วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

บันทึกประสบการตรงเรื่องค่าใช้จ่ายในการ การเขียนนิยายด้วย novelcrafter

 บันทึกประสบการตรงเรื่องค่าใช้จ่ายในการ การเขียนนิยายด้วย novelcrafter 


 


 อย่างแรกก็คือ ค่ารายเดือน แนะนำ Hobbyist ขึันไป .

โดยที่ ถ้าจะไม่ใช้รายเดือน ก็ต้องใช้ Artisan  500 บาทต่อเดือน

และใช้คู่กับ AI API  เช่น Openrouter  ซึ่งผมลองแล้ว ถ้าใช้ตัว ดีๆหน่อย จ่ายวันหนึ่ง 10ดอล ก็ได้ครับ ถ้าเดือนหนึ่ง แต่งนิยาย 20 วัน 200 ดอล หรือ 6600 บาท มาแน่+กัย novelcrafter อีก 500 ก็คือ 7000+


 

ตอนนั้นผมก็มาดูรายจ่าย ตอนนี้ ผมเปลี่ยน โมเดล AI จากตัวแพง มาเป็นตัวถูก ๆ 

และใช้คู่กับ Gemini รายเดือน 750 บาท หรือจะใช้เจ้าอื่น 800 บาทก็ได้โดยจะเป็ส

ค่า AI รายเดือน 800 + ค่า Novelcrafter 500 บาท และ ค่า API เฉลี่ย เดือนละ 20 ดอล หรือ700 บาท 

ทำให้รวมแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับ แต่นิยายอยู่ที่ 2000 ต่อเดือน

ซึ่งเราก็ต้องเลือก โมเดล AI ที่มีความฉลาดพอได้และราคาเหมาะสม 

ถ้าไปเลือก GPT-6 Astra หรือ Fable 5.1 รับรองแตก ครับ

ต้องคิดว่า 1เดือน จะแต่งนิยายได้ถึงเล่มไหม หรือ 1เล่มใช้เวลา 6เดือน

หมายความถ้าเป็นผม ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 12,000 บาท ต่อเล่ม ไม่รวม ค่ากินค่าที่พัก ค่าไฟฟ้า ฯลฯ 

แล้ว  จะขายออกหรือเปล่าก็อีกเรื่องครับ ผมคนหนึ่งละ อย่าว่าแต่ขายออกเลยครับ ยังไม่มีใครอ่านเลยครับ ให้เพื่อนอ่านก็ไม่อ่านให้ สาว ให้ครอบครัวอ่าน ก็ไม่อ่านด้วยซ้ำ

และหลุมดำของ  Novelcrafter กับ  Openrouter  มันสวนทางกันในใช้จ่าย คือ

 Novelcrafter เดือนละ 500 ใช้น้อย ขาดทุน 

ส่วน  Openrouter  จ่ายตามจริง ทำให้ เราใช้เยอะ เยอะ กว่าแบบรายเดือนอีกครับ 

ดังนั้น ผมเลยเอามาหารกับ Gemini รายเดือน โดยใช้ Gemini เปิดก่อน พอหมด ค่อยเปลี่ยใช้ API ครับ 

แล้วถ้าว่าทำไม ไม่ใช้ Local llm ละ ฟรีไม่ใช่หรือ 

ผมก็จะบอกใช่ครับ แต่มันช้า และ ความฉลาด ไม่สู้ ตัวเสียเงินครับ

เอาเป็นแค่ Google Gemma 4 31b แม้มันฉลาดกว่า Gogle Gemini  3.5 Flash-Lite  แต่เวลาผมใช้จริงผมก็ต้องใช้เวอร์ชั่นบีบอัดเป็น Q4 หรือ Q3 ครับ  พอสมองพิการ มันก็เลยไม่ได้ฉลาดกว่าจริงๆครับ 



 https://llm-stats.com/models/compare/gemini-3.8-flash-vs-gemma-4-31b-it

Local LLM มันเหมาะกับอะไรที่เป็นความลับบริษัทเฉยๆครับ 

 แล้วจากที่ผมลอง ความฉลาดที่รับได้ในการแต่งนิยาย (มุมมองผมคนเดียว) อยู่ที่ Gemini 3.8 Flash เป็นขั้นต่ำครับ  

เอาละแล้ว ตัวที่เหมาะกับเขียนนิยายจริงๆก็เป็น  "Best AI Models for Roleplay (RP) and Creative Writing" โดยถ้าผมใช้วิธีคิดแบบ  ภูมิปัญญาของฝูงชน (The Wisdom of the Crowds) ตัวที่คนใช้เยอะสุด 1-3 แปลว่า มันน่าเป็นตัวที่เหมาะสม ทั้งราคาและความฉลาดครับ

ดูได้ที่ "Best AI Models for Roleplay (RP) and Creative Writing" (หรือเข้าตรงที่ openrouter.ai/collections/roleplay) 

 


 

 จากข้อมูลวัน  2025-sep-15 เราจะเห็น Deepseek จอง 1-3 เลยละครับ

ต่อไป อัน 4 ก็เป็น Gemini 3 Flash และ 5 คือ Gemma 4 31b it นะครับ 

 แต่พอมาวันนี้ ข้อมูล 2026-sep-14  เราจะเห็น Mino 2.5 กับ GLM 5.3 Flash แทรกเข้ามา แซง Gemini 3Flash เลยนะครับ 

https://openrouter.ai/deepseek/deepseek-v3.2-20251201

https://openrouter.ai/xiaomi/mimo-v2.5-20260422

https://openrouter.ai/deepseek/deepseek-v4-flash-20260731

https://openrouter.ai/z-ai/glm-5.3-flash-20260826 

ชื่อรุ่น (Model Name)ราคาต่อ 1 ล้าน Tokens (Input / Output)ระดับความฉลาดและจุดเด่น (Intelligence & Key Strengths)
DeepSeek V3.2
• Input: ~$0.21


