วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564

แปะผา รีวิวความทนทาน ของหูฟังที่ poipoi เคยใช้ ในช่วง2ปี

 แปะผา รีวิวความทนทาน ของหูฟังที่ poipoi เคยใช้  ในช่วง2ปี  แปะฝาไว้ บล็อกนี้ไม่ค่อยมีคนอ่าน เก็บไว้เตือนความจำตัวเอง

การรีวิวนี้ จากการใช้งานจริง แบบปกติ ส่วน ว่าจะโชคร้าย ได้ของเน่าหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ แต่ว่า มีของ เน่า 1:50 ไม่ใช่เรื่องแปลก  คนอ่านต้องไปดูสถิติคนใช้งานหลายๆคนเพื่อเปรียบเทียบกันเอง

รีวิว อายุการใช้งาน และอาการเสีย เท่านั้น 
สำหรับคนที่แคร์ เรื่อง อายุการใช้งาน และความทนทาน อ่านไว้ ไม่เสียหาย

1.Headset  Razer Tiamat 7.1 V2  ประกัน 2ปี
ใช้ได้ 11เดือน เสีย อาการ ตอนแรก ติดๆดับๆ ตรงที่ปรับเสียง รีคอมใหม่ แล้ว ก็เปิดได้ หลังๆเริ่มติดๆดับๆถี่ขึ้นๆ จนดับแล้วทำยังไงก็ไม่ติดอีกเลย เคลม ได้เงิน คืนมา 50% เซ็งกุเต่ย sound card ที่ซื้อมาใช้ร่วมกัน ยังไม่เสียเลย




2.SKULLCANDY  jIB+ ACTIVE  ประกัน 1ปี อายุใช้งาน 6เดือน หรือต่ำกว่านั้น ตอนแรกซื้อมาพัน ราคาเต็มมัน 1,2xx มั้ง? ตอนนี้ขายกัน 790 เอง อาการ เสียงออกข้างเดียว ไม่ได้เคลม ขีเกียด ( อันนี้ไปหาข้อมูลของฝรั่ง เขาบอกว่าทั้งถูกและเสียงดี แต่ว่าเสียง่ายเป็นบ้า คียสำหรับค้นหา "skullcandy jib active one ear not working" )


3. logitech g433  ประกัน 2 ปี  ใช้ประมาณ2ปีหรือปีกว่า ไม่แน่ในใจ อาการ หัก  พลาสติกหักตรงหมุน ไม่ได้เคลม เพราะไม่เข้าเงื่อนไข



4.Realme Buds Air  19xx ประกัน 1 ปี ตอนนี้ 13 เดือนยังไม่เสีย แต่แบต เสื่อม ไปนาน แต่ เสื่อมไม่มาก 





สรุป เรียงตามความทนทาน เทียบกับเวลารับประกัน  ไม่ได้เรียงตามคุณภาพเสียง
1.
Realme Buds Air  ใช้ได้เกินประกันให้  110%

2.logitech g433 อันนี้พลาสติกมันกรอบ เสื่อม ก็ให้ 100%

3.SKULLCANDY  jIB+ ACTIVE อันนี้ 50%

4.Headset  Razer Tiamat 7.1 V2  46% เพราะแค่ 11เดือน ไม่ถึงครึ่ง จริงๆก่อนหน้าก็มีอาการไม่พึงประสงค์คือ ติดๆดับ ต้องรีคอมใหม่





 


วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เปิดจุดอ่อน 3 ประการของบิทคอยน์ และข้อโต้แย้ง

จาก
 BF Morning Brief - 21 มิถุนายน 2564
20 มิถุนายน 2564

HIGHLIGHT
เปิดจุดอ่อน 3 ประการของบิทคอยน์

แม้ว่าบิทคอยน์จะได้รับความนิยมสุดๆ ในบรรดาคริปโตเคอเรนซีทั้งหลาย แต่ว่า Aswar Prasad ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ออกมาบอกว่า ความจริงแล้วบิทคอยน์มีจุดอ่อน 3 ประการที่ควรจะพิจารณา

ประการแรกคือ บิทคอยน์ไม่ได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขุดบิทคอยน์ต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้จีนก็มีการสั่งห้ามไม่ให้ขุดบิทคอยน์ในจีน เนื่องจากใช้พลังงานสิ้นเปลืองมาก และกลุ่มที่ต่อต้านบิทคอยน์ บอกว่า การขุดบิทคอยน์ทำให้มีการใช้พลังงาน ซึ่งจะส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นบรรยากาศ เป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดโลกร้อน

ประการที่ 2 บิทคอยน์ไม่ได้ปลอดภัยจริงๆ หรือไม่ได้ปกปิดความเป็นเจ้าของ อย่างเช่นล่าสุดที่สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ของสหรัฐฯ สามารถตามล่านำเงินค่าไถ่ที่กลุ่มแฮกเกอร์ DarkSide เรียกค่าไถ่จากบริษัท Colonial Pipeline กลับมาได้ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประการที่ 3 บิทคอยน์ทำหน้าที่เป็นเงินตราได้ไม่ดี เนื่องจากเวลาทำธุรกรรมยังคงไม่สะดวกรวดเร็ว รวมทั้งราคาบิทคอยน์ขึ้นๆ ลงๆ มีความผันผวนมากทีเดียว วันหนึ่งอาจจะใช้มูลค่าบิทคอยน์ไปซื้ออาหารหรูรับประทานได้ แต่วันหนึ่งอาจจะใช้มูลค่าบิทคอยน์ซื้อได้เพียงกาแฟแก้วเดียว




ข้อมูล จากฝ่ายสนับสนุน BTC 

1. BTC ใช้พลังงานไม่ถึง 0.1% ของพลังงานทั้งโลกที่ใช้+ที่เสียไปเล่าๆ และ กว่า70% เป็นพลังงานสะอาด

2.1 บิทคอย โปร่งใส ยิ่งกว่าธนาคาร รู้ว่า มีเงินเท่าไหร่โอนไปให้ใคร ฯลฯ และตามได้ยันธรุกรรมแรก ดังนั้นการที่ จะให้BTC ในเรื่องพวกนี้ คือแปลกประหลาด
2.2 FBI ไม่ได้แฮก BTC หรือโนด แต่อย่างใด 

3.1 ความล่าช้าเกิดจากการ รอคอนเฟิร์ม ปิดบล็อก เฉลี่ย 15นาทีต่อบล็อก จริงๆเงินมาถึงแล้ว แต่ยังไม่คอนเฟิร์ม และตอนนี้ ความช้านี้แก้ไขด้วยการใช้ Lightning network
3.2 ตัวอย่างแอลซัลวาดอร์ การทำธุรรกรรม ในการแลกเปลียนไปกลับ ระหว่าง Stablecoin และ BTC รวม การโอกเข้าออก เกิดขึ้นไม่กี่วินาที ทำให้การผันผวน แทบจะไร้ผล ส่วนการผันผวน ถ้าBTC ยังไม่ตาย ไม่ล้มหายไปซะก่อน ความผันผวนจะน้อยลงเรื่อยๆ  

