง เช่น Galaxy S21, S23, S24 และ S25  แต่ความขัดแย้งที่รุนแรงและการฝังซอฟต์แวร์ที่ยากต่อการลบอย่างยิ่งนั้นถูกเน้นย้ำในรุ่น A และ M Series ในภูมิภาค WANA เป็นหลัก. อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ว่า AppCloud สามารถปรากฏในรุ่นเรือธงด้วย แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติของ Samsung ในการติดตั้งโบทแวร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผลิตภัณฑ์ราคาถูกเท่านั้น   

3.2 บริบททางภูมิรัฐศาสตร์: ภูมิภาค WANA (West Asia and North Africa)
การติดตั้ง AppCloud ถูกเน้นย้ำว่าเป็นประเด็นร้ายแรงในบริบทของภูมิภาค WANA ซึ่งรวมถึงประเทศในเอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือ. การเลือกติดตั้งซอฟต์แวร์นี้อย่างเฉพาะเจาะจงในภูมิภาคที่มีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ทวีความรุนแรงของความเสี่ยงทางเทคนิคให้กลายเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางสังคมและการเมือง   

ความกังวลด้านการเฝ้าระวังทางดิจิทัลสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก AppCloud มาจากบริษัทที่ก่อตั้งในประเทศอิสราเอล. ประเด็นนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากกฎหมายของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ เช่น เลบานอน มีกฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรอิสราเอลตั้งแต่ปี 1955 ซึ่งห้ามการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทอิสราเอล. การที่ Samsung ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ฝังลึกและไม่สามารถลบออกได้จากบริษัทที่มีความเชื่อมโยงดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองดิจิทัลและอาจนำมาซึ่งผลกระทบทางกฎหมายในประเทศเหล่านี้   

ตารางที่ 1 สรุปซีรีส์ Samsung Galaxy ที่มีการติดตั้ง AppCloud และความเสี่ยง

ซีรีส์ Samsung Galaxy    ความเสี่ยงในการติดตั้ง AppCloud ล่วงหน้า    บริบทภูมิภาคที่มีผลกระทบสูง    ลักษณะการติดตั้ง
A Series (ระดับกลาง)    สูงมาก (กลุ่มเป้าหมายหลัก)    WANA (West Asia and North Africa)    
ฝังลึกใน OS, ถอนการติดตั้งยาก ต้องใช้ ADB/Root 

M Series (ราคาประหยัด/แบตเตอรี่)    สูงมาก (กลุ่มเป้าหมายหลัก)    WANA (West Asia and North Africa)    
ฝังลึกใน OS, มีรายงานผู้ใช้ M31 ได้รับผลกระทบ 

S Series (เรือธง)    มีรายงานการปรากฏในบางรุ่น แต่ความขัดแย้งหลักเน้นที่ A/M    ทั่วโลก/WANA    
อาจสามารถจัดการได้ง่ายกว่าผ่านการตั้งค่าใน One UI รุ่นใหม่ 

  
IV. การวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความเป็นส่วนตัวและสถาปัตยกรรมทางเทคนิค (Privacy Threat Analysis)
4.1 กลไกการเก็บข้อมูลและสิทธิที่ถูกละเมิด
AppCloud ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลผู้ใช้โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการค้าและการทำ adtech. องค์กรสิทธิทางดิจิทัลได้เปิดเผยว่าซอฟต์แวร์นี้ทำการเก็บเกี่ยวข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างเงียบ ๆ (silently harvest)  และบ่อยครั้งที่การรวบรวมนี้เกิดขึ้นโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับความยินยอมที่ชัดเจน.   

4.1.1 ประเภทของข้อมูลที่รวบรวม
ข้อมูลที่ AppCloud ถูกรายงานว่ามีการรวบรวมประกอบด้วย:

ที่อยู่ IP และลายนิ้วมือของอุปกรณ์ (Device Fingerprints): ข้อมูลเฉพาะเหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ซ้ำ ๆ ได้ แม้ว่าผู้ใช้จะเปลี่ยนบัญชีก็ตาม.   

ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Location): การติดตามตำแหน่งอย่างต่อเนื่องสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางกายภาพของผู้ใช้ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง.   

พฤติกรรมการใช้งานแอปฯ และความสนใจ: ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งและความถี่ในการใช้งาน ถูกนำมาใช้ในการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้เพื่อการโฆษณาที่แม่นยำ.   

ข้อมูลละเอียดอ่อนอื่น ๆ: มีรายงานว่าแพลตฟอร์มนี้อาจรวบรวมข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนเพิ่มเติม รวมถึงประวัติการท่องเว็บและข้อมูลติดต่อ.   

การรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ง่ายเช่นนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการเฝ้าระวังที่สูงขึ้นมาก. การที่บริษัทที่มีประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้โดยง่ายยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลว่าข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือถูกสอดแนม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงบริบททางการเมืองในภูมิภาค WANA.   

ตารางที่ 2 รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ AppCloud อาจเก็บรวบรวมและความเสี่ยง

ประเภทข้อมูล    รายละเอียดการเก็บข้อมูล    ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Location)    ข้อมูลการเคลื่อนไหวและการตั้งค่าทางภูมิศาสตร์    การติดตามการเคลื่อนไหว, ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางกายภาพ
ที่อยู่ IP และ Device Fingerprints    ข้อมูลเฉพาะของอุปกรณ์และการเชื่อมต่อเครือข่าย    
การระบุตัวผู้ใช้ซ้ำ, การสร้างโปรไฟล์เฝ้าระวัง 

พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน    รายการแอปฯ ที่ติดตั้ง, ความถี่ในการใช้งาน    
การสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้เพื่อการโฆษณาและการติดตั้งแอปฯ โดยอัตโนมัติ 

  
4.2 การละเมิดการยินยอมและการติดตั้งแอปฯ อัตโนมัติ (Consent Bypass)
AppCloud ดำเนินการในฐานะบริการแนะนำแอปพลิเคชันที่ก้าวร้าวอย่างยิ่ง. ปัญหาหลักคือการขาดความยุติธรรมในการให้ผู้ใช้มีโอกาสปฏิเสธ. เมื่อผู้ใช้คลิกที่การแจ้งเตือนของ AppCloud มักจะพบหน้าจอที่มีแอปพลิเคชันหลายรายการถูกทำเครื่องหมายไว้ล่วงหน้า (pre-ticked) เพื่อรอการติดตั้ง และไม่มีวิธีการที่ชัดเจนในการยกเลิกการเลือก (unticking them). ในทางกลับกัน บริษัท ironSource มีประวัติในการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของผู้ใช้.   

ลักษณะการทำงานนี้ทำให้ AppCloud สามารถ "ผลัก" การติดตั้งแอปพลิเคชันอื่น ๆ เข้าสู่อุปกรณ์ของผู้ใช้โดยที่ผู้ใช้อาจไม่รู้ตัวหรือไม่ได้ให้ความยินยอมอย่างชัดเจน. การทำงานดังกล่าวเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดตั้งแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์หรือสปายแวร์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการลดระดับความปลอดภัยโดยรวมของอุปกรณ์.   

4.3 ปัญหาความคงทนและการทำงานระดับระบบ (Persistence Mechanism)
AppCloud ถูกฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการ (OS). ความสามารถในการฝังลึกนี้ส่งผลให้แอปพลิเคชันมีความคงทนสูง แม้ว่าผู้ใช้จะพยายามปิดการใช้งาน (Disable) ผ่านเมนูการตั้งค่าปกติ  แอปพลิเคชันก็อาจกลับมาทำงานใหม่และแจ้งเตือนให้ "ดำเนินการตั้งค่าอุปกรณ์ให้เสร็จสมบูรณ์" หลังจากการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบครั้งใหญ่ (System Update).   

ความสามารถในการกลับมาทำงานใหม่หลังจากอัปเดตระบบนี้บ่งชี้ว่า Samsung ได้อนุญาตให้ซอฟต์แวร์บุคคลที่สามรายนี้เป็นส่วนหนึ่งของอิมเมจเฟิร์มแวร์หลัก (System Image) ที่ไม่สามารถลบออกได้ด้วยวิธีปกติ. การที่บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อนุญาตให้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเสี่ยงด้านการสอดแนมฝังตัวลึกขนาดนี้และอยู่รอดการอัปเดต OS ได้ ถือเป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรงต่อความสมบูรณ์ของระบบ (System Integrity) และความปลอดภัยของผู้ใช้   

V. มิติทางกฎหมาย จริยธรรม และการเรียกร้องสิทธิทางดิจิทัล (Legal and Ethical Dimensions)
5.1 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และกฎหมาย (Conflict of Laws and Ethics)
การติดตั้ง AppCloud ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในระดับภูมิภาคและระดับโลกเกี่ยวกับสิทธิทางดิจิทัล ความเสี่ยงด้านการเฝ้าระวัง และความรับผิดชอบขององค์กร.   

5.1.1 กฎหมายการคุ้มครองข้อมูล
การเก็บข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากของ AppCloud โดยปราศจากนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้าถึงได้ง่ายและขาดกลไกการยินยอมที่ชัดเจน  เป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในหลายประเทศ. ประเทศในภูมิภาค WANA เช่น อียิปต์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), และซาอุดีอาระเบีย มีกฎหมายที่บังคับให้ต้องมีการยินยอมที่ชัดเจนและความโปร่งใสในการจัดการข้อมูล ซึ่ง AppCloud ไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดดังกล่าว.   

5.1.2 ผลกระทบจากกฎหมายการคว่ำบาตร
ประเด็นที่ทวีความรุนแรงที่สุดคือมิติทางภูมิรัฐศาสตร์. การที่ซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลที่ฝังลึกมาจากบริษัทที่ก่อตั้งในอิสราเอลสร้างความกังวลอย่างร้ายแรงด้านกฎหมายและจริยธรรมในหลายประเทศที่ยังคงมีกฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรอิสราเอล. การดำเนินงานในลักษณะนี้อาจถือเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในบางเขตอำนาจศาลในภูมิภาค WANA   

5.2 การขาดความโปร่งใสและการเรียกร้องสิทธิ (SMEX Advocacy)
องค์กรสิทธิทางดิจิทัล เช่น SMEX ได้เรียกร้องต่อ Samsung อย่างเร่งด่วนให้แสดงความโปร่งใสและยุติการติดตั้งซอฟต์แวร์โฆษณาแฝงที่มีต้นกำเนิดจากอิสราเอลโดยที่ผู้ใช้ไม่มีทางเลือก. ข้อเรียกร้องหลักจากนักสิทธิทางดิจิทัลรวมถึง :   

การเปิดเผยนโยบายที่ครบถ้วน: เรียกร้องให้ Samsung เปิดเผยนโยบายความเป็นส่วนตัวและแนวทางการจัดการข้อมูลของ AppCloud อย่างเต็มรูปแบบและสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ทุกคน

วิธีการถอนการติดตั้งที่ง่าย: ต้องนำเสนอวิธีการที่ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้ในการเลือกไม่ใช้ (opt out) และถอน AppCloud ออกจากอุปกรณ์โดยไม่ทำให้ฟังก์ชันการทำงานหลักหรือการรับประกันเป็นโมฆะ

คำอธิบายการตัดสินใจ: เรียกร้องให้ Samsung ชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนสำหรับการตัดสินใจติดตั้ง AppCloud ล่วงหน้าบนอุปกรณ์ A และ M Series ทั้งหมดในภูมิภาค WANA

5.3 ท่าทีของ Samsung (Deflection Strategy)
Samsung เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้ใช้และนักสิทธิทางดิจิทัล. ในการตอบสนองต่อข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวโดยทั่วไป Samsung มักจะเน้นย้ำถึงคุณสมบัติด้านการป้องกันความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งของตนเอง เช่น Knox Vault ซึ่งปกป้องข้อมูลในระดับฮาร์ดแวร์.   