• Output: ~$0.31

• ความฉลาดระดับแนวหน้าเทียบชั้น GPT-5 level


• โดดเด่นด้านการใช้เหตุผลเชิงลึก (Reasoning) และการคิดแบบ Thinking in Tool-Use


• Context Window ขนาด 164K Tokens

Xiaomi MiMo-V2.5
• Input: ~$0.12 – $0.14


• Output: ~$0.24 – $0.28

• Native Omnimodal รองรับทั้งข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ


• ความฉลาดสายพัฒนาซอฟต์แวร์สูงมาก (Coding Index ~56.8, GPQA ~84.9%)


• Context Window ใหญ่สะใจถึง 1.1 ล้าน Tokens

DeepSeek V4 Flash 0731
• Input: ~$0.03


• Output: ~$0.13

• สถาปัตยกรรม Sparse MoE เน้นความเร็วสูงและราคาประหยัดที่สุด


• เด่นงานเขียนโค้ด (Coding), การคิดเชิงตรรกะ และระบบ Agent ในต้นทุนต่ำมาก


• เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วและการประมวลผลปริมาณมาก

Z.ai GLM 5.3 Flash
• Input: ~$0.075


• Output: ~$0.25

• ความฉลาดสูงเทียบเท่าระดับ Claude Opus 4.8 (Intelligence Index ~57)


• รองรับ Multimodal แท้ (ข้อความ ภาพ วิดีโอ) และเป็นโมเดล Open-weights


• Context Window ยาวถึง 1.31 ล้าน Tokens เด่นเรื่องงาน Agent ระยะยาว

 เราจะเห็นว่าราคาคือหัวใจหลัก  และตอนนี้ Gemma 4 ตกกระป๋องไปแล้วนะครับ

 พูดตามตรงว่า ถ้ายึด  ภูมิปัญญาของฝูงชน (The Wisdom of the Crowds) เราควรเลือง โมเดล เอไอ อันดับ 1-9 ตัวไหนก็ได้ครับที่จ่ายไหว แต่ ใน 1-9 ไม่มี ตัว $10/$50 อยู่เลย หรือไม่มีตัว $2/$10 ด้วยซ้ำครับ 

เอาตรงๆ พวก  $10/$50 เอาไว้ใช้เขียนโค้ด หรืองานวิจัย จะคุ้มค่ามากกว่าครับ เอามาเขียนนิยาย แตกแน่นอนครับ อย่าหาทำ โดยเฉพาะ มือสมัครเล่นครับ  เพราะคนเขียนนิยายหน้าใหม่ มีเป็นพันคน แต่ ขายได้ นิดเดียวครับ  แต่ถ้าเขียนเป็นงานอดิเรก ไม่หวังเงินแบบผม ตามสบายครับ  แต่ผมก็ยังมานั่งคิดอยู่ดีเพราะ  งานอดิเรก แต่งนิยาย แต่จ่าย 42,000 ก็ไม่ไหวครับ 6,000 ก็พอไหวอยู่ครับ อะไรแบบนี้ละครับ

และนี้ตารา ไว้ประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆครับ สำหรับว่าจะแต่งนิยาย กี่เดือน   6เดือน 12เดือน 


สรุปบทความด้วย AI มูลค่า 2-3 บาท

 

บทความนี้ถอดบทเรียนการบริหารต้นทุนการผลิตนิยายด้วย AI ร่วมกับโปรแกรม Novelcrafter โดยชี้ให้เห็นว่า การเลือกโมเดล AI และโครงสร้างราคา (Fixed vs Variable Cost) คือปัจจัยตัดสินว่านักเขียนจะรอดหรือขาดทุน

สรุป 4 ประเด็นสำคัญจากบทความ

  • 1. แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายด้วย "กลยุทธ์ไฮบริด"

    • วิธีเดิม (API ตัวท็อป): Novelcrafter (500 บาท) + OpenRouter API ราคาแพง (~6,600 บาท) = ~7,100+ บาท/เดือน (แต่ง 6 เดือน ต้นทุนพุ่งถึง ~42,600 บาท/เล่ม)

    • วิธีไฮบริด (แนะนำ): Novelcrafter (500 บาท) + Gemini เหมาจ่ายรายเดือน (~800 บาท) + API ตัวประหยัดไว้เก็บงาน (~700 บาท) = ~2,000 บาท/เดือน (แต่ง 6 เดือน ต้นทุนเหลือเพียง ~12,000 บาท/เล่ม) ลดลงถึง 72%

  • 2. กับดัก Local LLM (รัน AI บนเครื่องส่วนตัว)

    • แม้ว่าจะฟรี แต่งานช้า และเมื่อนำโมเดลใหญ่ (เช่น Gemma 4 31B) มาบีบอัดเป็น Q3/Q4 เพื่อให้ลงการ์ดจอทั่วไปได้ ภาษาจะแข็งและหลุดบริบท (สมองพิการ) ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

  • 3. พฤติกรรมฝูงชนบน OpenRouter (Wisdom of the Crowds)

    • ตลาดสาย Roleplay & Creative Writing ในปี 2026 เปลี่ยนมาใช้โมเดลเน้นความคุ้มค่า เช่น Xiaomi MiMo-V2.5, Z.ai GLM 5.3 Flash และ DeepSeek V4 Flash ที่ได้ Context ใหญ่ระดับล้านโทเคนแต่ราคาเพียง $0.03 – $0.28 / 1M Tokens

    • โมเดลระดับราคาสูง ($10 - $50 / 1M Tokens) เหมาะกับงานเขียนโค้ดหรืองานวิจัย ไม่คุ้มค่ากับการนำมาแต่งนิยายเชิงพาณิชย์หรือเป็นงานอดิเรก