ปล.คนที่อยากลงทุน คือคน ที่สามารถ เสียเงินลงทุนได้ทั้งหมด นะครับ และ poipoi ไม่แนะนำให้ใครมาลงทุนแต่อย่างใด

วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ความสัมพันธ์ ของ แอลจีเรีย กับ ฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม

 

ความสัมพันธ์ ของ แอลจีเรีย กับ ฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม

ส่วน รอบนี้ จะมาเล่าเรื่อง สงคราม ระหว่าง แอลจีเรีย กับ ฝรั่งเศส ซึง ช่วงนั้นเป็นช่วง ยุคล่าอาณานิคม  อันนี้ มีบันทึก มีภาพ ฯลฯ   ( แต่ มาหาข้อมูลหลังจากผ่านไป เป็นร้อยปี นี้ หายากมาก  เพราะถ้ายังมีอยู่ มันทำให้ บางประเทศดูแย่ )
จะว่าไป ผมไปเจอภาพนี้ จากทวีต ของ คุณ @LadyVelvet_HFQ  ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า
"French soldiers chopped off Algerian farmers heads and abused their women for over a century. Here are the photos to prove it."
แปลความได้ว่า  "ทหารฝรั่งเศสตัดศีรษะชาวนาแอลจีเรียและทำร้ายผู้หญิงของพวกเขามานานกว่าศตวรรษ นี่คือภาพถ่ายที่จะพิสูจน์ได้"

https://twitter.com/LadyVelvet_HFQ/status/1319234960688095232

https://twitter.com/LadyVelvet_HFQ/status/1319234960688095232

https://twitter.com/LadyVelvet_HFQ/status/1319234960688095232

 ถ้าถามว่า เข้าไปทำไม ก็เข้าไปปล้น ทรัพยากร นั่นละ เป็นเรื่องปกติของยุคนั้น  หรือจะว่าเป็นเรื่องปกติของ ลัทธิอาณานิคม ก็ได้ ซึ่งตอนนั้น แอลจีเรีย ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งของ ฝรั่งเศส
ถ้าไปย้อนดูการรบ ปกติ ต้องเป็นทหารกับทหารไม่ทำร้ายชาวบ้าน โดยเฉพาะ พวกที่อ้างว่าตนเป็นพวก ศิวิไลซ์ (civilize)  แล้วไปรบกับคนป่าที่ด้อยกว่า ยิ่งไม่ได้
แต่ในความเป็นจริง พวกที่มีความ ศิวิไลซ์ ดันไม่รบกับกองทัพตรงๆ ทั้งที่ตนเหนือกว่ามากกลับไป ไล่เผาหมู่บ้านประชาชนแทน ซะงั้น จน เขายอม
ซึ่งตัวเลข ประชากร แอลจีเรีย  เห็นว่าหายไปเกิบครึ่ง บ้างก็บอกว่า 30% แต่ว่า เจ้าอาณานิคม เขาก็ไม่อยากจะดูแย่ อ่ะนะ
เอาเป็นว่า คนแอลจีเรีย  ก็กลายเป็นคนชั้นสามในตอนนั้น ( เอาตรงๆควรจะมีแค่ชั้นสองใช่ไหมละ ? อ่านต่อไป)
เอาละ หลังจากชาวแอลจีเรีย โดนกดหัวอยู่นาน ก็ ลุกขึ้นสู้ จนเกิด สงครามแอลจีเรีย (الثورة الجزائرية) ซึ่งวิกี บอกไว้น้อยมาก ต้องไปหาที่อื่นต่อ   ซึ่งเอาตรงๆ ชาว แอลจีเรีย บันทึกข้อมูลความเหี้ยม เอาไว้มากมาย  มีหนังด้วย ไปหาเอาได้
ตัดมา ตอนจบ
 เอาเป็นว่า ชาว แอลจีเรีย โกรษแค้นฝรั่งเศส โคตรๆ รวมไป ถึง พวก Harkis (ฮาร์คีส์ : ทหารพื้นเมืองแอลจีเรียซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในกองทัพฝรั่งเศส)  ซึ่ง ก็เหมือนเป็นคนทรยศ นั่นละ
อันนี้ก็เป็นเรื่องเล่า จากอีกฝั่งหนึ่ง ( ชนชั้นสอง ที่ไม่ได้กล่าวถึงก่อนหน้า )  จากบทความ

50 Years After the Algerian War, Harkis Still Wait for French Apology

The French Army's exhibition on its 130 years in Algeria does the unthinkable. It recognizes its widespread use of torture during the Algerian War for Independence. One curator says this exhibit heralds a new era in openness in the military, with regard to France's colonial period. In this photo French military personnel are seen torturing a suspected FLN member.
https://www.pri.org/stories/2012-07-19/50-years-after-algerian-war-harkis-still-wait-french-apology