การกระทำดังกล่าวเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ (Deflection Strategy) โดยมุ่งเน้นที่ความปลอดภัยของระบบหลักของตนเอง ในขณะที่ไม่ได้ตอบสนองต่อปัญหา AppCloud โดยตรง. การเพิกเฉยต่อความกังวลเหล่านี้และการไม่เสนอทางเลือกในการถอนการติดตั้งที่ง่ายสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับรายได้ที่เกิดจาก adtech partnership มากกว่าการปกป้องสิทธิทางดิจิทัลและความไว้วางใจของลูกค้า โดยเฉพาะในบริบทที่มีความละเอียดอ่อนสูงอย่างภูมิภาค WANA.   

VI. แนวทางการจัดการและการถอนการติดตั้งโบทแวร์ (Comprehensive Mitigation and Removal Strategies)
เนื่องจาก AppCloud ถูกฝังลึกในระบบ การจัดการจึงต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างกันตามระดับความเชี่ยวชาญของผู้ใช้

6.1 ขั้นตอนที่ 1: การจำกัดการทำงานและการปิดใช้งาน (สำหรับผู้ใช้ทั่วไป)
วัตถุประสงค์ของการดำเนินการนี้คือการหยุดยั้งการทำงานในเบื้องหลังของ AppCloud และป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชันติดตั้งซอฟต์แวร์อื่น ๆ เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต. แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ใช่การถอนการติดตั้งที่สมบูรณ์ แต่เป็นการบรรเทาผลกระทบที่รวดเร็วที่สุด   

ขั้นตอนการจำกัดสิทธิ์ (Detailed Steps):

เข้าสู่เมนูแอปพลิเคชัน: ไปที่ Settings > Apps > ค้นหา "AppCloud" หรือ "App Selector". หากไม่พบให้ลองค้นหาผ่านช่องค้นหา   

จำกัดการใช้ข้อมูล: ไปที่ส่วน Mobile Data และปิดการตั้งค่า "Allow background data usage" และจำกัดการใช้ข้อมูลที่ไม่จำกัด (Unrestricted data usage).   

จำกัดสิทธิ์ระบบ: ไปที่ส่วน Permissions และส่วน "Change system settings" รวมถึง "Install unknown apps" และปิดการอนุญาตทั้งหมดเพื่อป้องกันการติดตั้งแอปฯ โดยอัตโนมัติ.   

หยุดการทำงาน: เลือก Force Stop และ Disable แอปพลิเคชัน.   

ข้อจำกัด: การดำเนินการข้างต้นเป็นการปิดใช้งานชั่วคราว. มีรายงานว่า AppCloud สามารถกลับมาทำงานใหม่และแจ้งเตือนอีกครั้งได้หลังจากมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการที่สำคัญ   

6.2 ขั้นตอนที่ 2: การถอนการติดตั้งระดับโปรไฟล์ผู้ใช้ผ่าน ADB (สำหรับผู้ใช้ขั้นสูง)
การใช้ Android Debug Bridge (ADB) เป็นวิธีการที่ถาวรและมีประสิทธิภาพที่สุดในการถอนการติดตั้ง AppCloud ออกจากโปรไฟล์ผู้ใช้หลัก โดยไม่ต้อง Root อุปกรณ์ ซึ่งหมายความว่าการรับประกันอุปกรณ์จะไม่เป็นโมฆะ.   

6.2.1 ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
แม้จะไม่ต้อง Root แต่การใช้ ADB ยังมีความเสี่ยงปานกลาง. การใช้คำสั่ง pm uninstall กับแพ็กเกจระบบที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ฟังก์ชันการทำงานหลักของโทรศัพท์เสียหาย และอาจจำเป็นต้องทำการตั้งค่าโรงงาน (Factory Reset)   

6.2.2 ขั้นตอนทางเทคนิคโดยละเอียด
เปิดใช้งาน USB Debugging: ผู้ใช้ต้องไปที่ Settings > About Phone และเปิดใช้งาน Developer Options โดยการแตะที่ Build Number หลายครั้ง จากนั้นจึงเปิดใช้งาน USB Debugging.   

เชื่อมต่อกับ ADB: เชื่อมต่อโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ และตั้งค่าโหมด USB เป็น File transfer (MTP).   

เข้าสู่ Shell และถอนการติดตั้ง: เปิด Terminal/Command Prompt บนคอมพิวเตอร์และตรวจสอบการเชื่อมต่อ ADB จากนั้นใช้คำสั่งเพื่อถอนการติดตั้งแพ็กเกจ AppCloud:

Bash
adb shell
pm uninstall -k --user 0 com.aura.oobe.samsung
(com.aura.oobe.samsung คือชื่อแพ็กเกจที่ใช้ในการระบุ AppCloud). คำสั่งนี้จะลบแอปพลิเคชันออกจากโปรไฟล์ผู้ใช้หมายเลข 0 (ผู้ใช้หลัก) ทำให้แอปพลิเคชันไม่ปรากฏหรือทำงานอีกต่อไป.   

การที่ผู้ใช้ต้องพึ่งพาเครื่องมือระดับนักพัฒนา เช่น ADB เพื่อควบคุมและลบซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาตั้งแต่ต้น สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบของ Samsung ที่จงใจสร้างอุปสรรคให้กับผู้ใช้ทั่วไปในการควบคุมอุปกรณ์ของตนเอง.   

6.3 ขั้นตอนที่ 3: แนวทางสุดโต่ง (Rooting และ Custom ROMs)
การ Root อุปกรณ์เป็นวิธีเดียวที่จะลบไฟล์และแพ็กเกจของระบบอย่างสมบูรณ์ (Fully remove the AppCloud package). อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อเสียร้ายแรง:   

การรับประกันเป็นโมฆะ (Voiding Warranty): การ Root จะทำให้การรับประกันของผู้ผลิตเป็นโมฆะทันที.   

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: ฟังก์ชันความปลอดภัยที่สำคัญของ Samsung เช่น Knox อาจหยุดทำงาน.   

แนวทางนี้แนะนำเฉพาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่ต้องการประสบการณ์ Android ที่บริสุทธิ์ (De-bloated experience) โดยอาจเปลี่ยนไปใช้ Custom ROMs เช่น LineageOS.   

ตารางที่ 3 สรุปแนวทางเทคนิคในการจัดการ AppCloud

วิธีการ    ระดับความเชี่ยวชาญ    ผลลัพธ์ในการลบ    ความเสี่ยง/ผลกระทบ    การกลับมาหลังอัปเดต
1. การปิดการใช้งานผ่าน Settings    ผู้ใช้ทั่วไป    หยุดการทำงานชั่วคราว/จำกัดสิทธิ์    ต่ำ (ไม่ถาวร)    
อาจกลับมาทำงานใหม่ได้ 

2. การถอนการติดตั้งผ่าน ADB    ผู้ใช้ขั้นสูง    ถอนการติดตั้งสำหรับ User Profile    ปานกลาง (เสี่ยงต่อการลบระบบผิดพลาด)    
ไม่กลับมาใน User Profile แต่ยังคงอยู่ใน System Partition 

3. การ Root Device และการลบระบบ    ผู้เชี่ยวชาญ    ถอนการติดตั้งอย่างสมบูรณ์    สูง (ประกันโมฆะ, Knox หยุดทำงาน)    
ถาวร 

  
VII. บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Conclusion and Policy Recommendations)
7.1 ข้อสรุปเกี่ยวกับความรับผิดชอบของ Samsung
การตัดสินใจของ Samsung ในการติดตั้ง AppCloud ของ ironSource บนอุปกรณ์ Galaxy A และ M Series โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค WANA ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองและมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่สำคัญในความรับผิดชอบทางจริยธรรมของบริษัท. บริษัทได้ประนีประนอมความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าจากการเป็นพันธมิตร adtech. การขาดความโปร่งใสและไม่มีวิธีการถอนการติดตั้งที่ง่ายและปลอดภัยเป็นการกีดกันผู้บริโภคจากการควบคุมอุปกรณ์ของตนเองโดยสมบูรณ์   

7.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับผู้บริโภคและการเลือกซื้ออุปกรณ์
เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิทางดิจิทัลของตนเอง ผู้บริโภคควรดำเนินการเชิงรุก:

การระวังในขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น (OOBE): เมื่อตั้งค่าอุปกรณ์ Samsung ใหม่ ผู้ใช้ควรใช้เวลาในการตรวจสอบและ ยกเลิกการเลือก (Uncheck) แอปพลิเคชันเพิ่มเติมทั้งหมดที่โทรศัพท์แนะนำให้ติดตั้งโดยอัตโนมัติ. นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงโบทแวร์เพิ่มเติม   

พิจารณาซื้อรุ่น Unlocked: ผู้บริโภคควรเลือกซื้อโทรศัพท์ Samsung ในรูปแบบที่ไม่ได้ติดสัญญาเครือข่าย (Unlocked Phone). รุ่น Unlocked มักจะมีโบทแวร์จากผู้ให้บริการเครือข่าย (Carrier-specific bloatware) น้อยกว่า  และอาจได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์เร็วกว่าด้วย.   

การจัดการระยะยาวด้วย ADB: หากมีความกังวลด้านความปลอดภัยสูง ผู้ใช้ที่เข้าใจเทคนิคควรใช้วิธี ADB สำหรับการจัดการซอฟต์แวร์ระบบเพื่อถอนการติดตั้ง AppCloud อย่างถาวรจากโปรไฟล์ผู้ใช้.   

7.3 ข้อเรียกร้องเชิงสิทธิทางดิจิทัล (Advocacy Call to Action)
จำเป็นต้องมีการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลด้านสิทธิทางดิจิทัลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวดขึ้นในระดับสากลและในภูมิภาค WANA โดยเฉพาะ เพื่อบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ (MNCs) ต้อง:

ยุติการฝังซอฟต์แวร์บุคคลที่สามที่เป็นข้อขัดแย้ง: Samsung ควรกำหนดนโยบายที่ห้ามการฝังซอฟต์แวร์ adtech/data harvesting ของบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับลึกของระบบปฏิบัติการ

จัดให้มีกลไกการลบที่ปลอดภัย: Samsung ต้องสร้างกลไกการถอนการติดตั้งสำหรับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งล่วงหน้าทั้งหมดที่ผู้ใช้ไม่ได้ใช้งาน โดยไม่กระทบต่อการรับประกันหรือความสมบูรณ์ของระบบ

การต่อสู้กับ AppCloud ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดเก็บพื้นที่ว่าง แต่เป็นประเด็นสำคัญในการปกป้องสิทธิของผู้ใช้ในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ของตนเองจากภัยคุกคามด้านการเฝ้าระวังที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่แท้จริง. 