  • 4. การประเมินจุดคุ้มทุนเชิงพาณิชย์

    • สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ที่ยอดขายยังไม่แน่นอน การคุมต้นทุนให้อยู่ในช่วง 12,000 บาท/เล่ม (หรือต่ำกว่า) คือระดับความเสี่ยงที่รับได้ ต่างจากการจ่าย 42,000+ บาท/เล่ม ที่มีโอกาสขาดทุนสูงมาก
*************
เพิ่มเติมผลการ เทส สองรอบ ที่ไม่ใช่สองรอบจริงๆ เปลืองเงินอยู่ครับ เอาเป็น ผลทดสอบยังไม่สมบูรณ์ แต่พอเป็นแนวทางได้ครับ ไปลองเทสเอง ให้สมบูรณ์ได้ครับ โมเดลเหล่านี้ผมคัดมาแล้ว หลายเดือน ที่เอามาทดสอบครับ หมายความ ผู้อ่านบทความจะประหยัดเงินและเวลาการเทสไปได้ครับ
 
A
โมเดล AIราคาโดยประมาณจากการเฉลี่ย (ดอลลาร์)* และ จำนวนครั้งในการเจนไม่เท่ากัน คะแนนคุณภาพความคุ้มค่าต่อราคา (Value for Money / ROI)
GPT-5.6 Luna Pro$0.01819 / 10สมดุลความคุ้มค่าสูงสุด (Best Overall ROI)
gemini3.8flash$0.0279.5 / 10คุณภาพยอดเยี่ยมในราคาสมเหตุสมผล (Top Tier Value)
Gemini 3.1 Pro preview$0.1058.5 / 10แพงเกินความจำเป็น (Overpriced for the output)
deepseek v4 flash 0731$0.0006982 / 10ถูกแต่ใช้งานไม่ได้จริง (False Economy)
 * ผู้ประเมินคือ Google Gemini 3.1 Pro Preview โดยการใช้พรอมพ์เดียวกันทั้งหมด แล้ว ประเมินด้วยราคา กับคุณภาพงานเขียน 
 
 
 
B 
โมเดล AIราคาโดยประมาณจากการเฉลี่ย (ดอลลาร์)* และ จำนวนครั้งในการเจนไม่เท่ากันคะแนนคุณภาพ (เต็ม 10)ความคุ้มค่าต่อราคา (Value for Money)
Deepseek V4 Flash$0.0008963 / 10สายปั่นเน้นปริมาณ (Volume over Quality)
GLM 5.3$0.009848.5 / 10ม้ามืดสายประหยัด (Best Budget Choice)
GPT-5.6 Luna Pro$0.02039.5 / 10คุ้มค่าการลงทุนที่สุด (Best Overall ROI)
Qwen3.8Max$0.080410 / 10พรีเมียมแต่จ่ายหนัก (Premium Luxury)
Gemini 3.1 Pro Preview$0.1058.5 / 10แพงเกินความจำเป็น (Overpriced for this task)
*หมายเหตุ Gemini 3.8 Flash ไม่สามารถ ดำเนินการแต่งนิยายนี้ได้ ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งก็ตาม 
* ผู้ประเมินคือ Google Gemini 3.1 Pro Preview โดยการใช้พรอมพ์เดียวกันทั้งหมด แล้ว ประเมินด้วยราคา กับคุณภาพงานเขียน 
 


ข้อสังเกต
ประเด็นคำแนะนำ
ความเก่งเฉพาะทาง (Task Specificity) นี่คือผลเทสสำหรับงานเขียน/แต่งนิยายเป็นหลัก โมเดลที่สอบตกหรือปฏิเสธการทำงาน (เช่น Gemini 3.8 Flash ในเทส B) อาจจะเก่งในงานประเภทอื่น เช่น เขียนโค้ดหรือวิเคราะห์ข้อมูล
ความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ (Consistency)โมเดลที่ได้ 10/10 อาจมีจังหวะ "หลอน" หรือให้ผลลัพธ์ดรอปลงในการรันรอบที่ 3-4 ผู้อ่านควรเผื่อใจและคอยตรวจสอบความต่อเนื่องของเนื้อเรื่อง
รสนิยมของกรรมการ (AI Judge Bias)กรรมการที่เป็น AI มักจะชอบสำนวนภาษาที่มีโครงสร้างเป็นระเบียบ หรือมีแพทเทิร์นชัดเจน ซึ่งบางครั้งอาจไม่ตรงกับจริตและอารมณ์ความชอบของนักอ่านนิยายที่เป็นมนุษย์ 100%

ข้อเสนอแนะ จาก AI 

บทความนี้มีความแหลมคมในเชิง Unit Economics (การคิดต้นทุนต่อชิ้นงาน) และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ AI ในสายงานสร้างสรรค์ได้อย่างสมจริง มีจุดเด่นสำคัญ 3 เรื่อง:

  1. การก้าวข้ามการจ่ายแบบหักโหม (Hybrid Cost Model): การเอา Fixed Cost (Gemini รายเดือน) มาเป็นตัวร่างหลัก แล้วใช้ Variable Cost (API) เฉพาะงานเก็บรายละเอียด/ขัดเกลา ช่วยลดต้นทุนลงได้ถึง 70–75% เป็นการบริหารเงินที่ฉลาดมากสำหรับนักเขียนอิสระ

  2. การปลดล็อกมายาคติเรื่อง Local LLM: สะท้อนความจริงที่สายเขียนนิยายมักมองข้ามว่า เมื่อนำโมเดลใหญ่มาบีบอัด (Quantization Q3/Q4) เพื่อให้รันบนการ์ดจอทั่วไปได้ เสน่ห์และจังหวะภาษาในการเล่าเรื่องจะหายไปอย่างรวดเร็ว