This year marks the 50th anniversary of Algeria's independence from France. Freedom was won through war, one that saw terrible atrocities committed by both sides. Despite that history, relations today between the nations have pretty much normalized. France is Algeria's largest trading partner. Hundreds of thousands of Algerians live in France. But there's a small group of Algerians who have never found reconciliation. They are the Harkis; they fought on the French side during the war, against their own countrymen. Serge Karel, who started life with an Arabic name, joined the French army in 1957. "I enlisted, becoming a Harki, because my father had fought for the French in WWI," Karel said. "Both my brothers fought for France in Indochina. For me serving France was the obvious thing to do. It was impossible to consider joining the other side." Karel was one of some 250,000 Harki who defended colonial France from Algerian independence fighters. When France was driven out in 1962, Karel expected to retreat to Europe with his French comrades. "But our commanders gathered us all together, took away our weapons, and just wished us good luck. I thought they were joking," Karel said. They weren't. The French army, under the government of Charles de Gaulle, left tens of thousands of Harkis behind. The victorious Algerians began to slaughter them, and their families. Karel was caught within days and imprisoned. "Each morning my captors paraded me before the townsfolk who would beat me, spit on me and throw rocks at me," he said. "I was tortured all over my body. They cut slivers off my tongue with wire cutters. My mouth became so infected I couldn't eat." By some miracle, Karel managed to escape and reach France. He was expecting a hero's welcome. Instead, they stuck him in an internment camp. "It wasn't Guantanamo, but it was similar," he said. "It was the shame of France, sticking entire families behind barbed wired like that. It was shameful." Like all the Harkis, Karel was eventually released. He went on to rebuild his life, finding work, starting a family, but he said France has never treated the Harkis well. Now 75, Karel said he understands that some Algerians consider him a traitor, but he can't understand how the French look down on him – sometimes in humiliating and very public ways. In 2006, a French politician named George Freche called the Harkis sub-human. "The French Army massacred your people in Algeria during the colonial period," he said during a confrontation in Montpelier, "and yet you still licked the Frenchman's boots." Some 90,000 Harkis managed to reach France after the war and they are still waiting for an official apology from Paris, said Fatima Besnasi, daughter of a Harki, and head of a national Harki association. "France is probably still ashamed, but I want that shame to be publicly stated," she said. "Above all, I want a French president to declare that France recognizes its responsibility for abandoning the Harkis in 1962, and how that led to the massacres in Algeria. France must also assume responsibility for interning our parents in camps." Movement towards accepting responsibility has been slow. In 2001 then President Jacques Chirac said France hadn't known how to protect her own children, a reference to the Harkis. In 2012 former President Nicolas Sarkozy said France "should have protected the Harkis from history." France's new president, Francois Hollande, has said he would flat out apologize. The Harkis are waiting. But while official France drags its feet, there are signs that French society in general has come to accept France's role in the Harki tragedy. The French Army has also stepped forward. At the Army Museum in Paris there is now an exhibit on the military's 130 year presence in Algeria. In it, the army recognizes its widespread use of torture during the Algerian war; there is even a section, albeit small, on the Harkis themselves. The museum's Emannuel Ronvoisy said 30-years-ago such an exhibit would have been unthinkable. But he said times are changing, and this is just the beginning of a new openness about the French colonial period. That's not all. This year there has been a slew of books, articles and documentaries on the subject. Benjamin Stora, a historian, said he thinks the Harkis have been given their rightful place in history, even if the government hasn't officially apologized. Stora said the Harkis now have their own National Day on September 25 and have monuments in their name. "We now have more French films about the war in Algeria than you Americans have about Vietnam," he said. But he added it's not enough; it seems the Harkis' wounds are too deep to heal. For Serge Karel, turning the page hinges on what France's president says, or doesn't say. The state must speak up, he said, since it was the state that abandoned him. "My life is good now," he said, "but I haven't forgotten anything. President Hollande, he has made the promise. But he must act on it as soon as possible because we Harki are all dying off.

ที่มา https://www.pri.org/stories/2012-07-19/50-years-after-algerian-war-harkis-still-wait-french-apology

ตอนแรก นึกว่า ฮาร์คีส์(Harkis) จะด่า ทหาร แอลจีเรีย ที่ฆ่าล้าง ฮาร์คีส์(Harkis) ไปจนเหี้ยน และกระทำโหดร้ายราวกับเป็นผู้ทรยศ (ก็ เขาคิดงั้นจริงๆนะ ก็เลยจัดหนักจริงๆ)   เอาละ คนเล่า ชื่อ Serge Karel (ขอเรียกว่า คาเรนแล้วกัน )
ซึ่งเขาเล่าว่า พ่อ รบให้ฝรั่งเศสในสงครามโลก ครั้งที่1 และพี่สองคนของเขา รบให้ฝรั่งเศส ในสงครามอินโดนจีน เขาก็เลย ถูกเกณฑ์มาโดยปริยาย 
นี้เป็นหนึ่งใน Harkis จาก สองแสนห้า ที่รบเพื่อฝรั่งเศส แต่ว่าในการรบครั้งนั้น ฝรั่งเศส กับทอดทิ้งพวกเขา ซะงั้น
ตรงที่พีคคือ คาเรน คิดว่าจะได้ถ่อยร่นไปยุโรป แต่ไม่อ่ะ French comrades. "But our commanders gathered us all together, took away our weapons, and just wished us good luck. I thought they were joking คือ ผู้บังคับบัญชาชาวฝรั่งเศสบอกว่า  ให้รวมคนแล้วยิบอาวุธ แล้วออกไป (ไปตาย)  ซึ่งคาเรนก็บอกนึกว่าล้อเล่น แต่เรื่องจริง  สรุป   Harkis แพ้เละ คาเรนถูกจับเป็น ถูก ทรมาณ ขว้างหินทุบตีถมน้ำลาย ตัดลิ้น  แต่ว่า ที่พีค คือคาเรนหนี ไปฝรั่งเศสได้ คิดว่าจะได้กลายเป็น วีรบุรษสงคราม แต่ปล่าวเลย มันตรงข้าม เขาถูกขังที่ค่ายกับกัน ซึ่งคาเรนบอกว่า มันคล้ายกับ คุกกวนตานาโม (ลิงค์ข้อมูลเป็นคุกสมัยใหม่แล้วนะ แต่ ในบทความ คุกยังเป็นแบบเก่าอยู่)
แล้วที่พีค คือคำพูดตรงนี้ he said. "It was the shame of France, sticking entire families behind barbed wired like that. It was shameful." แปล แบบลวกๆว่า“มันเป็นความอัปยศของฝรั่งเศส ที่ยึดทั้งครอบครัวไว้เบื้องหลังลวดหนามแบบนั้น มันน่าละอาย” คือ ฝรั่งเศส ได้กักขัง พ่อแม่ครอบครัว ของ พวกฮาร์คีส์(Harkis) ไว้ในค่ายกักกันอีกด้วย ซึ่ง พวกฮาร์คีส์(Harkis) ได้หนีไปฝรั่งเศสราวๆ เก้าหมื่นคน
แล้วก็ ตอนนี้ คาเรนอายุ 75 ปี เขาบอกว่า เขาเข้าใจได้ว่าทำไม ชาวแอลจีเรีย ถึงมองเขาเป็นคนทรยศ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมฝรั่งเศส ถึงได้ดูถูกเยียดหยามพวกตน  ดูถูกเยียนหยามในที่สาธารณะ  แค่นั้นยังไม่พอ มี นักการเมืองชาวฝรั่งเศสชื่อ George Freche เรียกพวกฮาร์คีส์ ว่าเป็น sub-human ซึ่งแปลว่า สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ หรือแปลว่า สิ่งมีชีวิต ที่ต้อยต่ำกว่ามนุษย์ (of a lower order of being than the human.)
ลองคิดถึง ใจ พวกฮาร์คีส์ ดูสิ ที่ รบให้ฝรั่งเศสแท้ๆ แต่ กลับถูกปฏิบัติแบบนั้น
เขาก็เลย เรียกร้องคำขอโทษ ซึ่งเกี่ยวกับเหตุการทอดทิ้ง ในการรบ ครั้งนั้น กับฝรั่งเศส แต่ จากปี 2012-2021 ก็ยังไม่มีคำขอโทษ ให้ พวกฮาร์คีส์(Harkis) แต่อย่างใด
เอาเป็นว่า มันก็จบตรงนี้สำหรับ ฮาร์คีส์(Harkis)

แต่ย้อนกลับไป เล่า ต่อ แต่ข้อหาข้อมูลเพิ่มหน่อย เพราะ อ่านไม่ออกเหล่งข้อมูลเป็นภาษา แอลจีเรีย  ส่วน ถ้าจะเอา ข้อมูลจากเจ้าอาณานิคม มันจะกลายเป็นคนละเรื่อง
จบไว้เท่านี้ก่อน เดียว โชคดีได้กลับมาเขียนใหม่
ปล. โดยปกติ ผมตกภาษาอังกฤษ ครับ  ถ้าแปลผิด ก็ ขออภัยด้วย ภาษาอังกฤษ ผมกากจริงๆ ครับ ถึงได้แนบ ต้นฉบับไว้ด้วย

.