 

 

  1. Invasive Israeli-founded bloatware is harvesting data from Samsung users in WANA - SMEX, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://smex.org/invasive-israeli-software-is-harvesting-data-from-samsung-users-in-wana/

  2. Open Letter to Samsung: End Forced Israeli-Founded Bloatware Installations in the WANA Region - SMEX, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://smex.org/open-letter-to-samsung-end-forced-israeli-app-installations-in-the-wana-region/

  3. Digital Rights During the War on Lebanon: November 1, 2024 - SMEX, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://smex.org/digital-rights-during-the-war-on-lebanon-november-1-2024/

  4. Unauthorised tracking via Appcloud? - Page 2 - Samsung Community, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://eu.community.samsung.com/t5/samsung-lounge/unauthorised-tracking-via-appcloud/td-p/13243726/page/2

  5. Privacy Concerns Over Israeli AppCloud on Galaxy Devices - Rewterz, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://rewterz.com/threat-advisory/privacy-concerns-over-israeli-appcloud-on-galaxy-devices

  6. How to uninstall carrier/OEM bloatware without root access - XDA Developers, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.xda-developers.com/uninstall-carrier-oem-bloatware-without-root-access/

  7. The Samsung AppCloud installs unknown applications in my phone and continuously sends notifications. - Reddit, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.reddit.com/r/AndroidQuestions/comments/1gch5ja/the_samsung_appcloud_installs_unknown/

  8. How do I get rid of AppCloud? - Samsung Community, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://eu.community.samsung.com/t5/galaxy-a-series/how-do-i-get-rid-of-appcloud/td-p/7918282

  9. Bloatware and Samsung, How to get rid of them for good | by Athul Krishnan - Medium, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://athul-kris.medium.com/bloatware-and-samsung-how-to-get-rid-of-them-for-good-775a44c73752

  10. What is App Cloud? How do I delete it? | TechFinitive, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.techfinitive.com/explainers/what-is-app-cloud-delete/

  11. 5 Samsung bloatware apps you should delete right now (and never miss) - ZDNET, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.zdnet.com/article/5-samsung-bloatware-apps-you-should-delete-right-now-and-never-miss/

  12. All the preinstalled apps you can safely delete from your Samsung Galaxy phone, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.androidpolice.com/samsung-galaxy-apps-can-be-deleted-smartphone/

  13. What is App Cloud? How to Get Rid of It? (2025 updated) - Golden Owl Solutions, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://goldenowl.asia/blog/what-is-app-cloud-how-to-get-rid-of-it

  14. Appcloud Archives - SMEX, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://smex.org/tag/appcloud/

  15. Appcloud why is this allowed? - Samsung Community, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://eu.community.samsung.com/t5/mobile-apps-services/appcloud-why-is-this-allowed/td-p/9019669

  16. Unlocked vs Carrier Samsung Phones: Is the freedom worth the extra cost? - Smart.DHgate, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://smart.dhgate.com/unlocked-vs-carrier-samsung-phones-is-the-freedom-worth-the-extra-cost/

Carrier or Unlocked? What's better (in your opinion)? : r/GalaxyS24Ultra - Reddit, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025 https://www.reddit.com/r/GalaxyS24Ultra/comments/1c7veiw/carrier_or_unlocked_whats_better_in_your_opinion/

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ชายชาว นอร์เวย์ ถูกจับกุม คุกสามปีจ่อคอหอย สาเหตุเพราะเล่นเกม visual novel Dorei to no Seikatsu ทำเอาชาวเน็ต ที่ชื่นชอบเมะและเกมจากญี่ปุ่น ไม่พอใจ

 


ชายชาว นอร์เวย์ อายุ 24 ปี ถูกจับกุม  โดยมีคุกสามปีจ่อคอหอย   สาเหตุเพราะเล่นเกม  visual novel Dorei to no Seikatsu หรือที่รู้จักในชื่อ Teaching Feeling ทำเอาชาวเน็ต ที่ชื่นชอบเมะและเกมจากญี่ปุ่น ไม่พอใจ อย่างมาก



นี้เป็นภาพตอนพ่อค้าทาส เอานางเอกมาเสนอขายผู้เล่น

ต้นทางรูปภาพ  

(ข่าวนี้เริ่มวันที่ 11-11-2025 ) 

 เกม  visual novel Dorei to no Seikatsu นี้พัฒนาโดย FreakilyCharming ในปี 2015 เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ดูแลทาสสาวที่ได้รับบาดเจ็บทางจิตใจ แม้ว่าเกมนี้จะถือว่าถูกกฎหมายในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ แต่กฎหมายของนอร์เวย์จัดประเภทเกมนี้ว่ามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากมีเนื้อหาแอนิเมชันที่โจ่งแจ้ง 

 

ในเกมผู้เล่น ก็จะมีการดูแลเธอ ซื้อชุดสวยๆ หรือ หาอาหารดีๆให้เธอกิน ดูแลเธอดีๆ และมีฉาก 18+ ตามนั้นแล 


 

ตัวละครในเรื่อง ไม่ใช่เด็ก แต่ ยุโรป ยังมอง สาวไทยอายุ สามสิบ+ เป็นเด็ก ม. ปลายได้ จนไม่ขายเหล้าให้ 
 เอาละ ดังเรื่องที่ว่าตัวละครคล้ายเด็ก ก็แล้วแต่มุมมอง ในแต่ละคนในแต่ละชาติ

 

 ส่วนที่ หลายคน คิดว่ามันไม่ถูกต้อง หรือไม่แฟร์ สรุปได้คร่าวๆดังนี้

1.มันไม่ใช่เด็ก

2.มันไม่ใช่เรื่องจริง ถึงแม้จะเป็นเด็ก

3.การบังคับให้ญี่ปุ่นที่มีการข่มขืนน้อย ทำตามประเทศที่มีการข่มขืนมาก มันไม่เข้าที 

ตัวอย่าง มีมจากชาวเน็ตใต้โพสเรื่องนี้




ฝ่ายที่ คิดว่าถูกต้อง

1.ทำตามกฎหมาย

2.เป็นการอนาจารผู้เยาว์ แม้ไม่ใช่ความจริงก็ตาม

3.ทำให้สังคม และศีลธรรมเสื่อมทราม นำไปสู่การละเมิดผู้เยาว์จริงๆ  


ความเห็นอื่นๆ

1.โทษรุนแรงเกินไป เกินกว่าอาชญากรจริงๆ

2.อาจเป็นสงครามวัตณธรรมระหว่างยุโรป และ ญี่ปุ่น


**** อัพเดต  โทษในเบื้องตน (ศาลแรก ) ที่ได้รับอยู่ที่จำคุก 60 วัน  จากการแชร์ภาพ" (Sharing) จากในเกม  ลุ้นต่อว่าอัยการ จะเอาไงต่อ****








https://poipoi-test.blogspot.com/2025/11/visual-novel-dorei-to-no-seikatsu.html

อ้างอิง

https://www.reddit.com/r/visualnovels/comments/1oun5h3/norwegian_man_arrested_for_playing_dorei_to_no/

https://vocesabianime.com/en/arrested-for-playing-dorei-to-no-seikatsu/


https://x.com/BepDelta/status/1988283346259182034?s=20 

https://www.youtube.com/watch?v=cneGsd8l0vI

https://www.youtube.com/watch?v=NPc88ExEBpo

https://www.facebook.com/senpaisaucesnew/posts/norwegian-man-was-arrested-for-playing-the-japanese-visual-novel-dorei-to-no-sei/122203225820048473/

https://www.facebook.com/AnimeDosePinky/posts/a-24-year-old-man-in-norway-has-been-arrested-for-playing-the-japanese-visual-no/1384735016357405/

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ประเพณีลอยกระทง ยกเลิก vs สืบสาน

ภาพโดย gemini pro

 


เอกสารฉบับเต็ม จะอ่านง่ายกว่า เว้นวรรคถูกต้อง 
https://docs.google.com/document/d/1xJiXFrYUGKyRhNf1iqS_3NgIwtLLbnaMghrLppKnlWI/edit?usp=sharing
 

รายงานจัดทำโดย Gemini pro ผู้ใช้ที่กล่าวถึงคือผมเอง Poipoi
การวิเคราะห์ผลกระทบหลายมิติ (Multi-Dimensional Impact Analysis) เรื่องการยกเลิกประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย:  


บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

รายงานวิเคราะห์ฉบับนี้ทำการประเมินเชิงลึกต่อข้อเรียกร้องให้ยกเลิกประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นถกเถียงในหลายปีหลัง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 1 ผลการวิเคราะห์พบว่า แม้ข้อเรียกร้องดังกล่าวจะมีเจตจำนงที่ดีในการลดผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศทางน้ำ แต่การผลักดันนโยบาย "การยกเลิก" (Cancellation) อาจก่อให้เกิด "ผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ" (Unintended Consequences) ที่มีความรุนแรงและซับซ้อนในหลายมิติ
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติขยะกระทงล่าสุดจากกรุงเทพมหานครในปี 2568 3 ชี้ให้เห็นถึง "ความผิดปกติเชิงนโยบาย" (Policy Anomaly) กล่าวคือ แม้จำนวนกระทงโดยรวมจะลดลง 24% 4 แต่สัดส่วนกระทงโฟมกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 8,270 ใบในปี 2567 เป็น 28,298 ใบในปี 2568 3 สวนทางกับสัดส่วนกระทงวัสดุธรรมชาติที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 5 ปรากฏการณ์นี้ชี้ว่า การรณรงค์เชิงลบที่มุ่งโจมตีทุกทางเลือก (รวมถึงกระทงขนมปังและกระทงธรรมชาติ) 2 อาจผลักดันให้ผู้บริโภคหวนกลับไปใช้วัสดุที่เลวร้ายที่สุดต่อสิ่งแวดล้อมคือโฟม
ในมิติเศรษฐกิจและสังคม การยกเลิกเทศกาลจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economy) คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินสะพัดประมาณ 9.6 ถึง 10 พันล้านบาทต่อปี 8 โดยทำลายวงจรรายได้สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยตานี 10 ผู้ประกอบการงานฝีมือ 11 และร้านค้าชุมชนในงาน 12
ในมิติภูมิรัฐศาสตร์และ Soft Power ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกเกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่ "ละเอียดอ่อน" (Sensitive) อย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลไทยกำลังอยู่ในกระบวนการผลักดัน "ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย" (Loy Krathong tradition in Thailand) 13 เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (ICH) ของ UNESCO 13 การถกเถียงเชิงลบภายในประเทศจึงเป็นการบ่อนทำลายความชอบธรรม (Legitimacy) ของยุทธศาสตร์ Soft Power ระดับชาติ และอาจ "เข้าทาง" คู่แข่งทางวัฒนธรรมที่พยายามอ้างสิทธิ์ในเทศกาลนี้ 15
การวิเคราะห์กระทงทางเลือกพบว่า "ไม่มีทางเลือกใดที่สมบูรณ์แบบ" 2 กระทงน้ำแข็งช่วยแก้ปัญหาขยะปลายทาง แต่มีแนวโน้มสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต (Upstream Carbon) สูงกว่ากระทงใบตอง 16 ในขณะที่เทคโนโลยีอย่าง AI หรือเลเซอร์ 18 สามารถเป็น "ส่วนเสริม" (Addition) เพื่อทดแทนพลุ แต่ไม่สามารถ "ทดแทน" (Replacement) แก่นแท้ของพิธีกรรมส่วนบุคคลได้
ดังนั้น รายงานนี้จึงสรุปว่า ทางออกที่เหมาะสมที่สุดมิใช่ "การยกเลิก" แต่เป็น "การจัดการอย่างเข้มงวด" (Managed Mitigation) ผ่านการผสมผสานนโยบาย 3 ด้าน: 1) การควบคุมพื้นที่ (Zoning Policy) โดยจำกัดการลอยในพื้นที่ปิดที่กำหนด 7 2) การควบคุมวัสดุ (Material Policy) โดยการห้ามใช้โฟมและขนมปังในระบบปิดอย่างเด็ดขาด 7 และ 3) การสร้างคุณค่าใหม่ (Rebranding) โดยเชื่อมโยงประเพณีเข้ากับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืน


บทนำ: การปะทะกันของกระบวนทัศน์ (A Clash of Paradigms)


ประเด็นการถกเถียงว่าด้วยการจัดงานประเพณีลอยกระทงที่วนกลับมาทุกปีในรอบ10ปีหลัง ในสังคมไทย (ตามข้อสังเกตของผู้ใช้) สะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันอย่างชัดเจนระหว่างสองกระบวนทัศน์หลักที่กำลังขับเคลื่อนสังคมร่วมสมัย ได้แก่ กระบวนทัศน์ "การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเชิงสัมบูรณ์" (Environmental Absolutism) และกระบวนทัศน์ "การอนุรักษ์วัฒนธรรมเชิงพลวัต" (Dynamic Cultural Preservation)
กระบวนทัศน์แรก ซึ่งมักถูกระบุว่าเป็นข้อเรียกร้องจาก "ฝ่ายซ้าย" หรือกลุ่มรณรงค์เพื่อความก้าวหน้า (Progressive movement) 20 มุ่งเน้นการประเมินผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นตัวตั้ง 1 โดยมีข้อโต้แย้งว่าประเพณีที่สวยงามในอดีตได้กลายมาเป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศในปัจจุบัน 21 และสร้างภาระขยะจำนวนมหาศาล 7 ภายใต้กรอบคิดนี้ ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน หรือแม้กระทั่ง "ยกเลิก" ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อส่วนรวมในยุคปัจจุบัน 21 ในประเด็นนี้ ผู้ใช้ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การมุ่งโจมตีประเพณีวัฒนธรรมไทยในลักษณะนี้ อาจสะท้อนถึง "อคติ" (Bias) ในขณะที่ปัญหาการก่อมลพิษที่หนักหน่วงกว่า กลับไม่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในระดับเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชี้ว่าหนึ่งในดัชนีหลักที่ทำให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเสื่อมโทรมมาก คือการปนเปื้อนของ "แบคทีเรียกลุ่มฟิคอลโคลิฟอร์ม" (Fecal Coliform Bacteria)
ในทางกลับกัน กระบวนทัศน์ที่สอง ซึ่งมักได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายอนุรักษ์วัฒนธรรมและหน่วยงานภาครัฐ 22 มุ่งเน้นการสืบสานคุณค่าดั้งเดิมของประเพณี ไม่ว่าจะเป็นการขอขมาพระแม่คงคา 24 การสร้างความสามัคคีในชุมชน 23 ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากประเพณีในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและยุทธศาสตร์ Soft Power 8 จุดยืนของภาครัฐในปัจจุบันมีความชัดเจน โดยนายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกการจัดงานประเพณีลอยกระทง 25
วัตถุประสงค์ของรายงานฉบับนี้ คือการวิเคราะห์ข้อโต้แย้งของทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นกลางและรอบด้าน ผ่านกรอบการวิเคราะห์ 7 มิติที่ผู้ใช้กำหนด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการยกเลิกประเพณี และเพื่อสังเคราะห์หาจุดสมดุลเชิงนโยบาย (Policy Equilibrium) ที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งคุณค่าทางวัฒนธรรมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนที่ 1: มิติด้านสิ่งแวดล้อม – การประเมินผลกระทบและทางเลือกในการจัดการ


ข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นหัวใจหลักของข้อเรียกร้องให้ยกเลิกประเพณีลอยกระทง 1 อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเผยให้เห็นความซับซ้อนของปัญหาที่มากกว่าแค่ "ปริมาณขยะ"

1.1 การวิเคราะห์สเกลของปัญหา: ขยะกระทงเทียบกับขยะรายวัน

ข้อโต้แย้งสำคัญประการหนึ่งจากฝ่ายที่สนับสนุนการจัดงาน คือการเปรียบเทียบปริมาณขยะกระทงกับปริมาณขยะมหาศาลที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (ตามประเด็นของผู้ใช้ 1.2) การวิเคราะห์ข้อมูลสนับสนุนข้อโต้แย้งนี้ในระดับหนึ่ง
ขยะรายวัน: ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในอดีต ระบุว่าคนไทยหนึ่งคนสร้างขยะโดยเฉลี่ย 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน 27 ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ประมาณ 8,500 ถึง 9,000 ตันต่อวัน 28 แม้ข้อมูลบางแหล่งอาจระบุว่าคน กทม. สร้างขยะสูงถึง 2.2 กิโลกรัมต่อวัน 30 หรือประมาณ 1.0 กิโลกรัมต่อวัน 29
ขยะกระทง: ในเทศกาลลอยกระทงปี 2568 กรุงเทพมหานครสามารถจัดเก็บกระทงได้จำนวน 391,027 ใบ 3 หากประเมินน้ำหนักเฉลี่ยของกระทงที่ 0.5 กิโลกรัมต่อใบ (ซึ่งรวมกระทงขนมปังและกระทงใบตองขนาดใหญ่) ปริมาณขยะกระทงทั้งหมดใน กทม. จะอยู่ที่ประมาณ 195.5 ตัน
เมื่อเปรียบเทียบกัน ขยะกระทงประมาณ 195.5 ตัน คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 2.17% ของปริมาณขยะที่ กทม. ผลิตขึ้นใน วันเดียว (ที่ฐานประมาณ 9,000 ตัน)
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ "ปริมาณ" สุทธิ แต่อยู่ที่ "ความสามารถในการจัดการ" (Manageability) ขยะกระทงเป็นขยะที่เกิดขึ้นในวันเดียวและมีพื้นที่จำกัด (Event-based Waste) ทำให้ กทม. สามารถวางแผนปฏิบัติการจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 กทม. ระบุว่าสามารถจัดเก็บกระทงใน 110 แห่งทั่วกรุงเทพฯ 4 และปฏิบัติงานแล้วเสร็จภายในเวลา 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น 4 ซึ่งยืนยันข้อสังเกตของผู้ใช้ที่ว่า "การลอยกระทงที่มีวันแน่นอน ทำให้ทาง กทม. จัดเก็บได้ง่าย" ประเด็นนี้จึงนำไปสู่ข้อสรุปที่สำคัญ (ตามข้อสังเกตของผู้ใช้) ว่า หากมีการควบคุมให้ใช้วัสดุธรรมชาติ 100% (Natural Materials) 5 ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงของ กทม. (High-Efficiency Management) 31 ซึ่งสามารถจัดเก็บกระทงได้เกือบทั้งหมด (เช่น 99.5%) ผลกระทบสุทธิต่อแม่น้ำลำคลองก็จะอยู่ในระดับที่ "แทบไม่มีนัยสำคัญ" (Near-Zero Impact) 5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงไม่ได้อยู่ที่ "แก่น" ของประเพณี แต่อยู่ที่ "การจัดการ" และ "การเลือกใช้วัสดุ" ที่ผิดพลาด (เช่น โฟม หรือ ขนมปังในระบบปิด) 7

1.2 ความผิดปกติของสถิติปี 2568: ผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจของการรณรงค์?

แม้ว่าภาพรวมขยะกระทงจะจัดการได้ แต่เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มสถิติการจัดเก็บขยะกระทงใน กทม. กลับพบความผิดปกติที่น่ากังวลในปี 2568 ซึ่งอาจเป็นผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ (Unintended Consequence) ของการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา
แนวโน้มโดยรวมดูเป็นบวก: จำนวนกระทงรวมในปี 2568 (391,027 ใบ) ลดลงถึง 24% จากปี 2567 (514,590 ใบ) 4 และถือเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี 3 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ "หนึ่งครอบครัว หนึ่งกระทง" 1 และการเปลี่ยนไปลอยกระทงออนไลน์ (ในปี 2568 มีจำนวน 23,347 ใบ) 4
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกไปที่ "ประเภท" ของวัสดุ กลับพบแนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่ง:
กระทงวัสดุธรรมชาติ (ใบตอง/กาบกล้วย): สัดส่วนลดลงอย่างมาก จากที่เคยสูงถึง 98.39% ในปี 2567 5 กลับลดลงเหลือเพียง 82.76% ในปี 2568 5
กระทงโฟม: เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 8,270 ใบ ในปี 2567 พุ่งสูงขึ้นเป็น 28,298 ใบ ในปี 2568 (เพิ่มขึ้นกว่า 3.4 เท่า) 3
กระทงขนมปัง: ยังคงมีสัดส่วนที่สูงถึง 10.01% (จำนวน 39,103 ใบ) 3
ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ผ่าน "ห่วงโซ่เหตุผล" (Causal Chain) ดังนี้:
ขั้นที่ 1: ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐ (คพ.) 7 และกลุ่มสิ่งแวดล้อม 34 ได้รณรงค์อย่างหนักว่า "กระทงขนมปัง" เป็นผู้ร้ายตัวจริง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำปิด (เช่น สระในสวนสาธารณะ) เนื่องจากมีสารอินทรีย์สูง ทำให้ "น้ำเน่าเสียได้ง่าย" 1
ขั้นที่ 2: ในเวลาต่อมา การรณรงค์ได้ขยายผลไปสู่การตั้งคำถามว่า "กระทงรักษ์โลกอาจไม่มีจริง" 2 โดยชี้ว่าแม้แต่กระทงวัสดุธรรมชาติก็ยังคงเป็น "ขยะ" 6 และมีอันตรายแฝงเร้น เช่น "ตะปู" หรือ "ลวดเย็บ" ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ 2 และเจ้าหน้าที่จัดเก็บ 33
ขั้นที่ 3: ผู้บริโภคทั่วไปได้รับสาร (Message) ที่สับสนว่า "ขนมปัง = ไม่ดี (น้ำเน่า)" และ "ธรรมชาติ = ก็ยังไม่ดี (ขยะ/ตะปู)"
ขั้นที่ 4: เมื่อเผชิญกับแรงกดดันทางสังคมและความสับสนในการเลือกวัสดุ ประกอบกับปัจจัยด้านราคาและความสะดวก ผู้บริโภคบางส่วน (โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีงบประมาณจำกัด) จึงเลือกย้อนกลับไปใช้วัสดุที่หาซื้อง่าย ราคาถูก และเคยชิน นั่นคือ "โฟม"
สถิติปี 2568 3 จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นสำคัญที่ชี้ว่า "การรณรงค์เชิงลบ" (Negative Campaign) ที่มุ่งโจมตีทุกทางเลือก อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด (Worst-Case Scenario) คือการหวนคืนของโฟม ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายไม่ได้ 1 และมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงที่สุด 16
ตารางที่ 1: สถิติการจัดเก็บขยะกระทงในกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2566 – 2568)
ปี
จำนวนกระทงรวม (ใบ)
% เปลี่ยนแปลง (YoY)
วัสดุธรรมชาติ (%)
โฟม (ใบ)
ขนมปัง (%)
2566
639,828
(อ้างอิง)
96.74%
20,877
(ไม่ระบุชัดเจน)
2567
514,590
-19.6%
98.39%
8,270
(ไม่ระบุชัดเจน)
2568
391,027
-24.0%
82.76%
28,298
10.01%