  3. การตระหนักรู้เรื่อง AI Bias: ผู้เขียนเข้าใจขีดจำกัดของการใช้ AI ประเมิน AI (Gemini 3.1 Pro Preview เป็นกรรมการ) ว่าจริตของ AI มักชอบงานที่มีโครงสร้างเนี๊ยบ ซึ่งอาจไม่ตรงกับอารมณ์ของนักอ่านมนุษย์เสมอไป

ประเด็นที่อยากเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อเติมเต็มบทความ

หากต้องการนำบทความนี้ไปเผยแพร่หรือใช้เป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์ มี 4 เทคนิคทางเทคนิคและกลยุทธ์การทำงานที่สามารถเพิ่มเข้าไปได้:

1. การเปิดใช้ Prompt Caching (ตัวเซฟเงินหลักร้อยเหลือหลักสิบ)

ใน Novelcrafter ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ค่า API พุ่งคือการส่ง Context Window (ประวัติเรื่องย่อ + ข้อมูล Codex/ตัวละคร + เนื้อหาก่อนหน้า) กลับไปให้ AI อ่านใหม่ทุกครั้งที่กด Generator

  • เทคนิคที่ควรเพิ่ม: โมเดลตระกูล DeepSeek, Gemini และ Anthropic รองรับ Prompt Caching หากเราใช้ API ผ่าน Provider ที่เปิดฟีเจอร์นี้ หรือตั้งค่าใน Novelcrafter ให้ Cache ส่วนที่เป็น Lorebook/Codex ไว้ จะช่วยลดราคา Input Token ของบริบทเดิมลงได้ 50% – 80% ส่งผลให้ค่า API ลดลงอีกเกือบครึ่ง

2. กลยุทธ์แยกโมเดลตามระยะงาน (Modular Workflow)

ไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลตัวเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ควรแบ่ง AI ตามจุดแข็งของงาน:

ขั้นตอนงานเขียนลักษณะงานโมเดลที่เหมาะสมเหตุผลด้านต้นทุน/คุณภาพ
Structure & Outlineวางโครงเรื่อง/หาช่องโหว่GLM 5.3 / Gemini Proใช้สมองการวิเคราะห์เชิงตรรกะสูง
Drafting (เขียนบทร่าง)ปลดปล่อยจินตนาการ ลื่นไหลGPT-5.6 / Qwen / MiMoสำนวนภาษาเป็นธรรมชาติ คุ้มราคา
Polishing & Grammarตรวจคำผิด ปรับจังหวะประโยคDeepSeek V4 Flashถูกและไวมาก ไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลแพง

3. การตัดทอน Token ใน Novelcrafter (Token Budgeting)

นักเขียนจำนวนมากเปิดให้ Novelcrafter ดึงข้อมูล Codex (โลกในนิยาย/ตัวละคร) เข้ามาใส่ใน Prompt ทุกๆ Scene โดยไม่จำเป็น

  • คำแนะนำ: กำหนดค่า Active Codex เฉพาะตัวละครหรือสถานที่ที่อยู่ใน Scene นั้นๆ รวมถึงจำกัด Output Max Tokens ไว้ที่ราวๆ 400–800 Tokens ต่อการรัน 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ AI เขียนยาวเกินไปจนออกนอกลำน้ำ (Hallucination) ซึ่งทำให้เสียเงินเปล่า

4. กลยุทธ์ลดความเสี่ยงทางการเงินด้วย "Early Feedback"

ผู้เขียนกังวลเรื่องการจ่ายเงิน 12,000 บาท/เล่ม แล้วไม่มีคนอ่าน (เพื่อน/ครอบครัวไม่อ่าน):

  • ข้อเสนอแนะ: ควรกำหนดกลยุทธ์ Serial Publishing ร่วมด้วย เช่น เมื่อแต่งจบทุกๆ 20% ของเรื่อง (ประมาณ 2-3 หมื่นคำ) ให้ลงในแพลตฟอร์มรายตอน (เช่น ReadAWrite, Fictionlog, Royal Road) เพื่อเช็กกระแสและสร้างฐานแฟนคลับ หากผ่านไป 30% แล้วยังไม่มีคนอ่าน จะได้พิจารณาปรับปรุงเนื้อหา หรือพับโครงการก่อนที่จะจ่ายครบ 12,000 บาทโดยไม่ได้ผลตอบรับเลย

 =========================
 
เพิ่มเติม ผลเทส C
โมเดลราคา (USD)คะแนนการใช้ภาษา/การเล่าเรื่องคะแนนความคุ้มค่าลักษณะเด่นของเนื้อหา
GLM 5.3 Flash$0.01129.5 / 1010 / 10บรรยายสัมผัสและอารมณ์ภายในได้ลึกซึ้งที่สุด ภาษาสละสลวยเป็นธรรมชาติ
GPT-5.6 Luna PRO$0.01998.0 / 108.5 / 10ใช้ภาพพจน์เปรียบเทียบดีเยี่ยม  แต่การตัดบรรทัดขัดจังหวะการอ่าน
Gemini 3.8 Flash$0.02977.5 / 107.0 / 10เล่าเรื่องกระชับ ตรงประเด็น แต่อารมณ์ร่วมและการพรรณนายังค่อนข้างแห้ง
Qwen3.8 MAX 0902$0.09178.5 / 104.0 / 10ดึงบริบทเก่า  มาเชื่อมโยงได้ดีมาก แต่ราคาแพงเกินไป
 * ผู้ประเมินคือ Google Gemini 3.1 Pro Preview โดยการใช้พรอมพ์เดียวกันทั้งหมด แล้ว ประเมินด้วยราคา กับคุณภาพงานเขียน 

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

เทคนิคประหยัดเงิน ค่า โทเคน สำหรับ Open Router


 

เอาละวันนี้มีประสบการณ์ตรงมา

คืองี้ผมโดน วันถึงสองวัน  ใช้ openrouter ไป 10 ดอล  ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป นอกจากจะแพงกว่ารายเดือน gemini pro 750 บาทแล้ว อาจจะแพงกว่าอัลตร้า ก็ได้  