.

.

.



วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564

"สูญเงินหลักแสนเพราะบิทคอยน์" BBC Thai กับการลงข่าว Bitcoin ที่คลาดเคลื่อนและขาดความรู้

 BBC Thai กับการลงข่าว Bitcoin ที่คลาดเคลื่อนและขาดความรู้


https://www.bbc.com/thai/thailand-55745634

ขั้นแรกอ่านพาดหัวข่าว ของBBC คิดว่าไงครับ?


"สูญเงินหลักแสนเพราะบิทคอยน์ ประสบการณ์จากเหยื่อการลงทุนเงินดิจิทัลผู้เปิดโปงขบวนการฉ้อโกง

    ชัยยศ ยงค์เจริญชัย

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

21 มกราคม 2021"


คนอ่านพาดหัวก็ย่อมนึกว่าเสียเงินเพราะบิทคอยน์ แต่ความจริงแล้ว ผู้เสียหาย ไม่ได้ ซื้อบิทคอยน์ แม้แต่ ซาโตชิเดียวด้วยซ้ำ แต่นางไปซื่อ แพค e-learning  OneCoin โดยที่บล็อก poipoi เคย เตือนไว้ตั้งแต่ ปี 2017 ในหัวข้อ onecoin ยังระบาด อยู่      นี้เรียกว่าพาดหัวข่าวแบบ ตรงไปตรงมาหรือครับ?

ถัดมา


ที่ขีดเส้นใต้สีเขียวไว้  BBC Thai  บอก "ลงทุนบิทคอยน์" แต่นั้นไม่จริง ความจริงคือ ซือแพคเกต  e-learning   วันคอยน์ (Onecoin) ต่างหาก  และวันคอยน์  ก็ไม่ได้ใช้ บล็อคเชน (blockchain) แต่อย่างใด
ซึ่ง แพค e-learning  นี้ มันเป็นการเลี่ยงกฎหมายชั้นดีเลยทีเดียว

(และกลุ่มของ วันคอยน์ ยัง โจมตี และด่าบิทคอยน์ ว่าเป็นขยะเปียกอีกด้วย )

แล้ว สิ่งที่ BBC นำเสนอ ผมสรุปได้ว่า บริษัท วันคอยน์ ให้เยื่อ ไปลงทุนใน"บิทคอยน์" ซึ่งมันผิดความหมายไปมาก ถ้าใช้คำว่า "คริปโตเคอเรนซี่"(cryptocurrency) จะใกล้มากกว่า แต่ไม่ใช้ ใช้คำว่า "ลงทุนบิทคอยน์"  แต่ เยื่องต้องซื้อ e-learning   แถม วันคอยน์ จากบริษัทวันคอยน์ไทย  ดังนั้น ห่างไกลกับคำว่า ลงทุนในบิทคอยน์ เอามากๆ

ต่อมารูปทุกรูปใน ข่าว BBC Thai ล้วนมีแต่รูปภาพฝั่ง   Bitcoin แต่ไม่มีรูป Onecoin เลยแม้แต่รูปเดียว
หมายความว่าไง?
นี้แคปมาให้ดู


ทั้งๆที่ onecoin นอกจากไม่ใช่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin แล้ว และติ่งวันคอยน์ ยังเป็นอริกับบิทคอยน์ ด้วย
เอาละ เดียวจะค้นรูปวันคอยน์มาแปะไว้



นี้คือวันคอยน์ ที่ BBC Thai ไม่ลงภาพแม้แต่แอ๊ะเดียว  ในภาพจะเห็น ผู้หญิง นั่นคือนางรูจา และจะเห็นคำว่า "SCAM" ตัวเป้งๆ นะครับ จริงย้อนกลับไปปี 2016 คนที่สนใจ BTC เขาก็รู้กันทั้งโลกแล้วครับ  ว่าต้มกันชัดๆ แล้วมีข่าวลงไปทั่วโลก แต่ ถาม BBC Thai  เคยลงข่าว เรื่องการจับกุมเครือข่ายวันคอยน์หรือไม่ เอาตรงๆผมไม่เห็น ถ้ามีก็น่าจะกลับไปอ่านของตัวเองแล้วไม่น่ามามั่ว วันคอยน์กับบิตคอยน์แบบนี้นะ


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสำนักข่าว ใหญ่ เรื่องแค่นี้จะไม่รู้เลยหรือ หรือ ยังไง
ก่อนหน้านั้น วันคอยน์ ฟ้องปิดปาก คนไทยไปแล้วหลายคน แต่ สำนักข่าวก็ไม่นำพา มีแต่ในกลุ่ม cryptocurrency พูดช่วยกัน ไม่ให้คนโดนหลอก


แล้ว วันคอย์ ก็ติด 1 ใน สาม SCAM Coin ด้วยซ้ำ เว็บนอกลงข่าวกันตั้งแต่ปี 2017


https://cointelegraph.com/news/onecoin-leads-top-3-scam-coins-list-s-coin-earthcoin-follow

OneCoin Leads Top 3 Scam Coins List, S-Coin, EarthCoin Follow

ลองไปอ่านดู
แล้วในไทย ปีที่แล้ว  พี่บิท ก็ไปคุยกับเยื่อ ลงยูทูปแล้ว แล้วข้อมูลพี่บิท ดีกว่าครบกว่า จริงกว่า  BBC Thai ถามว่า BBC Thai อายพี่บิทไหม?



สรุป คือ ที่ BBC Thai มาลง มันเป็นเรื่อง ของ วันคอยน์ ชัดๆ แต่ ดูเหมือนจะทำให้คนเข้าใจผิดว่า "สูญเงินหลักแสนเพราะบิทคอยน์"  นั่นละ poipoi เลยมาเติมความถูกต้อง และแก้ผิดให้เป็นถูก

แล้วติ่ง BBC Thai จะมาทัวร์ลง แบบติ่ง Onecoin อีกไหม? 