ที่มา: สังเคราะห์ข้อมูลจาก 3

1.3 การประเมินข้อเสนอเชิงนโยบาย: โมเดลการจัดการในพื้นที่ปิด (Designated Areas)

จากปัญหาดังกล่าว ผู้ใช้ได้เสนอแนวทางเชิงนโยบาย (User's Point 1.1) คือ "สนับสนุนกระทงใบตอง... และยอมเสียค่าลอยกระทงในพื้นที่ที่รัฐจัดให้... เช่น 100 บาท เอาไปเป็นค่าเก็บกระทง... และที่เหลือเอาไปบริจาคเพื่อสิ่งแวดล้อม"
การวิเคราะห์เชิงนโยบายพบว่าข้อเสนอนี้มีความเป็นไปได้สูงและสอดคล้องกับหลักการสากล:
หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle): ข้อเสนอนี้คือการนำ "ต้นทุนภายนอก" (Externalities) ซึ่งคือค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กลับเข้ามาในราคาของกิจกรรม (Internalization) ผู้ที่ต้องการลอยกระทงจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการผลกระทบที่ตนก่อขึ้น
สอดคล้องกับแนวทางของภาครัฐ: กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รณรงค์ให้ประชาชน "ลอยกระทงในบริเวณที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดเตรียมไว้ให้" เช่น สระน้ำในวัดหรือสวนสาธารณะ เพื่อให้ "ง่ายต่อการจัดเก็บและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี" 1 กทม. เองก็มีแผนปฏิบัติงานชัดเจนใน 110 แห่งที่กำหนด 4 ข้อเสนอเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมจะเป็นเครื่องมือทางการคลัง (Fiscal Tool) ที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานนี้
กรณีศึกษาเปรียบเทียบ (Market-Based Solution): แนวคิดนี้มีอยู่แล้วในภาคเอกชน ตัวอย่างคือ "กระทงรักษ์โลก WON PHEN" 36 ซึ่งเป็นกระทงที่ผลิตจากวัสดุขยะ Upcycled (เก็บจากคลองลาดพร้าว) 36 และออกแบบมาเพื่อ "ใช้ซ้ำ" (Reusable) โดยมีโมเดลการลอยใน "ระบบปิด" (Closed System) ที่ผู้จัดงานสามารถเก็บกระทงขึ้นมาใช้ซ้ำได้ทุกปี 36 ที่สำคัญคือ รายได้ส่วนหนึ่งจากกระทงนี้จะถูกส่งต่อให้ "มูลนิธิ TerraCycle Thai Foundation" 36
ข้อเสนอของผู้ใช้ 36 ซึ่งเป็น "มาตรการภาครัฐ" จึงมีเป้าหมายเดียวกับ "โมเดล WON PHEN" 36 ซึ่งเป็น "กลไกตลาด" กล่าวคือ ทั้งสองโมเดลพยายามสร้าง "ระบบปิด" (Closed-Loop) เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสอดคล้องกับแนวทางการจัดการเทศกาลอย่างยั่งยืน 37

1.4 การวิเคราะห์วัฏจักรคาร์บอนของกระทงใบตอง (Carbon Cycle Analysis)

ผู้ใช้ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า "ต้นกล้วย ดูดซับคาร์บอนได้ การปลูก และเอามาทำกระทง และเมื่อลอยไปติดตาข่าย แล้ว นำมาฝังกลับเป็นปุ๋ย นี้ เป็นการลดคาร์บอนรูปแบบหนึ่งไหม"
การวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นถึงแนวคิด "เศรษฐกิจหมุนเวียน" (Circular Economy) ในประเพณีดั้งเดิม:
การดูดซับคาร์บอน (Uptake): ในขั้นตอนการเติบโต ต้นกล้วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ (เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์)
การแปรรูป (Processing): ดังที่ระบุใน ส่วนที่ 6.1 กระทงใบตองมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต (CF) ต่ำที่สุด 16
การจัดการปลายทาง (End-of-Life): ข้อมูลจาก กทม. ยืนยันว่ามีการนำกระทงวัสดุธรรมชาติไปจัดการต่ออย่างเป็นระบบ โดย "กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติจะนำไปบดย่อยและส่งต่อยังโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์หนองแขม" 5
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ "กระบวนการ" ย่อยสลาย หากการย่อยสลายนั้นเกิดขึ้นในสภาวะไร้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion) (เช่น การจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน หรือการฝังกลบที่ไม่ถูกต้อง) กากใยจากพืชตระกูลกล้วยมีศักยภาพในการปล่อยก๊าซมีเทน (CH4) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรง
ดังนั้น ข้อเสนอนี้จะเป็น "การลดคาร์บอน" (Carbon Reduction) ที่สมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อ กทม. สามารถรวบรวมและนำไป "ผลิตปุ๋ยอินทรีย์" 5 (ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีออกซิเจน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของ "การจัดการในพื้นที่ปิด" (Managed Mitigation) ที่กล่าวไปในส่วนที่ 1.3

ส่วนที่ 2: มิติด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา


การรณรงค์ที่มุ่งเน้นมิติด้านสิ่งแวดล้อมเพียงด้านเดียว มักจะละเลยหรือประเมินคุณค่าด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ฝังลึกอยู่ในประเพณีต่ำเกินไป

2.1 คุณค่าในฐานะมรดกที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage)

แก่นแท้ดั้งเดิมของประเพณีลอยกระทง ไม่ใช่การทิ้งขยะ แต่เป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยมีคุณค่าแฝงในหลายมิติ:
มิติเชิงจิตวิญญาณ: คือการ "ขอขมาพระแม่คงคา" 24 ซึ่งเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงคุณค่าของ "น้ำ" ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต 24
มิติทางสังคม: ประเพณีเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริง 22 และเป็นกลไกในการ "สร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน" 23 ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การร่วมกันคิดประดิษฐ์กระทง 23 หรือการพบปะสังสรรค์ในคืนวันเพ็ญ 39
มิติทางศาสนา: ในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือ การลอยกระทงยังเชื่อมโยงกับการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า และการทำบุญให้ทาน 23

2.2 คุณค่าในฐานะมรดกที่จับต้องได้ (Tangible Heritage): "งานฝีมือ"

นอกเหนือจากคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) ประเพณีนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการสืบทอด "งานฝีมือ" (Tangible Heritage) (ตามประเด็นของผู้ใช้ 2)
กระบวนการทำ "กระทงใบตอง" ไม่ใช่เป็นเพียงการผลิตภาชนะ แต่เป็น "การส่งเสริมและสืบทอดศิลปกรรมด้านช่างฝีมือ" 23 ซึ่งต้องอาศัยภูมิปัญญาเฉพาะทาง ตั้งแต่การเลือกวัสดุ (เช่น การเลือกต้นกล้วยหรือใบตองตานี) 40 ไปจนถึงเทคนิคการพับกลีบ การจับจีบ และการประกอบร่าง 40
นอกจากนี้ ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ไม่ได้มีเพียงกระทงใบตองแบบภาคกลาง แต่ยังรวมถึงประเพณี "ยี่เป็ง" (การปล่อยโคมลอย) ในภาคเหนือ 39 และในอดีตยังมี "สะเปา" (Sapao) หรือเรือสำเภาขนาดเล็กของชาวล้านนา 41
การรณรงค์ให้ "ยกเลิก" หรือการผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้ "กระทงออนไลน์" 1 เพียงอย่างเดียว จะเป็นการตัดวงจรการสืบทอด "งานฝีมือ" 40 นี้ออกจากรากฐานของประเพณี นโยบายที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องหาทาง "แยกส่วน" (Decoupling) ระหว่าง "การอนุรักษ์งานฝีมือ" (ซึ่งควรส่งเสริม) ออกจาก "การก่อมลพิษ" (ซึ่งต้องจัดการ)

ส่วนที่ 3: มิติด้านการเมืองและความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์


ประเด็นการยกเลิกลอยกระทงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถกเถียงภายในประเทศ แต่ยังมีความเชื่อมโยงที่ละเอียดอ่อนกับมิติด้านการเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันทางวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค

3.1 ข้อกังวลเรื่องการแข่งขันทางวัฒนธรรมกับกัมพูชา

ผู้ใช้ได้ตั้งข้อสังเกต (User Point 3) ว่า "ถ้ายกเลิกไป จะเข้าทาง ประเทศกัมพูชา เพราะ นักท่องเที่ยว ต้องไปลอยที่กัมพูชาแทน" ข้อกังวลนี้ตั้งอยู่บนฐานของการแข่งขันทางวัฒนธรรม (Cultural Rivalry) เพื่อแย่งชิงการรับรู้และความสนใจจากนักท่องเที่ยว 42
ในการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง พบว่าประเทศกัมพูชามีเทศกาล "Bon Om Touk" (เทศกาลน้ำ) 43 ซึ่งแหล่งข้อมูลสากล (Wikipedia) ระบุว่า "เกี่ยวข้อง" (Related to) กับประเพณีลอยกระทงของไทย 43 เช่นเดียวกับเทศกาลที่คล้ายคลึงกันในลาว (Boun That Luang) พม่า (Tazaungdaing) และศรีลังกา (Il Poya) 43 อย่างไรก็ตาม เทศกาลเหล่านี้ ไม่ใช่ เทศกาลเดียวกัน 43 และมีข้อมูลเชิงวิชาการที่โต้แย้งว่าประเพณีลอยกระทงในรูปแบบที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์นั้น ไม่มีอยู่จริงในยุคโบราณ 15

3.2 การเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ Soft Power และ UNESCO

ความละเอียดอ่อนของประเด็นนี้ทวีคูณขึ้นเมื่อพิจารณาในบริบทของยุทธศาสตร์ชาติในปัจจุบัน การเชื่อมโยงระหว่างข้อกังวลของผู้ใช้ (Point 3) และประเด็น Soft Power (Point 6) เผยให้เห็นความทับซ้อนเชิงนโยบายที่สำคัญ:
ยุทธศาสตร์ชาติ: ในปัจจุบัน รัฐบาลไทยกำลังดำเนินนโยบาย Soft Power อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายคือการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ 14
การเสนอชื่อต่อ UNESCO: ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นี้ คือการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 13 ให้กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ "ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย" (Loy Krathong tradition in Thailand) 13 ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage - ICH) ต่อ UNESCO 13
ความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์: การที่ "ภายในประเทศ" มีกลุ่มคนที่เรียกร้องให้ "ยกเลิก" ประเพณีนี้ 1 ในขณะที่ "ภาครัฐ" กำลังพยายามเสนอให้ UNESCO ประกาศยกย่องประเพณีนี้เป็น "มรดกโลก" 13 ได้สร้างสภาวะ "ความสับสนเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Dissonance)
ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกประเพณีลอยกระทง (แม้ด้วยเจตนาดีต่อสิ่งแวดล้อม) จึงเกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่ "ละเอียดอ่อน" (Sensitive) อย่างยิ่ง การที่คนไทยกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้ยกเลิกมรดกของตนเอง 1 ถือเป็นการบ่อนทำลายความชอบธรรม (Legitimacy) ของการเสนอชื่อต่อ UNESCO 13 และ "เข้าทาง" (ตามที่ผู้ใช้ระบุ) คู่แข่งทางวัฒนธรรม 15 ที่พยายามอ้างสิทธิ์ในเทศกาลนี้ การถกเถียงนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมภายใน แต่ได้กลายเป็นประเด็นความมั่นคงทางวัฒนธรรม (Cultural Security) ในเวทีระหว่างประเทศ