 


แล้วหลังจากการเช็คค่าใช้จ่าย ผมเจอความจริงเรื่อง ผู้ให้บริการ หรือ Provider ที่แต่ละเจ้าราคาไม่เท่ากัน

เช่นตัวโมเดลบอกลด 50% แต่มันไม่ลดทุกเจ้าตัวอย่าง GLM 5.3

 


ตัวอย่างภาพนี้เราจะเห็นว่ามันลดแค่บางเจ้า ไม่ใช่ทุกเจ้า 

หมายความว่า ดังเดิม เราไม่รู้มันจะส่งเราไปเจ้าไหน หากค่าเดิมตั้งไว้ที่สมดุล คือทั้งความเร็วเวลาตอบสนองและราคา บางที่ราคาถูกแต่คนใช้เยอะมันก็จะโยนเราไปที่ๆว่างอยู่ แล้วที่มันว่างก็เพราะมันแพงไงครับ  

เอาละ  

 

 ตรงนี้ละผมจะมาหาวิธี การแก้ไขและมาแชร์ เป็นสเต็ปปกติของบล็อก poipoi 

โดยที่เราตั้งค่า ที่ส่วน Routing ตามภาพ และตั้งค่า ให้ เลือกอันที่สุดก่อน 

หรือเราจะเลือก รายตัวก็ได้ตามที่ เขาบอก Restrict to Allowed Model List
 Use model patterns to control which models the auto-router can route between. Separate patterns with commas or newlines, and use wildcards such as "anthropic/*" to match a model family. Leave empty to let the auto-router choose from every model it ranks for your request.

 

ตรงนี้ ใครจน เลือก เอาถูกๆ ที่ลดราคาครับ

 

เอา ถัดมา เราสามารถ ประหยัด input token ได้ ด้วยการใช้ Provider  ผู้บริการรายเดิม ครับ

คือถ้าเรารันซ้ำในเวลาไม่ห่างกัน มันจะ ใช้ในเคส ซึ่งราคาถูกมาก แต่หากเราใช้  Provider ผู้บริการคนเจ้า มันไม่มีแคสข้ามเจ้ากันนะครับ  การล็อกเจ้า Provider  ไว้  ถือว่าช่วยเรื่องความประหยัดครับ แต่บางที มันก็คนเต็มครับ รออย่างนาน 

 


 ภาพนี้แสดงให้เห็นรว่า provider cacher 23040 token ตรงนี้ละครั้บ ทำให้ประหยัดเงินได้เกิบ ครึ่งเลยนะครับ 

 

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่เราจะเลือกผู้ให้บริการได้ คือตรงนี้ครับ 


 https://openrouter.ai/settings/privacy

 

Providers

Control which providers are used for routing. Leave empty to allow all.

Allowed Providers

Exclusively enable these providers for your requests.

Ignored Providers

Exclude these providers from serving any requests.

 ตรงนี้ละครับ ลองดูครับ ตั้งค่าให้เหมาะกับตัวเองครับ แต่ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็แนะเน้นเร็วไว้ก่อนครับ

 

=====================ส่วนนี้ผมให้ AI ทำวุ้นแปลภาษา จากภาษา poipoi เป็น ภาษาไทยทั่วไปนะครับ ========

บทความนี้เป็นแนว แชร์ประสบการณ์และวิธีแก้ปัญหา (Case Study & How-to Guide) จากผู้ใช้งานจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการต้นทุนการใช้ API ผ่านแพลตฟอร์ม OpenRouter เพื่อไม่ให้งบบานปลาย โดยสรุปและวิเคราะห์จุดสำคัญได้ดังนี้ครับ:

1. แก่นของปัญหา (Pain Point)

  • ค่าใช้จ่ายบานปลายเกินคาด: ผู้เขียนใช้เงินไปประมาณ 10 USD (ราว 350+ บาท) ภายใน 1–2 วัน ซึ่งหากอัตรานี้คงที่ต่อไป ต้นทุนจะสูงกว่าการสมัครแพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนของโมเดลระดับท็อป (เช่น Gemini Pro ~750 บาท หรือกระทั่ง Ultra)

  • กลไก Default Routing ของ OpenRouter:

    • โดยปกติระบบจะใช้ค่าเริ่มต้นในการจับคู่ Provider แบบสมดุล (Balance ระหว่างความเร็วในการตอบสนองกับราคา)

    • เมื่อ Provider เจ้าที่ราคาถูกมีคิวหนาแน่น ระบบจะ Route ส่ง Request ไปยัง Provider เจ้าอื่นที่ว่างอยู่ ซึ่งมักจะเป็นเจ้าที่ราคาสูงกว่า ทำให้ผู้ใช้โดนคิดเงินแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

  • โปรโมชันหรือส่วนลดไม่ได้มีผลทุกเจ้า: เช่น โมเดลตัวเดียวกัน (GLM) มีป้ายลด 50% แต่จริง ๆ แล้วลดเฉพาะบาง Provider เท่านั้น หากระบบ Route ไปเจอเจ้าที่ไม่ได้ลด ก็ต้องจ่ายราคาเต็ม

2. ทางออกและเทคนิคที่ผู้เขียนแนะนำ (Solutions)