แล้วก็ poipoi พูดในนาม คนรัก BTC  หรือจะเรียกว่าติ่งก็ได้

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2564

ว่ากันเรื่อง Soft Power (ซอฟพาวเวอร์) ของฝรั่งมังค่า

 ว่ากันเรื่อง Soft Power (ซอฟพาวเวอร์) ของฝรั่งมังค่า

ซอฟพาวเวอร์  ซึ่งมีความสามารถในการดึงดูดและสร้างการมีส่วนร่วมมากกว่าการบังคับหรือให้เงิน ในปัจจุบันใช้ในการเปลี่ยนแปลงและสร้างอิทธิพลต่อความคิดของสังคมและประชาชนในประเทศอื่น เช่น ดารา นักร้อง ข่าว บทความ ละคร เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง ฯลฯ

ซอฟพาวเวอร์ในการสงครามสมัยใหม่ ก็เช่นสื่อต่างๆที่ทำให้ตัวเองดูดี ให้ศัตรูแย่ ตั้งแต่ หนังสือ แผ่นพับ โฆษณาชวนเชื่อ ถ้าสมัยนี้ ก็ เน็ต หนัง ละคร การ์ตูน เกม หรือแม้กระทัง  เซิสเอนจิ้น ที่ให้ข่าวหรือข้อมูลที่ตัวเองต้องการอยู่ในการค้นหาต้นๆ ส่วน สิ่งไหนที่ไม่ต้องการ ก็ไม่ให้คนเจอ หรือแม้แต่กระทั้ง การแบน เซ็นเซอร์ เว็บหรือบุคคล* เป็นต้น

ตอนนี้เราจะเห็น ฝรั่งใช้ ซอฟพาวเวอร์  ในการทำสงคราม กับรัสเซีย จีน ไทย อิรัก ซีเรีย ฯลฯ  จนตอนนี้สงครามตัวแทน (proxy war) ในพม่า เราก็เห็นการใช้ซอฟพาวเวอร์  ผ่าน NGO สำนักข่าวจัดตั้งรับทุนจากฝรั่ง แล้ว ฝรั่งก็แชร์ข่าวต่อไปอีกทีให้โลกรู้ และมีการปิดกั้น สำนักข่าวอีกฝั่ง ทั้งทางเฟสบุ๊ค ยูทูป ฯลฯ

ซึ่งเราจะไม่กล่าวถึง ตรงนั้น  เรามีตัวอย่าง ที่ น่าสนใจเช่น เรื่อง Highway of Death ที่อเมริกาทำชั่วเอง แต่เด็กหลายคน คิดว่ารัสเซีย เป็นคนทำ แล้วอเมริกาเป็นพระเอก  ถามว่าได้ไง? ก็เพราะสิ่งที่เรียกว่า ซอฟพาวเวอร์  นั่นละ  แต่รอบนี้ไม่ได้มาในรูปแบบ หนังฮอลลีวูด แต่เป็นเกม ดัง คนเล่นกันเยอะ ผมก็เล่น ตอนเล่นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จนมีเกมเมอร์ รัสเซีย ออกมาโวย นั่นละ  ว่า ไอ้เรื่องระยำแบบนี้ รัสเซียไม่เคยทำ แต่ อเมริกานั่นละทำ

เรื่องนี้คือเรื่อง 
Highway of Death
ที่ประชาชนชาวอิรัก ซวย
ต่อไปนี้จะขอก็อปปี้ บทความจาก https://gamerism.co มาเต็มๆเลยละกันครับ https://gamerism.co/highway-of-death-modern-warfare/

Highway of Death จาก Modern Warfare สู่โศกนาฏกรรมในความเป็นจริง

การสังหารหมู่ที่เหี้ยมโหดที่สุดที่โลกกำลังจะลืมเลือน


 

Call of Duty: Modern Warfare ได้ออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคมของปี 2019 มันคือการกลับสู่รากเหง้าของความเป็น Call of Duty อีกครั้งและยังมาพร้อมกับเนื้อหาที่หนักแน่นที่ทาง Infinity Ward ทีมงานผู้สร้างต้องการที่จะสะท้อนภาพของสงครามในความเป็นจริงออกมา แต่ด้วยความบิดเบี้ยวในประวัติศาสตร์ฉบับสร้างใหม่ของตัวเกม มันกลับกลายเป็นการสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับนักเล่นเกมชาวรัสเซียกับที่มาของ “ทางหลวงสายมรณะ” หรือ “Highway of Death” ที่เป็นโศกนาฏกรรมจากฝีมือของกองกำลังสหรัฐฯ ในโลกแห่งความเป็นจริง
Highway of Death ในโลกวิดีโอเกม

ในเกม Call of Duty: Modern Warfare ช่วงกลางเกมจะมีหนึ่งภารกิจของเกมที่ชื่อว่า” Highway of Death” มันคือชื่อที่ตั้งขึ้นจากชื่อของ “ทางหลวงสายมรณะ” ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ตั้งอยู่ที่บริเวณรอบนอกของเมืองคูเวตซิตีในประเทศคูเวต มันคือถนนที่ทอดยาวออกจากตัวเมืองและมันก็คือสถานที่อันเป็นเศษซากจากการกระทำอาชญากรรมสงครามที่เชื่อกันว่ามันเป็นฝีมือของกองกำลังทหารของสหรัฐอเมริกา

ท่ามกลางภารกิจและเรื่องราวมากมายใน Modern Warfare เกมให้ผู้เล่นได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ CIA ที่ต้องต่อสู้ร่วมกับกลุ่มกองกำลังเพื่ออิสรภาพในประเทศสมมติในตะวันออกกลางที่พวกเขาตั้งชื่อมันว่า “เออซิคสถาน” ซึ่งผู้เล่นก็จะได้รับมอบหมายจากหัวหน้ากลุ่มกบฏ ในการลอบโจมตีเป้าหมายที่หลบหนีมายังเส้นทางในพื้นที่แถบ Highway of Death นี้นั่นเอง

“หากพวกมันต้องการจะหนีไปยังภูเขา มันก็มีเพียงถนนเส้นเดียวเท่านั้น นั่นคือทางหลวงสายมรณะ พวกรัสเซียได้ทิ้งระเบิดลงในตอนที่พวกมันกำลังรุกรานเข้ามาและฆ่าทุกคนที่พยายามจะหลบหนี” นั่นคือประโยคที่หัวหน้ากองกำลังกบฎได้เล่าเรื่องราวของ Highway of Death ให้กับผู้เล่นได้ฟัง

แม้มันจะเป็นเพียงแค่วิดีโอเกมแต่สิ่งที่ Modern Warfare ฉายภาพออกมาอย่างชัดเจนนั่นคือเรื่องราวการต่อสู้ในสงครามตัวแทน (Proxy war) ที่ทางสหรัฐฯ เข้าไปยุ่งเกี่ยวในฐานะวีรบุรุษสงครามเพื่อจัดการรัสเซียผู้ชั่วร้ายอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งในเกมได้สร้างวายร้ายอย่างนายพล Roman Barkov ขึ้นมาเป็นตัวแทนของความต่ำช้าทั้งหมดทั้งปวง ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โสมมในวิดีโอเกมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสังหารหมู่, การให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย และการโจมตีโดยการใช้อาวุธชีวภาพ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงล่ะใครกันแน่ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมของทางหลวงสายมรณะแห่งนี้
 