3.3 การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง: ผลกระทบทางการเมืองภายในหากมีการ "ยกเลิก"

ผู้ใช้ได้ตั้งประเด็นวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า หากมีการ "ยกเลิกวันลอยกระทงสำเร็จ" ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งสามารถวิเคราะห์เป็น 2 สถานการณ์จำลอง ดังนี้:
สถานการณ์จำลองที่ 1: ภาครัฐสั่งห้ามเด็ดขาด (Total Prohibition)
ในสถานการณ์นี้ ภาครัฐจะต้องออกกฎหมายให้ "การลอยกระทงถือว่าผิดกฎหมายอาญา" และห้ามจัดงานโดยเด็ดขาด การดำเนินการเช่นนี้มีความซับซ้อนทางกฎหมายสูง (ตามข้อสังเกตของผู้ใช้) เนื่องจากรัฐธรรมนูญไทยให้การรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และตระหนักว่า "ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม" เป็นส่วนสำคัญในการยึดโยงสังคม การสั่งห้ามประเพณีที่มีรากฐานทางความเชื่อและศาสนา 23 อาจถูกตีความว่าเป็นการ "จำกัดเสรีภาพ" ของประชาชน
แนวทางของภาครัฐในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่ "การกำกับดูแล" (Regulation) มากกว่า "การห้าม" (Prohibition) เช่น การห้ามจุดพลุ, การห้ามปล่อยโคมในเขตการบิน, และการห้ามจำหน่ายสุราในพื้นที่จัดงาน
สถานการณ์จำลองที่ 2: ภาครัฐไม่สนับสนุน แต่เอกชนยังคงจัด (Passive Ban & Privatization)
ในสถานการณ์นี้ ภาครัฐ "ไม่จัดไม่สนับสนุน" แต่ยังคงปล่อยให้ภาคเอกชนหรือชุมชนจัดกันเอง โดยอ้างอิง "เสรีภาพในการนับถือศาสนา และความเชื่อ" สถานการณ์นี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะนำไปสู่ "ความขัดแย้งทางสังคม" (Social Conflict)
ดังที่ผู้ใช้คาดการณ์ว่า "ก็จะมีฝ่ายซ้ายมารบกวน" หรือกลุ่ม NGO เข้ามาประท้วง ข้อมูลในปัจจุบันสนับสนุนว่ากลุ่มภาคประชาสังคม (NGOs) ในไทยมีความเคลื่อนไหวในประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มแข็ง และมักใช้วิธีการประท้วงเชิงสัญลักษณ์หรือการเผชิญหน้าเพื่อคัดค้านโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (เช่น การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือเหมืองแร่)
การยกเลิกโดยภาครัฐจึงอาจไม่ได้ทำให้ประเพณีหายไป แต่จะเป็นการ "ผลักภาระการปะทะ" (Shifting the Conflict) จากรัฐ-ประชาชน ไปเป็น ประชาชน-ประชาชน หรือ NGO-ผู้จัดงานเอกชน ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในพื้นที่จัดงาน

ส่วนที่ 4: มิติด้านเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจฐานราก


การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการยกเลิกเทศกาล ต้องพิจารณาทั้งในระดับมหภาค (เศรษฐกิจการท่องเที่ยว) และระดับจุลภาค (เศรษฐกิจฐานราก)

4.1 ผลกระทบระดับมหภาค (Macro-Economic Impact)

เทศกาลลอยกระทงเป็นหนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่สำคัญ สร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจระดับ "หมื่นล้านบาท" 8
ปี 2566: ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าเทศกาลลอยกระทงสร้างเม็ดเงินสะพัด 10,000 ล้านบาท ขยายตัว 3.3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นในรอบ 8 ปี 8 สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังสถานการณ์โควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยว 8
ปี 2568: อย่างไรก็ตาม มูลค่าเศรษฐกิจนี้มีความเปราะบางสูง โดยศูนย์พยากรณ์ฯ คาดการณ์ว่าในปี 2568 เม็ดเงินสะพัดจะลดลงเหลือ 9,677 ล้านบาท (หดตัว 6.5% จากปีก่อน) 9 ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่ "ต่ำสุดในรอบ 10 ปี" 9
เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจัยลบที่ทำให้เม็ดเงินหดตัวในปี 2568 นั้น ไม่ได้ เกิดจากการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมแวดล้อม ได้แก่: 1) การอยู่ในช่วงไว้อาลัยและโศกเศร้า (ซึ่งทำให้ผู้ตอบแบบสำรวจ 47.5% เลือกที่จะไม่ไปลอยกระทง) 9 2) ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีและปัญหาหนี้ครัวเรือน (15.9% และ 12.9% ตามลำดับ) 9 และ 3) ราคาสินค้าแพง (เงินเฟ้อ) 9
ตารางที่ 2: การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคของเทศกาลลอยกระทง (พ.ศ. 2566-2568)

ปี
คาดการณ์เม็ดเงินสะพัด (พันล้านบาท)
อัตราการเติบโต (YoY)
ปัจจัยสนับสนุน / ปัจจัยลบ
2566
10.0
+3.3%
(สนับสนุน) ฟื้นตัวจากโควิด-19, นักท่องเที่ยวกลับมา 8
2568
9.677
-6.5%
(ลบ) ภาวะการไว้ทุกข์, เศรษฐกิจไม่ดี/หนี้สูง, ราคาสินค้าแพง 9

ที่มา: สังเคราะห์ข้อมูลจาก 8

4.2 ผลกระทบระดับจุลภาค (Micro-Economic Impact)

นอกเหนือจากตัวเลขมหภาค การยกเลิกเทศกาลจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "เศรษฐกิจฐานราก" (Grassroots Economy) และ "เศรษฐกิจนอกระบบ" (Informal Economy) ซึ่งเป็นกลุ่มคนสำคัญที่ผู้ใช้ได้ระบุไว้ (User Point 4 & 5)
เกษตรกร (User Point 4): ผู้ใช้ระบุถึง "รายได้ของเกษตรกร ผู้ปลูกกล้วย" ประเด็นนี้ได้รับการยืนยันจากกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งระบุว่า "ใบตองกล้วยตานี" เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่กรมฯ "ผลักดัน" เพื่อ "เพิ่มรายได้" ให้กับเกษตรกรในช่วงเทศกาลลอยกระทงโดยเฉพาะ 10 การยกเลิกเทศกาลหรือการเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่น (เช่น น้ำแข็ง หรือออนไลน์) จะทำลายห่วงโซ่อุปทานนี้โดยตรง
งานฝีมือ (User Point 4): การประดิษฐ์กระทงจำหน่าย (ราคาตั้งแต่ 30-100 บาท) 45 ถือเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้สำคัญในช่วงเทศกาล 11 โดยเฉพาะกระทงจากวัสดุธรรมชาติ
เศรษฐกิจในงาน (Event Economy) (User Point 5): เทศกาลกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับชุมชน 9 ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่ากระทง แต่รวมถึง "ร้านค้าอื่นๆ" (ตามที่ผู้ใช้ระบุ) ได้แก่ อาหารสตรีทฟู้ด (ลูกชิ้น, ของทอด) 12, เครื่องดื่ม 45, ของเล่นเด็ก (ลูกโป่ง, ตุ๊กตา) 12, และสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ 46
การยกเลิกเทศกาลจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกร 10 ซึ่งขัดแย้งกับเป้าหมายการกระจายรายได้และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

ส่วนที่ 5: มิติเชิงยุทธศาสตร์ Soft Power


มิตินี้มีความทับซ้อนกับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในส่วนที่ 3 แต่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างแบรนด์ประเทศและการรับรู้ในระดับสากล (User Point 6)

5.1 ลอยกระทงในฐานะยุทธศาสตร์ชาติ (National Strategy)

ข้อสังเกตของผู้ใช้ที่ว่า "คนทั้งโลกพูดถึงลอยกระทง ก็ต้องพูดถืงประเทศไทย" คือแก่นแท้ของนิยาม Soft Power ซึ่งในปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้ยกระดับแนวคิดนี้ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นทางการ
หลักฐานเชิงนโยบายที่ชัดเจนที่สุดคือการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เสนอ "ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย" (Loy Krathong tradition in Thailand) 13 ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (ICH) ของ UNESCO 13
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมระบุอย่างชัดเจนว่า นี่คือ "ก้าวสำคัญในการส่งเสริม Soft Power ของไทย" (a crucial step in enhancing Thailand's soft power) 13 โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม" (encourage cultural conservation), "สร้างความภาคภูมิใจในชาติ" (foster national pride) และ "สร้างภาพลักษณ์และอิทธิพลของไทยในระดับโลก" (enhance Thailand's global image and influence) 14 นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเพื่อ "สร้างประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก" 13

5.2 การรับรู้ในระดับสากล (International Recognition)

ในเวทีโลก ประเพณีลอยกระทง (โดยเฉพาะภาพเทศกาลยี่เป็งที่เชียงใหม่ 47) ได้รับการยอมรับและถูกนำเสนอในสื่อต่างชาติว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ "มีเสน่ห์" (enchanting) 49 และ "โรแมนติกที่สุดในโลก" (one of the world's most romantic festivals) 48
ภาพลักษณ์ของเทศกาลนี้ถูกผลิตซ้ำผ่านผลงานศิลปะ ภาพวาด และภาพถ่ายโดยศิลปินต่างชาติจำนวนมาก 50 ซึ่งช่วยตอกย้ำการรับรู้ในระดับสากลว่า "ลอยกระทง = ประเทศไทย" 34
ดังที่กล่าวไปในส่วนที่ 3 การที่รัฐบาลกำลังทุ่มสรรพกำลังเพื่อผลักดันการขึ้นทะเบียน UNESCO 13 ในขณะที่กลุ่มคนในประเทศกลับเรียกร้องให้ยกเลิก 1 ได้สร้างสภาวะ "ความสับสนเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Dissonance) การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่ลดทอนพลังของ Soft Power ไทย แต่ยังสร้างความงุนงงให้กับนักท่องเที่ยว ชุมชนโลก และองค์กรระหว่างประเทศ 14 ว่าเหตุใดประเทศไทยจึงต้องการยกเลิกมรดกที่ตนกำลังเสนอให้โลกยกย่อง

ส่วนที่ 6: การวิเคราะห์ทางเลือกและการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน


ในการแสวงหาจุดสมดุลระหว่างประเพณีและสิ่งแวดล้อม ได้มีการเสนอ "กระทงทางเลือก" และ "เทคโนโลยีทดแทน" ขึ้นมา (User's Additional Point) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านเช่นกัน

6.1 การวิเคราะห์เปรียบเทียบ "กระทงทางเลือก" (กระทงน้ำแข็ง)

กระทงน้ำแข็ง 1 ถูกนำเสนอในฐานะทางเลือกที่ "รักษ์โลก" ที่สุด เพราะเมื่อละลายแล้วจะไม่ทิ้ง "ขยะ" หรือ "สารอินทรีย์" ไว้ในแหล่งน้ำ 1 ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการเน่าเสียที่เกิดจากกระทงขนมปัง 7 ได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์วัฏจักรชีวิต (Life Cycle Analysis) โดยเฉพาะ "คาร์บอนฟุตพริ้นท์" (Carbon Footprint - CF) ของการผลิต เผยให้เห็นต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่:
ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CF) (จาก TGO): องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ได้ประเมินค่า CF (เฉพาะวัสดุ) พบว่า 16:
โฟม: $6,260 gCO_2e/kg$ (แย่ที่สุด)
ขนมปัง: $540 gCO_2e/kg$
กระทงใบตอง/ต้นกล้วย: $170 gCO_2e/kg$ (ดีที่สุด)
การวิเคราะห์กระทงน้ำแข็ง: แม้จะไม่มีข้อมูล CF ของ "น้ำแข็งก้อน" โดยตรง แต่สามารถใช้ข้อมูลตัวแทน (Proxy) จาก "การผลิตไอศกรีม" (Artisanal Ice Cream Production) 17 ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในกระบวนการแช่แข็ง (Pasteurization, Homogenization, Ripening) 17
ข้อมูล CF จาก Proxy: การผลิตไอศกรีมมีค่า CF อยู่ที่ประมาณ $234 - 385 gCO_2e/kg$ 17
การเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นว่า: กระทงน้ำแข็ง (ประมาณ 234+ $gCO_2e/kg$) มีแนวโน้มที่จะปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต (Upstream Carbon) สูงกว่า กระทงใบตอง (170 $gCO_2e/kg$) 16
ข้อสรุปเชิงนโยบายคือ "กระทงรักษ์โลก" 2 ไม่ได้มีคำตอบเดียว กระทงน้ำแข็งแก้ปัญหา "ขยะปลายทาง" (Post-use Waste) และมลพิษทางน้ำ แต่กลับสร้างปัญหา "คาร์บอนต้นทาง" (Upstream Carbon) จากการใช้พลังงานในการผลิต ในขณะที่กระทงใบตองมีคาร์บอนต้นทางต่ำ 16 แต่สร้างปัญหาขยะปลายทาง (หากไม่จัดเก็บ) และอาจมีอันตรายจากตะปู 2




ตารางที่ 3: การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมของวัสดุกระทง

ประเภทวัสดุ
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (gCO2e/kg)
ผลกระทบต่อแหล่งน้ำ (ขยะ/มลพิษ)
ใบตอง/ต้นกล้วย
170 (ต่ำสุด) 16
ปานกลาง (เป็นขยะอินทรีย์, ปัญหาตะปู) 2
โฟม
6,260 (สูงสุด) 16
สูงมาก (ขยะไม่ย่อยสลาย, ไมโครพลาสติก) 1
ขนมปัง
540 16
สูง (สารอินทรีย์สูง, ทำให้น้ำเน่าเสียในระบบปิด) 7
น้ำแข็ง (Proxy)
234 - 385 17
ต่ำ (ไม่ก่อให้เกิดขยะหรือมลพิษ) 1

ที่มา: สังเคราะห์ข้อมูลจาก 1

6.2 การประเมินเทคโนโลยีทดแทน (AI / เลเซอร์)

ผู้ใช้ได้ตั้งคำถามถึงการใช้ AI หรือ เลเซอร์ เพื่อ "แทนเทียน" ซึ่งสะท้อนถึงการมองหาเทคโนโลยีมาทดแทนองค์ประกอบดั้งเดิมของประเพณี
AI (Artificial Intelligence): จากข้อมูลที่มี 18 AI ไม่ได้ถูกใช้เพื่อทดแทนเทียนในโลกจริง แต่ถูกใช้ในสองลักษณะ: 1) การ "ลอยกระทงออนไลน์" 4 ซึ่งเป็นการสร้าง "ประสบการณ์เสมือน" (Virtual Experience) และ 2) การใช้ AI "สร้างสรรค์ภาพ" 18 หรือผลงานศิลปะดิจิทัลเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง
Laser / Drone Shows: เทคโนโลยีเหล่านี้ 52 ไม่ได้ถูกใช้เพื่อทดแทน "เทียน" ในกระทงส่วนบุคคล แต่ถูกใช้เพื่อทดแทน "การเฉลิมฉลอง" (Celebration) ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการทดแทน "พลุ" (Pyrotechnics) หรือการแสดงแสงสีเสียง 19
ในแง่ของผลกระทบสิ่งแวดล้อม การแสดงเลเซอร์ (Laser Shows) ได้รับการยอมรับว่าใช้พลังงาน "น้อยกว่า" แสงสว่างแบบดั้งเดิม 54 และที่สำคัญคือ "ไม่สร้างขยะ" หรือมลพิษทางเสียง/อากาศ เหมือนพลุ 19 ส่วนการแสดงโดรน (Drone Show) 52 แม้จะต้องใช้พลังงานในการชาร์จแบตเตอรี่จำนวนมาก 53 แต่ก็ยังถือว่าสะอาดกว่าการจุดพลุ
ข้อสรุปที่สำคัญคือ เทคโนโลยี (AI/Laser/Drone) 18 ไม่สามารถทดแทน "แก่น" ของประเพณี ซึ่งคือ "การลอย" (The Act of Floating) อันเป็นพิธีกรรมส่วนบุคคล (Personal Ritual) 24 ได้ เทคโนโลยีเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็น "ส่วนเสริม" (Addition) ที่ยอดเยี่ยม (เช่น งาน Vijit Chao Phraya 49) เพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่ของงานและลดมลพิษจากการเฉลิมฉลอง (พลุ) แต่ไม่ใช่ "สิ่งทดแทน" (Replacement) พิธีกรรมหลัก

ส่วนที่ 7: บทสังเคราะห์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย


การวิเคราะห์ผลกระทบทั้ง 7 มิติ นำมาสู่บทสรุปว่า ข้อเรียกร้องให้ "ยกเลิก" ประเพณีลอยกระทง แม้จะตั้งอยู่บนเจตนาที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นแนวทางที่ขาดการประเมินผลกระทบเชิงลึก (Impact Assessment) และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่าเดิม

7.1 ข้อวิจารณ์ต่อการวิเคราะห์มิติเดียว (Critique of Single-Dimensional Analysis)

ตามข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้ใช้ การที่จะยกเลิกวันลอยกระทงโดยใช้แค่มิติสิ่งแวดล้อมเพียงด้านเดียวมุมเดียว จึงอาจเป็นความคิดที่ "ตื้นเขิน" และ "ไม่รอบด้าน" 2
ข้อสังเกตนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การถกเถียงดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็น "สงครามวัฒนธรรม" (Cultural War) การที่การรณรงค์มุ่งเน้นไปที่ประเพณีลอยกระทงอย่างเข้มข้น 2 ในขณะที่ปัญหามลพิษในภาพรวมที่สำคัญกว่า (Systemic Pollution) เช่น การปล่อยสิ่งปฏิกูล หรือขยะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน กลับไม่ได้รับการผลักดันในระดับเดียวกัน สะท้อนว่าการต่อสู้ครั้งนี้อาจมีน้ำหนักไปในทางการต่อสู้ "เชิงสัญลักษณ์" (Symbolic) และ "อุดมการณ์" (Ideological) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ "ล้างสิ่งเก่า" มากกว่าการมุ่งแก้ปัญหา "มลพิษในภาพรวม" อย่างแท้จริง
การวิเคราะห์ใน 6 มิติที่ผ่านมา (วัฒนธรรม ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ Soft Power และสังคม) ยืนยันว่าการประเมินผลกระทบจำเป็นต้องมีความรอบด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ (Unintended Consequences) ดังที่จะสรุปต่อไปนี้

7.2 สรุปการประเมิน

ข้อเรียกร้องให้ "ยกเลิก" 1 เป็นการแก้ปัญหา "ลำดับที่หนึ่ง" (First-Order Solution) ที่มุ่งแก้ปัญหาขยะ 2 แต่กลับล้มเหลวในการประเมิน "ผลกระทบต่อเนื่องลำดับที่สองและสาม" (Second and Third-Order Effects) ที่จะตามมา ได้แก่:
ผลกระทบเชิงนโยบายสิ่งแวดล้อม (Policy Backfire): สถิติปี 2568 3 เป็นสัญญาณเตือนว่า การรณรงค์เชิงลบที่ขาดทางเลือกที่ชัดเจน อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการใช้ "โฟม" ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economy): การยกเลิกจะทำลายรายได้มูลค่าหลายพันล้านบาท 9 และส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางคือ "เกษตรกร" 10 และ "ผู้ค้ารายย่อย" 11
ผลกระทบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics): การยกเลิกหรือแม้แต่การถกเถียงเชิงลบอย่างรุนแรงภายในประเทศ จะเป็นการบ่อนทำลายยุทธศาสตร์ Soft Power และการเสนอชื่อต่อ UNESCO 13 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ 13

7.3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: "การจัดการอย่างยั่งยืน" (Managed Mitigation) แทน "การยกเลิก"

ทางออกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด ไม่ใช่ "การยกเลิก" แต่คือ "การจัดการอย่างเข้มงวดและยั่งยืน" (Managed Mitigation) โดยอาศัยการผสมผสานนโยบาย 3 ด้าน ดังนี้:
1. นโยบาย "ควบคุมพื้นที่" (Zoning Policy)
(สอดคล้องกับข้อเสนอของผู้ใช้ 1.1)
ส่งเสริมการลอยกระทงเฉพาะใน "พื้นที่ปิดที่กำหนด" (Designated Closed Zones) 1 เช่น สระน้ำในสวนสาธารณะ หรือพื้นที่ริมน้ำที่กั้นทุ่นไว้ ซึ่งสามารถรับประกันการจัดเก็บได้ 100% (ตามแผนของ กทม.) 4 และพิจารณาใช้ "โมเดลค่าธรรมเนียม" (ตามข้อเสนอของผู้ใช้) หรือโมเดล "กระทงใช้ซ้ำ" (Reusable Krathong) 36 ในพื้นที่เหล่านี้ เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
2. นโยบาย "ควบคุมวัสดุ" (Material Policy)
(อ้างอิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์)
ห้ามใช้โฟม (Ban Foam): ต้องบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โฟมอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงที่สุด 16 และไม่ย่อยสลาย 1
ห้ามใช้ขนมปัง (Ban Bread): ห้ามใช้กระทงขนมปัง เฉพาะในแหล่งน้ำปิด (สระน้ำ, บึง) อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักของน้ำเน่าเสีย 7
ส่งเสริมวัสดุธรรมชาติที่ปลอดภัย (Promote Safe Natural Materials): สนับสนุนกระทงใบตอง/กาบกล้วย (ซึ่งมี CF ต่ำที่สุด 16 และสนับสนุนเกษตรกร 10) ควบคู่กับการรณรงค์ให้ใช้ "วัสดุที่ย่อยสลายได้" (เช่น ไม้กลัด, เชือกกล้วย) แทน "ตะปู" หรือ "ลวดเย็บ" 2 อย่างจริงจัง
3. นโยบาย "การสร้างคุณค่าใหม่" (Rebranding Policy)
เปลี่ยนแก่นของสาร (Narrative) ของประเพณีให้เข้ากับยุคสมัย จาก "การลอยเพื่อขอขมา" 24 ไปสู่ "การเฉลิมฉลองสายน้ำอย่างยั่งยืน" (Sustainable Water Celebration) ผนวกเทคโนโลยี (Laser/Drone) 19 เข้ากับการเฉลิมฉลองเพื่อลดมลพิษจากพลุ และเชื่อมโยงการจัดงานกับการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยตานี 10 และช่างฝีมือ 40 เพื่อสร้างความชอบธรรมทางสังคมและเศรษฐกิจให้กับประเพณีในโลกสมัยใหม่
ผลงานที่อ้างอิง
เสนอ 3 แนวทาง ชวนคนไทย “ลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม” เตือนงดกระทง ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 http://theholidaymarketslc.com/JWw
กระทงแบบใดห์ ไม่ eco-friendly : สำรวจเทศกาลลอยกระทง เทศกาลขอขมาหรือลงโทษแม่น้ำ?, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://epigramnews.co/environment/kratong-is-not-eco-friendly/
เปิดสถิติ 9 ปี ขยะกระทง กทม. พุ่งกว่า 5 ล้านใบ แนวโน้มภาพรวมลดลง ปี 68 ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2893722
เปิดสถิติขยะกระทงปี 2568 กทม.ลดลง 24% วัสดุธรรมชาติ 82.76% ออนไลน์ 23,347 ใบ, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://spacebar.th/social/sustainability-bangkok-krathong-2025-eco-report
กทม.จัดเก็บกระทงปี 68 ยอด 391,027 ใบ ลดลงจากปีก่อน 24% | Thai PBS ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/358272
อ.เจษฎ์ ยันกระทงขนมปัง-กระทงใบตองกาบกล้วย ล้วนทำลายสิ่งแวดล้อมได้ - ผู้จัดการออนไลน์, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000106242
ชวนคนไทย "ลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม" ช่วยลดปริมาณขยะในระบบนิเวศ ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.infoquest.co.th/2025/542016
เงินสะพัด 10,000 ล้าน คนไทยไม่จนแห่เที่ยว "ลอยกระทง" ปี 66 คึกคัก ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thaipbs.or.th/news/content/334210
หอการค้า เผยลอยกระทงสะพัด 9.6 พันล. ต่ำสุดรอบ10 ปี -ชี้คนละครึ่งกร่อย จี้ ..., เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://today.line.me/th/v3/article/Yav1XvQ
กรมส่งเสริมการเกษตร ชู ใบตองกล้วยตานี เพิ่มรายได้ ... - NBT CONNEXT, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/686215/?bid=2
วิธีหาเงินช่วงเทศกาลวันลอยกระทงแบบง่าย - Lemon8-app, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.lemon8-app.com/@maicharoenwech/7298940262473138690?region=th
แชร์ไอเดีย ขายอะไรดี สร้างรายได้เสริม วันลอยกระทง - ข่าวสด, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_196619
Unesco recognition sought for Loy Krathong - Bangkok Post, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.bangkokpost.com/thailand/general/2990337/unesco-recognition-sought-for-loy-krathong
Cabinet approves document for Loy Krathong's UNESCO listing, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.nationthailand.com/news/policy/40047946
Cambodian Loi Krathong: Scholars point out that it did not actually exist in ancient times, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=Ul9oYgeCJJA
รู้ไว้ก่อนลอย "กระทง" แต่ละชนิด ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไร - ไทยรัฐ, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2743801
Carbon Footprint Analysis of Ice Cream Production - MDPI, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.mdpi.com/2071-1050/15/8/6887
เสกภาพลอยกระทงให้มีชีวิตด้วย AI - Lemon8-app, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.lemon8-app.com/@drgim.aimacademy/7437513099328045576?region=th
Laser show technology: Fascinating light art in a new light - Kilchenmann, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://en.kilchenmann.ch/online-magazine/laser-show-technology-fascinating-light-art-in-new-splendor
ยกระดับ “ลอยกระทงไทยวิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สู่ World Event - กรมประชาสัมพันธ์, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/338908
เมื่อประเพณีที่มี ไม่ได้ดีต่อสิ่งแวดล้อม ถึงเวลาที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ - มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.seub.or.th/bloging/news/tradition/
ประเพณีลอยกระทง 2568 คืออะไร วัตถุประสงค์ วันลอยกระทง เช็กเลย, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thansettakij.com/business/tourism/643134
คุณค่าความสำคัญ, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://archive.clib.psu.ac.th/online-exhibition/loykrathong%202/page4.html
ลอยกระทงไม่หลงทาง มาทำเทศกาลนี้ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันเถอะ - Spacebar.th, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://spacebar.th/lifestyle/loy-krathong-is-environmentally-friendly
นายกฯ ยัน ไม่มีการยกเลิกจัดงานประเพณีลอยกระทง - ไทยรัฐ, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thairath.co.th/news/politic/2892066
นายกฯลั่นไม่มียกเลิกงานลอยกระทง! - ไทยโพสต์, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thaipost.net/x-cite-news/886436/
กรุงเทพฯ ติด 1 ใน 5 จังหวัดผลิตขยะต่อวันมากที่สุด : PPTVHD36, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/67408
รายละเอียดโครงการ/กิจกรรมฯ >> (แบบ สยป #1) - :: BMA MONITOR (@2568) - กรุงเทพมหานคร, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://dp.bangkok.go.th/monitor/frontend/web/index.php?r=site%2Fprojectview&ID=17664
Bangkok, Thailand - The Circulate Initiative, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thecirculateinitiative.org/wp-content/uploads/City-Waste-Management-Profile-Bangkok-Thailand.pdf
ขยะของคน กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่บ้านคนอื่น - Rocket Media Lab, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://rocketmedialab.co/bkk-waste/
สรุปยอดเก็บ "กระทง" ปี 2568 ทั่วกรุงเทพฯ ลดลง 24% ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุธรรมชาติ - ไทยรัฐ, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2893694
เปิดสถิติย้อนหลัง 12 ปี ขยะกระทง กทม. ปี 68 เก็บได้ 391,027 ใบ ลดลง 24% - Spring News, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.springnews.co.th/news/infographic/860597
กทม. เผย ลอยกระทงปี 68 ยอดลดลง 24% หันมาลอยกระทงออนไลน์มากขึ้น, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.ejan.co/news/36ykvmrzedvb
ประเพณีลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก - Sansiri Blog, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://blog.sansiri.com/loy-kratong-2567/
คพ. ชวนคนไทย “ลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม” - Chiang Mai News, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.chiangmainews.co.th/social/3811758/
เจาะลึกดีไซน์กระทงรักษ์โลก WON PHEN ใช้ซ้ำได้ทุกปีจาก QUALY, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.lemon8-app.com/@arm_sukborisuth/7567779874836988423?region=th
คู่มือการทิ้งขยะสำหรับงานเทศกาลหรือกิจกรรม - Greener Bangkok - กรุงเทพมหานคร, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://greener.bangkok.go.th/waste-recycle/event-waste-guide/
การจัดการขยะอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แคมเปญ “มันส์ ไม่ ทิ้ง”, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.innomatter.com/sustainability/big-mountain-music-festival-recycle/
วันลอยกระทง ประเพณีและวัฒนธรรมที่คุณควรรู้ เรามารู้จักเลย, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.trip.co.th/guide/info/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%87.html
ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม - ( การทําบายศรี กระทง ), เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.tadkloi.go.th/contents/post/000000029-baf7dac61742d13a3395aa2a4e70a5ec.pdf
About Yi Peng Sky Lantern Festival, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://yipenglanternfestival.in.th/about-yi-peng-sky-lantern-festival/
สรวงศ์ เปิดผลกระทบไทย-กัมพูชา สูญเม็ดเงินท่องเที่ยวเฉียด 3000 ล้านบาทต่อเดือน - สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://thaitv5hd.com/web/content.php?id=53722
Loy Krathong - Wikipedia, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://en.wikipedia.org/wiki/Loy_Krathong
ลอยกระทง พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เงินสะพัดกว่า หมื่นล้าน บาท - Amarintv, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.amarintv.com/spotlight/economy/71110
ขายอะไรดี? ฟันกำไรช่วงเทศกาลลอยกระทง - TaokaeCafe.com, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.taokaecafe.com/sme-recommended-detail/1506
5 สิ่งอย่าง ขายได้ขายดีในงานลอยกระทง! - YouTube, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=j91Wa750WDw
ฝรั่งอดใจไม่ไหว!!ตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็นกระทงของไทยต้องหยิบกล้องมาถ่ายไว้ #ลอยกระทง #ท่องเที่ยว, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=7WmEU9BNF-k
Yi Peng Festival 2025: Tickets & Guide to Chiang Mai's Lantern Festival - Highlights Travel, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.highlightstravel.com/thailand/loy-krathong-festival/chiang-mai-yee-peng-festival
Loi Krathong Festival 2024: Experience Thailand's Enchanting Festival of Lights, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.tatnews.org/2024/11/loi-krathong-festival-2024-experience-thailands-enchanting-festival-of-lights/
Loy Krathong Festival illustrations - Shutterstock, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.shutterstock.com/search/loy-krathong-festival?image_type=illustration
Water blessings and celestial offerings: Thailand's Loy Krathong and Yi Peng festivals – in pictures - The Guardian, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.theguardian.com/world/gallery/2025/nov/06/thailand-lantern-festival-loy-krathong-yi-peng-in-pictures
Drone Show Power Guide: How Many Watts Do You Really Need - EcoFlow, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.ecoflow.com/us/blog/drone-show-power-requirements-guide
How Drone Light Shows Are Created and Key Battery Power Requirements - Grepow, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.grepow.com/blog/how-drone-light-shows-are-created-and-key-battery-power-requirements.html
LED vs Laser Lighting: Best Choice for Your Event - City Nights Discos, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.citynightsdisco.co.uk/led-vs-laser-lighting-best-choice-for-your-event/
Ultimate Guide to Outdoor Laser Lights for Stunning Shows and Events, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://miyalaser.com/blogs/all-articles/ultimate-guide-to-outdoor-laser-lights-for-stunning-shows-and-events
Benefits of Stage Laser Lights In Theater or Performance - Vorlane, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://vorlane.com/benefits-of-stage-laser-lights-in-theater-or-performance/
Best Laser Light Show Equipment for Events and Home, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://www.starshinelights.com/blogs/news/best-laser-light-show-equipment
กทม. เปิดสถิติลอยกระทง 2568: ยอดเก็บลดลง 24% ใช้ "วัสดุธรรมชาติ" 82.76% ชี้แนวโน้ม "รักษ์โลก" สูงขึ้น, เข้าถึงเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2025 https://siamrath.co.th/contents/108530

https://poipoi-test.blogspot.com/2025/11/multi-dimensional-impact-analysis.html