ประเด็นวิธีการแก้ไข / ตั้งค่าผลลัพธ์ที่ได้
Routing Strategyปรับการตั้งค่าการจัดเส้นทางให้เน้น "ราคาถูกที่สุด" (Cheapest / Price priority) หรือจำกัดรายชื่อโมเดลเฉพาะเจาะจงป้องกันไม่ให้ระบบส่ง Request ไปหา Provider ที่แพงเพื่อแลกกับความเร็ว
การใช้ Prompt/Context Cachingล็อกการใช้งานกับ Provider เจ้าเดิม แทนที่จะสลับไปเรื่อย ๆได้ประโยชน์จาก Input/Context Cache (ในบทความประหยัดได้ถึง 23,040 token) ช่วยลดค่า Input Token ไปเกือบครึ่งหนึ่ง
Provider Controlไปที่หน้าการตั้งค่า Provider (Allowed Providers / Ignored Providers) เพื่อเลือกเฉพาะเจ้าที่ต้องการ หรือบล็อกเจ้าที่แพงเกินไปควบคุมขอบเขตของระบบไม่ให้ไปเรียกใช้ Provider ที่ไม่ต้องการได้ 100%

3. จุดเด่นและข้อสังเกตของแนวทางนี้

  • จุดเด่น:

    • เป็น Insight เชิงลึกที่ตรงจุด: คนทั่วไปมักเข้าใจว่า OpenRouter คิดราคาตามโมเดล แต่จริง ๆ คือ "โมเดลเดียวกัน แต่ต่าง Provider ราคาและนโยบาย Caching ไม่เท่ากัน"

    • ชี้ให้เห็นความสำคัญของ Caching: การชี้ประเด็นเรื่อง Cache ข้าม Provider ไม่ได้ ถือเป็นความรู้เชิงเทคนิคที่ช่วยเซฟต้นทุนอย่างมากสำหรับงานที่มี System Prompt หรือ Context ขนาดยาว

  • ข้อแลกเปลี่ยน (Trade-offs) ที่ต้องระวัง:

    • Latency & Queue Time: หากเลือกล็อกเฉพาะ Provider ที่ถูกที่สุด หรือเน้นราคาต่ำสุด อาจต้องแลกกับความเร็วที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หรือเสี่ยงเจออาการ Request Time-out ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น

บทสรุป

เป็นประโยชน์มากสำหรับ Developer หรือผู้ที่ใช้ AI API ปริมาณมาก โดยใจความสำคัญสรุปเป็นกฎสั้น ๆ ได้ว่า:

"อยากจ่ายถูก: ล็อก Provider เดิมเพื่อกิน Cache + เลือกเส้นทางเน้นราคาต่ำสุด"

"อยากได้งานเร็ว/ไม่สะดุด: ปล่อยให้ระบบเลือกตามความพร้อมของเซิร์ฟเวอร์ แต่ต้องยอมจ่ายแพงกว่า"

 

 

ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/09/openrouter.html

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569

ข่าว:การ์ดความจำเถื่อน เสียบปุ๊บไวรัสกินปั๊บ! | ก็พาดหัวข่าวเวอร์ไป ดักควายอย่างผมได้1ตัว

 


วันนี้เจออีกแล้ว ข่าวที่ชอบเรียกยอดคลิ๊ก มากเกินไป เช่นข่าวนี้  

ใช้ SD-card เถื่อน “การ์ดความจำเถื่อน” เสียบปุ๊บ ไวรัสกินปั๊บ 

 ผมก็โดนดักควายคลิ๊กอ่านดู  

เอาละ จากที่ผมอ่านรายงานข่าว  ตำรวจไม่ได้ระบุว่าได้นำการ์ดของกลางไปสแกนหาไฟล์มัลแวร์ หรือแสกนไวรัส ดังนั้น ก็แปลว่าไม่เจอไวรัสในของกลางครับ  เหมือนไม่เคยเจอผีในของกลาง แต่บอกมีผีสิงในของกลาง นั่นละครับ   

ผมสรุปให้เลยนะครับว่าเวอร์ไป พูดเกินจริง เพื่อยอดคลิ๊ก หรือไม่ ก็อีกเรื่องหนึ่งครับ

ถ้าบอกว่า "อาจจะติดไวรัส" อันนี้ได้ครับ  แต่ถ้าบอกว่าเสียบปุ๊บติดปั๊บ ก็แปลว่าตำรวจ ต้องตรวจสอบและรายงาน ว่าพบไวรัส  ประเภท ชนิด  เป็นต้น  แต่มันใช่หรือครับ?

แล้วต่อให้เจอ 1 ตัวจาก 10 ตัว ก็ยังต้องใช้คำว่า อาจจะติดไวรัส ด้วยซ้ำครับ  

แล้วคำว่า "อาจมีไวรัส" ผมก็สามารถใช้คำว่า อาจมีภาพโป้ ในหน่วยความจำหลงเหลืออยู่  ได้ไหมครับ? ฟังดูเพ้อเจ้อใช่ไหมครับ แต่ในความจริง SD-Card เก่า ถูกเอามาลบข้อมูล แล้วขายใหม่ สามารถกู้ได้หมดครับ ตราบใด ที่ยังไม่โดนเขียนทับครับ 

 แต่ภาพโป้ มันไม่กระตุ้นความกลัว  (Fear-mongering)  หรือ ความอยากคลิก เหมือน ไวรัสคอม ครับ 

 และที่สำคัญนักข่าว คือ ฐานันดรที่ 4 นะครับ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีจรรยาบรรณ มีสมาคมนักข่าว  และมีเงินเดือน ดังนั้นประชาชนอย่างผม ต้อง หวังว่า นักข่าว และ สำนักข่าว จะมีการนำเสนอ ที่เหนือกว่า ชาวบ้านตาดำๆครับ และถ้าสำนักขาวไหน ไม่พอใจ ให้บล็อกผม ทันทีเลยครับ  เพราะนักข่าวและคนรายงานข่าวในไทย บล็อก 1 เกิดใหม่สิบ ครับ

 แล้ว นี้เป็นเรื่องระดับปกติ แม้ไม่แรงเท่าเรื่องครูแพะ หรือ ลุงพล ที่นักข่าวทำก็ตามครับ  และผมขอใช้คำว่า "ติเพื่อก่อ" ที่สำนักข่าวชอบใช้กัน กลับให้ นักข่าวและสำนักข่าว และ ฐานันดรที่ 4 นะครับ ได้ไหมครับ ถ้าใช้มาตรฐาน นี้เหมือนกัน?