Highway of Death ในโลกแห่งความเป็นจริง

ในช่วงฤดูหนาวของปี 1990-91 กองกำลังตะวันตก (Western force) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมและจัดสรรของสหรัฐอเมริกาได้อย่างกรายเข้าไปยังชายแดนทางทิศเหนือของประเทศซาอุดีอาระเบียเพื่อการรุกรานครั้งใหญ่ เป้าหมายของการเคลื่อนกำลังในครั้งนี้คือการขับไล่กองกำลังทหารอิรักของทางประธานาธิบดี “ซัดดัม ฮุสเซน” ให้ออกไปจากประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยนน้ำมันอย่างคูเวตเพื่อทำการปลดปล่อยประเทศคูเวตให้เป็นอิสระ ความขัดแย้งในครั้งนี้ได้นำไปสู่เหตุการณ์ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีกับเหตุการณ์ “สงครามอ่าวเปอร์เซีย” (Gulf War) นั่นเอง และมันก็เป็นสัญญาณแรกเริ่มของนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในยุคใหม่ ที่ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางของการทำสงครามของกองกำลังตะวันตกกับประเทศในพื้นที่ละแวกตะวันออกกลางไปตลอดกาล

การรุกรานในครั้งนี้ของกองกำลังสหรัฐฯ อยู่ภายใต้การดูและของนายพล Norman Schwarzkopf เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังยุทธการอันเด็ดขาดนั่นคือการจู่โจมภาคพื้นดิน 100 ชั่วโมง และหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์การโจมตีในครั้งนี้ประสบความสำเร็จนั่นก็คือความเหนือกว่าของกองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ ที่คุมน่านฟ้าไว้ทั้งหมด มันคือกลยุทธ์แบบเบ็ดเสร็จที่เขาได้ใช้มันในการจู่โจมกองกำลังยานเกราะของอิรัก แม้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้มันจะเสี่ยงต่อการที่จะถูกฝ่ายอิรักโจมตีกลับได้โดยง่ายก็ตาม

หนึ่งในพื้นที่การสู้รบที่อันตรายที่สุดของสงครามอ่าวเปอร์เซีย มันคือสถานที่ที่ถอดยาวออกมาจากตัวเมืองคูเวตซิตี มันคือถนนสายหนักที่มุ่งตรงไปยังทางเหนือของชายแดนประเทศอิรัก ที่ทางกองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐได้พบกับกลุ่มคอนวอยขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนนแห่งนี้อยู่ในที่แจ้ง และมีรถยานเกราะทางการทหารติดตามอยู่ในขบวนด้วย เพียงเท่านี้มันก็เป็นสาเหตุที่เพียงพอสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ในการโจมีตีล้อมหน้าล้อมหลังขบวนคอนวอยจนทำให้ ยานพาหนะกว่า 2,000 คันติดอยู่ในทางหลวงขนาดหกเลน ก่อนที่จะตามมาด้วยการทิ้งระเบิดและยิงโจมตีแบบปูพรมโดยเครื่องบิน A-10 Warthogs และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธจนไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว โดยที่เหล่านักบินเรียกการจู่โจมในครั้งนี้ว่า “การยิงไก่งวง” (turkey shoot) หรือการยิงเป้านิ่งตามงานเทศกาลต่างๆ นั่นเอง




การโจมตีด้วยอาวุธอันโหดเหี้ยมของกองกำลังสหรัฐฯ ในครั้งนี้ได้นำมาสู่คำถามจากสังคมมากมาย หลังจากที่ภาพหลังจากเหตุการณ์ในการโจมตีครั้งนี้ได้ปรากฏออกมาตามหน้าข่าวของสื่อมวลชนที่ประจำการอยู่ในละแวกพื้นที่ มันเต็มไปด้วยภาพความโหดร้ายที่น่าตกใจและน่าเวทนา สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแค่เศษซากของสิ่งมีชีวิตที่อดีตเคยเป็นมนุษย์ และซากปรักหักพัง ผู้คนที่อยู่ในขบวนคอนวอยต่างถูกแรงระเบิดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน จนทำให้สื่อหลายสำนักไม่อาจเผยแพร่ภาพออกมาได้ จนเมื่อปี 2005 ชาวอเมริกันก็ได้ประจักษ์กับภาพของความอำมหิตของเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้เป็นครั้งแรกในภาพยนตร์ Jarhead ของผู้กำกับ Sam Mendes ที่ Jake Gyllenhaal นำแสดงนั่นเอง

การโจมตีบนทางหลวงสายมรณะได้ถูกสังคมตั้งคำถามต่อมาตรการทางการทหารของสหรัฐฯ ที่เรื่องราวเริ่มซับซ้อนมากขึ้นเมื่อมีรายงานออกมาว่าขบวนคอนวอยดังกล่าวนั้นคือขบวนที่กำลังอยู่ในระหว่างการถอนกำลังจากคำสั่งของกองกำลังสหประชาชาติ นั่นหมายความว่าถึงแม้มันจะมีจำนวนของรถยานเกราะทางการทหารที่มีจำนวนอย่างมีนัยสำคัญ แต่มันก็ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการโจมตีได้ไม่ว่าจะใดๆ ก็ตาม นอกจากนี้ในรายงานยังได้ระบุอีกด้วยว่าในคอนวอยยังประกอบไปด้วยตัวประกันและประชาชนผู้ลี้ภัย ซึ่งสามารถระบุได้จากภาพถ่ายของกองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ เอง

ผู้สื่อข่าวหลายรายที่ตามติดกองกำลังตะวันตกเองต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างมากเมื่อตอนที่พวกเขาได้เข้ามายังพื้นที่ในเขต Highway of Death หนึ่งในนั้นคือ John Pilger นักข่าวและผู้กำกับเจ้าของรางวัล BAFTA ที่เขาได้นิยามเหตุการณ์การโจมตีในครั้งนี้ว่า “การสังหารหมู่”

อย่างไรก็ดีในช่วงเวลานั้นทางทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ก็ได้ตีตราเหล่าผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “นักทรมาน, พวกโจร หรือไม่ก็พวกวิตถาร” แต่จากหลักฐานจากหลายๆ ที่ก็พบกว่าท่ามกลางเศษซากของรถลำเลียงทางการทหาร ยังมียานพาหนะพลเรือนอีกด้วยเช่นรถตู้ และมอเตอร์ไซค์ อีกมากมาย โดยที่ผู้โดยสารส่วนหนึ่งคือแรงงานจากต่างประเทศที่ติดอยู่ในคูเวตที่มาจากปาเลสไตน์ บังกลาเทศ ซูดาน อียิปต์และประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้ทาง Observer สื่อจากทางฝั่งอังกฤษเองก็ยังได้มีการเผยแพร่ภาพที่ชวนน่าตกใจโดยมันเป็นภาพของศพที่ไหม้เป็นตอตะโกที่ติดอยู่กับรถบรรทุก จนริมฝีปากเปิดเผยจนถึงซี่ฟันจนน่าสยดสยอง ในขณะที่หน้าหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ในเวลานั้นต่างนำเสนอภาพของเหล่าทหารสหรัฐฯ ที่เข้าไปรักษาทหารอีรักที่บาดเจ็บ

ซึ่งทาง Kate Adie นักข่าวจากทาง BBC เองยังได้เคยเผยแพร่ภาพของ Highway of Death ออกอากาศอีกด้วย ที่แสดงให้เราได้เห็นว่าท่ามกลางเหล่ายานพาหนะที่ไหม้ดำนั่นมันมีเครื่องอุปโภคบริโภคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ตุ๊กตา เครื่องเป่าผม โดยเธอได้กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ “คือหลักฐานชิ้นสำคัญของความสับสนอันเลวร้าย” และสิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือความพยายามในการบิดเบือนประวัติศาสตร์ แม้เพียงแค่ชื่อก็ตามในเกม Call of Duty: Modern Warfare ซึ่งแสดงให้เห็นภาพชัดว่าทางสหรัฐอเมริกาเองก็ยังไม่ยี่หระกับโศกนาฏกรรมที่พวกเขาสร้างมาจนถึงทุกวันนี้
The Highway of Death on April 18, 1991, Photo: Tech. Sgt. Joe Coleman/U.S. Air Force


ซึ่งบทความนี้ ก็เอามาจาก polygon.com อีกทีหนึ่ง ตามลิงค์ ด้างล่างครับ
https://www.polygon.com/2019/10/30/20938550/call-of-duty-modern-warfare-highway-of-death-controversy



*ก็คนที่ทำให้ อเมริกาดูแย่ คิดหรือว่า เขาจะปล่อยไว้ ? ให้ดูตัวอย่าง ของ เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน ( Edward Joseph Snowden) หรือ วิกิลีกส์ (Wikileaks) เป็นตัวอย่าง 




หรือ ช่อง History ของฝรั่ง ก็มีคำแก้ตัวให้เนียนๆว่า ไอ้รถชาวบ้าน 2พันคัน ที่ไฟท่วมอยู่ จริงๆไม่ใช่ชาวบ้าน แต่เป็น ทหารอิรัก และครอบครัว ขโมยรถชาวบ้าน เพื่อขนอาวุธ และหลบหนีต่างหาก ซึ่งก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ
https://www.youtube.com/watch?v=hhmXleZXAr0
แล้วสำนักข่าว ไม่ว่า จะ รอยเตอร์ส หรือ บีบีซี หรือสื่อฝรั่ง เขาก็ นะ คิดเอาเองละครับ ว่า เราควรเชื่อเขาหมดใจเลยหรือไม่ หรือควร หาข่าวฝั่งตรงข้ามมาด้วย
อย่างล่าสุดที่ไทยโดน คือ ถูกกล่าวหาว่า ไล่เอาปืนจี้ผู้อพยชาวพม่า ให้ไทยดูชั่วร้าย แต่ ถ้า มาลองดูข่าวให้ครบ จะรู้ว่า  เรื่องนั้นจริงไม่จริง หรือว่า โดนปั่น
เหมือนเรื่อง การแบนกระทิไทย ว่าคนไทยชั่วร้ายทรมาณลิง ฯลฯ  ก็เลยหาเรื่องแบนกระทิไทย  เป็นต้น ซึ่ง ก็จะมีคนไทย ที่เชื่อและไม่เชื่อ สื่อฝรั่ง เป็นต้นครับ

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

มีเงิน เท่านี้ เอาไปทำอะไรดี ลงทุนอะไร ?


*ถามตอบแบบ  มนุษย์เกณฑ์เฉลี่ย บอก มนุษย์เกณฑ์เฉลี่ย  ถ้าคุณคิดว่าคุณคือ ยูนิคอร์น หรือ ช้างเผือก ปิดหน้านี้ไปซะครับ แล้วค้นต่อไป


มีเงิน เท่านี้ เอาไปทำอะไรดี  ลงทุนอะไร ?

 คนไทยชอบถามงี้ละ ไม่ใช่เพราะ มีเงินเหลือเยอะ แต่เพราะอยากได้เงินเพิ่มต่างหาก 

ถ้าลองค้นดู


นี้แค่เริ่ม มีคนเพียบงั้นลอง ใส่ ปี 2564 เข้าไปสิ

สรุป ผล เป็นล้าน ให้เลือก

ก็ไม่ได้ห้ามนะ ผมลงทุนใน BTC อยู่ เคยจะเขียนบทความตอนราคายังไม่ถึงล้าน ราคาขายผมเฉลี่ยที่ 4 กว่าเอง เรียกว่าขายหมู พอจะเขียน แฟนก็เตือน ว่าแนะนำไปก็โดนด่า ขึ้นก็แล้วไป ลงก็โดนด่า

อ่ะ งั้นก็ได้

ถ้าใคร จะลงทุน แล้วหลุดเข้ามาในนี้ ผมถือว่าโชคดี 1.ไม่ใช่เว็บดักควาย (ผมโดนประจำ) 2. ไม่ใช่เว็บหลอกลวงลงทุน แบบ Onecoin เป็นต้น 

เอาละถ้าจะถามว่าลงทุนอะไรดี ต้องถามก่อนว่า มีหนี้ไหม หนี้บ้าน หนี้บัตร หนี้รถ  ถ้ามี แล้วคิดว่ามือโปร กองทุนดังๆ เขาได้กำไรต่อปีเท่าไหร่ มากกว่า 18 % ไหม? หรือได้ แค่ 5-11 % ก็เปิดไวน์ ฉลองกันแล้ว
เอาเฉลี่ยก็ได้ แล้ว พวกที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ยังต้องมาถาม Google นี้ คิดว่าอ่าน สั้นๆ จะได้มากกว่าเขาหรือ หรือคิดว่า ดวงคุณดี เหมือน พระเอกในหนัง
ถ้าคิดแบบนั้นคิดผิด 9/10 คนเลยละ  ก็เหมือน การซื้อหวย ส่วนใหญ่คิดว่าเดียวก็ถูก แถมฝันถึงรางวัลใหญ่ 90 ล้าน อะไรแบบนั้นด้วย คิดไว้หมดแล้ว ว่าได้มาทำอะไรดี ผมรู้ได้ไง ตอบง่ายๆ ผมก็คิด ดิ

สอนการลงทุนง่ายๆ เอาตรงๆนะ ถ้าคุณอยู่ในเกณฑ์ เฉลี่ย ของคนที่ยังพิมพ์ถูกบ้างผิดบ้างในบ้างครั้ง ทำงาน ผิดพลาดบ้าง โดนลูกค้า หรือเจ้านายด่าบ้าง

1. ถ้ามีหนี้ บัตร เคดิต เอาไปลงทุนตรงนั้นละ คุณจะได้ ผลตอบแทน จากที่เคยจ่ายให้ธนาคาร 18-20% ต่อปี เข้าตัวคุณ ฟินๆ "ดีกว่าฝากประจำเยอะ " แถมไอ้หนี้ตัวนี้ ทบต้นทบดอก ทุกเดือนๆ ต่อให้ โควิด-19ระบาด ธานาคารปิด เคาเตอร์  น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดอกเบี้ยก็ยังวิ่งครับ ยอดไหมละ?