 เอาละ บ่นนักข่าวพอแล้ว มาเข้าเรื่องครับ

 SD-Card ปลอม  ที่ขายกันก็คือของห่วยๆ มาแปะยี่ห้อแบรน ดัง เหมือนเคส ทีผมเขียนบทความ วิธีดู หัวชาร์จ Apple จริง หรือปลอมนั่นครับ ของห่วยๆ

แต่ถ้า ใช้คำว่า SD-Card เถื่อน ก็อาจจะเป็นของนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาติ อาจจะเป็นญี่ห้อจีนแแปลกๆ ราคาถูกๆ 

หรือมีเคสย้อมแมวเช่น เอา SD-Card มือสอง  หรือจากร้านขายของเก่า มาลบข้อมูล (ไม่ใช่ Full format ) แล้วลงเฟิร์มแวร์ใหม่ ให้เครื่องมองเห็นจาก 8GB เป็น 128GB เป็นต้น ตรงนี้ ถ้ามี อะไรส่วนใหญ่จะโปรแกรมเก่าๆตกยุค เครื่องที่มีปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ไม่ควรจะเป็นไร  อันนี้เราจะเห็นเคสนี้ แม้ในแฟรตไดร์ หรือใน SSD ที่ไส้ในคือ SD-Card  มีขายทั่วไปในแอปแดง,แอปส้ม,แอปดำ , และในในเฟส 





แล้วถ้าเป็นของผลิตใหม่ ห่วยๆ ของห่วยๆของถูกๆ เขาไม่มาเสียเวลา เสียบ แล้ว ลากไวรัสลงหน่วยความจำหรอกครับ เพลอๆไม่ QC ด้วยซ้ำ เว้นแต่ต้องการ โจมตีทางไซเบอร์ เช่น กลุ่มแฮกเกอร์ หรือจากเจ้าหน้าหน่วยข่าวกรอง เป็นต้น เขาก็ไม่ใส่ไวรัสครับ แต่เขาใส่ม้า ม้าโทรจัน ครับ 


 

ปัญหาจริงๆคือ ความจุไม่ถึง สเปคไม่ถึง ความเร็ว อ่าน/เขียน ต่ำกว่าสเป็ค และจำนวนรอบเขียนซ้ำต่ำ 

หรือแม้แต่ เอา ของเก่า มา ใส่ห่อใหม่  

 พูดง่ายๆก็คือ ข้อมูล พัง ไม่ช้าก็เร็วครับ แต่ที่แน่ๆได้ของสเป็คต่ำ 

และอีกอย่าง ไวรัส  สมัยนี้ ปี 2026 ไม่ใช่ภัยคุกคาม แบบยุคก่อน Y2K ครับ windows ก็มีสแกนไวรัสฟรีมาอยู่แล้ว สแกนไวรัส อย่าง แมคอะฟี่ McAfee, Avast ,Avg , Noton, ESET NOD32,ฯลฯ  ก็ฉิบหายกันหมดแล้ว 
แล้วไอ้ Auto run นี้มันสมัยครับ win 7 เปล่าครับ? หรือ แอนดรอย คิทแคท , โลลิป๊อป มันก็ไม่ได้นิครับ มันต้องย้อนไประดับไหนละครับ ? 

 ไอ้ความเชื่อ เรื่องไวรัสคอมที่ทำเครื่องพัง สมัยนี้   คือ นี้ตกยุค หรืออ่านนิยายมากไป ถ้าดูดข้อมูล หรือ พาส หรือ กระเป๋าคริปโต อันนี้ค่อยน่าเชื่อหน่อยครับ 
แล้ว โจร มันจะร่วมมือกับโรงงานหรือครับ ? บ้าเปล่า ถ้าเป็น รัฐบาลร่วมมือกับโรงงาน ฝังระเบิด ในเพจเจอร์ หรือไว้รัส ไว้ดักข้อมูล กับประเทศศัตรู หรือประชาชนของตัวเอง  ก็ว่าไปอย่าง 

 

สรุป ก็แค่ พ่อค้าขาย ขยะ ให้ลูกค้าด้วยต้นทุน ถูกที่สุด  ก็แค่นั้น 

 

และอีกเรื่องครับ ม้าโทรจัน กับ ไวรัสคอมพิวเตอร์ ไม่เหมือนกันครับ  

 













วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569

บันทึกสรุปความทรงจำ "ดีลน้ำมัน สหรัฐ-เวเนซุเอลา 100 ปี ในตำนาน"

 

 เอาละ เรื่องผมจะเียนแค่สรุป ใครอยากอ่านให้ค้น

เอกสารสาธารณะของ U.S. Department of Energy 

และ Boletín Oficial de Venezuela 

ฉบับวันที่ 30 สิงหาคม 2026


 https://www.energy.gov/articles/fact-sheet-president-trump-restoring-prosperity-safety-and-security-united-states-and
https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2026/08/fact-sheet-president-donald-j-trump-announces-historic-oil-agreement-to-secure-american-energy-dominance-and-drive-venezuelas-economic-recovery/

 

 จาก ช่วงดึกของวันศุกร์ (28 สิงหาคม 2026)โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่า สหรัฐอเมริกาได้เข้าสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า "ข้อตกลงน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์โลก 
ซึ่งเป็นดีลนำมัน 100 ของสหรัฐ และ เวเนซุเอลา  


สรุป ดีลน้ำมัน100ปี 65B บาร์เรล ของเวเนซุเอลา 

1.รายได้ จากดีลนี้ จากคำกว่าอ้างของ รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา  รัฐบาลและประชาชนเวเน มีรายได้จากการเก็บภาษี ซึ่ง ประกาศว่าจะได้ ภาษี 209B USD * จากน้ำมัน 65B บาร์เรล ถ้าแค่นี้ผมเดาได้ว่า รัฐบาลเวเน คาดว่าจะได้ 3.22 ดอลลาร์ ต่อ 1 บาเรล หรือ 0.02 ดอลลาร์ ต่อลิตร  
(*ตรงนี้ มันเป็นแค่ข้อกล่าวอ้าง และ 209พันล้าน ไม่ได้บอกวิธีการคำนวนภาษี และจำนวนน้ำมันดิบ หรือ น้ำมันดิบต่อปี ดังนั้นถ้าออกมาจากปากนักการเมือง  ตัวเลขนี้ บางคนเชื่อบางคนไม่เชื่อถือ แล้วคิดว่า เขาจะพูดให้ดูดี หรือดูแย่ แล้วประชาชนด่าละ?  แล้วภาษีคงที ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าถ้าน้ำมันแพงขึ้นแล้ว จะได้ภาษีมากขึ้นหรือไม่  แล้วเรื่องเงินเฟ้อ อีกละ? )

2.น้ำมัน 55% สหรัฐได้ในไป ในราคาต้นทุน (ไม่มีกำไรเกิดขึ้น แปลว่า อาจจะอดภาษี ) และเงินตรงนี้ไม่ได้จ่ายให้ รัฐบาลเวเน หรือ ประชาเวเน แต่จ่ายให้บริษัทเอกชนสหรัฐ


3.น้ำมันที่เหลือ 45%
ไม่ใช่ของรัฐบาลเวเน หรือของประชนชนเวเน เพราะ ไม่ได้ได้ส่วนแบ่ง แต่ได้แค่ภาษี (ตัวอย่าง ทัวร์ 0 เหรียญ เหมือนทุนจีน ทุนรัฐเซีย ทุนอิสรเอล มาขายของให้นักท่องเที่ยวของเขา เงินเขาประเทศเขา ไทยได้ ภาษี  )
 
4.เงินภาษี รัฐบาลเวเนเก็บได้ ยากที่จะเอามาใช้จ่ายได้ทันที เพราะ
4.1โครางสร้างการเงิน เงินส่วนภาษี จะไม่ถูกโอนเข้าเวเน แต่จะถูกโอนให้คนกลาง นอกประเทศเวเน 
4.2 มีหนี้ และเจ้านี้เช่น ExxonMobil และบริษัทอื่นๆ  จะได้รับเงินภาษี เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย ทบต้นทบดอก 

5.รัฐบาลและประชาชนเวเนซุเอลา ไม่ใช่คนควบคุมเงิน และ น้ำมัน ของประเทศ เป็นเวลา 100 ปี

 
6.บทสุดท้าย แล้ว ดีลนี้เป็นไง ผมขอตอบตาม ทรัป ปธน.แห่งสหรัฐอเมริกว่าเป็น ดีลที่ Win-Win วินวิน กันทั้งสองฝ่ายครับ  และอย่างน้อย  รักษาการ ปธน. นักการเมือง และ รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา ก็ Win ครับ และพวกเขาก็บอกว่า ประชาชนชาวเวเนซุเอลา ก็ Win ครับ 
แล้ว ผมจะเถียงเขาไมละครับ ผมไม่เถียงเจ้าโลกอยู่แล้วครับ
 
*คำเตือน ผมอาจผิด หรือ ความทรงจำผม ผมอาจจำผิด ดังนั้นจงอ่านเองครับ

https://www.bbc.com/news/articles/c93vkgk5e1yo
https://english.ahram.org.eg/NewsContent/2/9/575578/World/International/What-we-know-about-Trump;s-deal-giving-US-access-t.aspx
https://www.chinadailyasia.com/hk/article/638839#US-releases-details-of-its-oil-deal-with-Venezuela-2026-09-01
https://www.kompas.com/global/read/2026/08/30/151239470/as-bisa-kuasai-minyak-venezuela-sampai-100-tahun-trump-buka-jalan?source=personalisasi
https://dailypioneer.com/news/what-we-know-about-trumps-deal-giving-us-access-to-vast-oil-reserves-in-venezuela
https://www.vietnam.vn/en/my-cong-bo-chi-tiet-thoa-thuan-dau-mo-voi-venezuela
https://www.radiosantafe.com/2026/09/01/acuerdo-petrolero-de-venezuela-con-ee-uu-concesion-por-100-anos-para-17-yacimientos-con-reservas-de-mas-de-65-000-millones-de-barriles/
https://www.elobservador.com.uy/estados-unidos/america-latina/las-claves-del-acuerdo-petrolero-eeuu-y-venezuela-que-es-importante-trump-y-que-gana-delcy-rodriguez-n6055888
https://www.theedgesingapore.com/news/oil-gas/us-venezuela-oil-deal-takes-shape-here-are-key-points
https://www.aa.com.tr/en/energy/general/us-secures-majority-control-of-65b-barrels-of-venezuelan-oil-trump/59317
https://abcnews.com/Business/wireStory/trumps-deal-giving-us-access-vast-oil-reserves-136058932?ref=biztoc.com
https://newsapp.abc.net.au/newsapp/2026-08-30/us-president-donald-trump-venezuela-oil-deal-delcy-rodriguez/107094966
https://apnews.com/article/trump-venezuela-oil-nabep-reserves-7a4fa51f842e17b9b1d092fbeef2646a
https://m.thepaper.cn/detail/33978127
https://azertag.az/en/xeber/4388421
https://internationalfinance.com/th/oil-and-gas/if-insights-decoding-the-us-venezuela-oil-deal-the-largest-in-history/
https://www.infoquest.co.th/2026/641263
 
 
 
ลิงก์ถาวร
https://poipoi-test.blogspot.com/2026/09/100.html