2.ถ้ามีหนี้บ้านอยู่อาศัย ตอนแรกจะคิดว่า ดอกเบี้ย บ้าน พอๆกับเงินเฟ้อ ซื้อบ้านยิ่งเร็วยิ่ง คุ้ม แถมค่าแรงค่าวัสดุยิ่งถูก กว่าซื้อที่หลัง ใช่คุณคิดถูก แต่แค่ตอนนี้นะ  เพราะนานๆไป ดอกเบี้ย มันงอก มาจากไหนไม่รู็  MMR มันขนาดนี้เลยหรือ  หรือ ย้ายงาน เปลี่ยนงาน แถมไม่กล้าปล่อยเช่า ทั้งที่ดอกยังวิ่ง หรือเกิดเหตุ ฟองสบู่แตก หรือนั่นนี้โน่น ตกงาน ฯลฯ ยิ่งบ้านไม่มีหนี้ ไม่ติดจำนอง ยิ่งไม่มีความเสี่ยง ให้คิดมาก นอนหลับฝันดี

ถ้าไม่มีหนี้บัตร ก็ โปะบ้านรายต่อไป ครับ อาจจะดู ดอกไม่คุ้มตอนนี้ แต่ระยะยาวคุ้ม เพราะบ้าน ลดต้นลดดอกไม่เหมือนรถ และ"ดีกว่าฝากประจำ "    แล้วก็ ในหนังสือ สอนรวยบางเล่ม ให้ผ่อนบ้านให้เช่า แล้วผ่อนไปซักพัก เอาบ้าน ไป จำนอง แล้วไปซื้อบ้าน แล้วไปให้คนอื่นเช่าอีกรอบ ทำจนรวยๆโคตรๆ อ่านแล้วฝันหวานไหม? ผมก็เป็น

คิดไหมว่า ทำไม เขาทำได้ แต่คน ที่ซื้อหนังสือไปส่วนใหญ่ ทำไม่ได้ หรือ พลาดแรง ? ผมว่า ส่วนใหญ่ตอบได้หมดละ ถ้าคุณคิดว่าคุณคือ ยูนิคอร์น หรือ ช้างเผือก ส่วนใหญ่ก็คิดงั้นละ เขาว่าเจน Z หลงตัวเองแล้ว แต่ GEN ME จะหลงตัวเองยิ่งกว่า  นั่นละ อย่าหาทำ จะทำ ก็ต้องคิดด้วยว่า ถ้า พลาด แค่ขาขาด ไม่ใช่ตาย ทางการเงิน พ่อแม่รุ่นใหม่ อาจจะไม่เตือน ว่า คนในค่าเฉลี่ย ไม่ใช่  ยูนิคอร์นหรือช้างเผือก แต่ชอบบอกลูกว่าลูกเก่ง ลูกเป็นคนพิเศษ เหนือเด็กใด ๆ  อยากรู้ง่ายๆว่าคุณระดับไหน ให้ดู เพื่อนรอบๆตัวคุณ ถ้าเพื่อนคุณ เป็น อีลอน มัสก์ คุณก็ อาจจะพอๆ หรือไม่ได้เหนือกว่า อีลอน มัสก์  ตามนั้นละ แล้วก็ถามว่า อีลอน มัสก์ เพื่อนคุณ มองคุณว่าไง ด้วยละ

3.ถ้ามีหนี้รถ อย่าคิดถึงไอ้คำว่าดอกเบี้ยคงที่ หรือ 0%คงที่  ให้คิดถึงดอกเบี้ยแท้จริง  แล้วก็ไม่ได้ให้รีบผ่อน หรือโปะ ใดๆ พลาดไปแล้ว ก็ช่างแม่-(ย่านางเถอะครับ) แค่ ดูแล มันดีๆ คอยถ่ายน้ำมันเครื่อง เช็ค ดูแลดีๆ ลมยาง  แบต ฯลฯ  ไม่ใช่ขับไปยางระเบิด เพราะงกไม่ยอมเปลี่ยน แล้วดันตาย ถ้าตายนี้ Game over  ทุนเละนะครับ แล้วไม่แนะนำให้เปลี่ยนรถ ถ้าไม่จำเป็น เพราะการเปลี่ยน รถ ส่วนใหญ่ ขาดทุน ป่นปี้ หรือโดนยึดรถเพราะผ่อนไม่ไหว ก็ขาดยิ่งกว่า ใช่ว่าโดนยึดรถแล้วจะจบ เพราะ ธนาคาร จะเอาไปเขา เลหลัง ไวๆ ราคา ต่ำเตี้ย ถ้ามีเงินพอดีแนะนำ ไปประมูลรถตัวเองคืน ถ้ามั่นใจว่า ราคาต่ำกว่าคุณภาพ และต่ำกว่าหนี้ที่ยึด เพราะ ถ้าขายรถแล้วมีส่วนต่าง ซึ่ง ส่วนใหญ่ขาดทุน ทั้งรถทั้งบ้าน ธนาคาร จะมาเก็บกับคุณต่อไป แล้วถ้าไม่มีเงิน เขาก็จะยึดสิ่งที่คุณมีต่อไป
สรุป "ไม่ได้ดีกว่าฝากประจำ แต่อย่าพลาด พลาดแล้วเจ็บ "


เพิ่ม ข้อ 0 หนี้นอกระบบ ถ้ามี รีบเลย ไม่ต้องลงทุนอะไรทั้งนั้น ไปจ่ายให้หมด

เอาละ แนะนำเบื้องต้น แบบ  มนุษย์เกณฑ์เฉลี่ย บอก มนุษย์เกณฑ์เฉลี่ย  ถ้าคุณคิดว่าคุณคือ ยูนิคอร์น หรือ ช้างเผือก ปิดหน้านี้ไปซะครับ แล้วค้นต่อไปครับ สู้เข้าไปทาเกชิ (  สู้ต่อไป ทาเคชิ )